ก่อนเขื่อนแม่วงก์ คือเขื่อนน้ำโจน – บทความพิเศษ รำลึก ๒๗ ปี การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร

กันยายน 1, 2017 
0


ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง

maewong-sueb01

กิจกรรมจุดเทียนรำลึก สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จัดขึ้นทุกปีคืนวันที่ ๓๑ สิงหาคม (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)

“มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐด้วยการสมมุติตัวเองและสมมุติทุกสิ่งทุกอย่างในโลก แม้แต่ชีวิตของมนุษย์บางคนบางเผ่า นับประสาอะไรกับสัตว์ป่านี้เล่า ที่ถูกตัดสินโดยไม่มีคำสั่งจากศาลสถิตยุติธรรมให้ถูกจองจำในกรงเลี้ยง ถูกทรมาน ถูกฆ่าด้วยวิธีพิสดาร เพื่อคนที่ฆ่ามันจะได้เอาหน้าอันบูดเบี้ยวเนื่องจากการฉีกสารฟอร์มาลินเข้าไป ขายให้คนบางคนที่มีเงินและใช้เงินซื้อแม้กระทั่งชีวิตของสัตว์ป่าที่มิได้เบียดเบียนตนเลยแม้แต่น้อย”

สืบ นาคะเสถียร
งานสัมมนาสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๓ (ตรงกับปีที่ สืบ เสียชีวิต)

 

maewong-sueb02

เวทีหยุดเขื่อนน้ำโจน ณ ศาลหลักเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จากซ้ายไปขวา ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย ประวิทย์ เจนวีระนนท์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดกาญจนบุรี และ สืบ นาคะเสถียร ขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

หลังจากรับตำแหน่งหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปีถัดมาคือปี ๒๕๓๐ สืบ นาคะเสถียร ได้เข้าร่วมขบวนการต่อต้านการสร้างเขื่อนน้ำโจนอย่างเต็มตัว ตามโครงการนี้จะมีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำแควใหญ่หรือแม่น้ำแม่กลองตอนบนที่จะส่งผลให้มีน้ำท่วมป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่

แม้เป็นข้าราชการตัวเล็กๆ แต่ สืบ ก็กล้าหาญพอที่จะเป็นผู้นำการคัดค้านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ แม้ว่าผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาเองยังออกมาสนับสนุนการสร้างเขื่อน
หลังมีโอกาสเดินป่าทุ่งใหญ่ ได้นั่งเครื่องบินสำรวจทางอากาศ สืบพบกระทิงฝูงกระทิงมากถึง ๕๐ ตัว เป็นฝูงใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศไทย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ สืบไม่ต้องการให้ความสูญเสียที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับป่าและสัตว์ป่าในเขตเขื่อนเชียวหลานเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก จึงร่วมกับเพื่อนๆ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวบรวมข้อมูลทางวิชาการ จัดแสดงนิทรรศการและอภิปรายให้ความรู้แก่ผู้คนถึงผลกระทบจากการสร้างเขื่อนน้ำโจน

ช่วงนั้นสืบต้องขับรถเทียวไปเทียวกลับจังหวัดกาญจนบุรีหลายรอบ กลับถึงที่พักก็นั่งทำรายงานต่อจนดึกดื่นเพื่อให้เสร็จทันก่อนการประชุมพิจารณาสร้างเขื่อนน้ำโจน

 

maewong-sueb03

กรอบรูปแสดงภาพสัตว์ป่านานาชนิดภายในบ้านพักของหัวหน้าสืบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)

งานรณรงค์ต้านเขื่อนน้ำโจนมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายอาชีพ บางคนเคยไม่รู้จัก สืบ นาคะเสถียร มาก่อน ก็มีเขาเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์

บุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี แกนนำกลุ่มอนุรักษ์เมืองกาญจน์ เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารสารคดี ฉบับ ๑๘๖ สกู๊ป รำลึก ๑๐ ปีการจากไปของสืบ นาคะเสถียร ว่าสืบเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้พ่อค้าอย่างเขากลายมาเป็นนักอนุรักษ์

“คืนหนึ่งในงานนิทรรศการ คุณสืบ ฉายสไลด์เกี่ยวกับการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน แกเป็นคนบรรยายทำให้เรารู้สึกว่าสัตว์ป่าในภาพมีชีวิต มันร้องขอชีวิต มันครวญคราง เจ็บปวดรวดร้าว มันออกมาพร้อมกับน้ำเสียงของคุณสืบ จากเหตุการณ์นั้น ทำให้มองเห็นวิญญาณการต่อสู้และปกป้องสัตว์ป่าจากคำพูดของคุณสืบที่เราไม่เคยพบจากใครมาก่อน”
ผลของการรณรงค์ทำให้คนไทยรู้จักได้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมากขึ้น โดยเฉพาะคนเมืองกาญจน์ประทับใจคำพูดของสืบมาก เหตุการณ์ต้านเขื่อนน้ำโจนน่าจะเป็นช่วงแรกๆ ที่สืบมักใช้คำพูดตอนเริ่มต้นอภิปรายว่า “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

 

maewong-sueb04

ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

ในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจระงับโครงการสร้างเขื่อนน้ำโจน อันทำให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรยังคงความอุดมสมบูรณ์มาจนทุกวันนี้
หลังเหตุการณ์นั้นกลุ่มผู้รณรงค์ต่างก็แยกย้ายกันไป ขณะที่สืบยังคงออกรณรงค์เคลื่อนไหวต่อต้านการทำลายป่าทุกรูปแบบ ที่สำคัญคือเขื่อนแก่งกรุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขื่อนเหวนรกกลางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ปลายปี ๒๕๓๒ สืบรับตำแห่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ท่ามกลางปัญหาลักลอบล่าสัตว์ ตัดไม้ ก่อนนี้ยังมีข่าวรัฐบาลอนุมัติให้บริษัทไม้อัดได้สัมปทานเข้ามาทำไม้ในป่าห้วยขาแข้ง สืบพบว่าปัญหาในป่าห้วยขาแข้งซับซ้อนเกินกว่าที่คาดคิด ลำพังการลักลอบของชาวบ้านอาจไม่หนักหนา แต่เบื้องหลังการทำลายป่ามักมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อสืบพยายามเข้าหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผลักดันแนวคิดในการรักษาป่า เช่น ป่ากันชน ป่าชุมชน ก็พบว่าความพยายามแทบตายไม่เป็นผล ไม่มีใครในกรมป่าไม้เหลียวแล

๑ กันยายน ๒๕๓๓ สืบตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองด้วยการยิงตัวตายในบ้านพัก

ก่อนตายเขาสะสางงาน และเขียนพินัยกรรมสั้นๆ ความว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๓

maewong-sueb05

ภาพ : กลุ่มช่างภาพอิสระสายลม

๒๗ ปีหลังอัตวินิบาตกรรม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร และป่าอนุรักษ์อื่นๆ ของประเทศไทยได้รับการพิทักษ์รักษา การสร้างเขื่อนในเขตป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ถูกต่อต้านอย่างหนักจากสาธารณชน

ไม่เว้นแม่แต่โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เมื่อราวสี่ปีก่อน

เหตุผลหลักในการคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ซึ่งเป็นองคาพยพหนึ่งของป่าตะวันตก ยังเป็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า พันธุ์พืชและสัตว์นานาจะต้องสูญเสียแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย รวมทั้งต้องเสียชีวิตเมื่อเขื่อนเริ่มกักเก็บน้ำ อีกเหตุหนึ่งในการต่อต้านคือข้อบกพร่องของรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ
ถึงวันนี้โครงการเขื่อนแม่วงก์จะยังไม่ถูกยกเลิกอย่างเด็ดขาด กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงหาทางผลักดันการสร้างเขื่อนแห่งนี้ต่อผู้นำรัฐบาลทุกสมัย ล่าสุดมีข่าวว่าวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ หรือวันนี้ อีเอชไอเอโครงการเขื่อนแม่วงก์จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) อีกครั้ง

ทว่าแบบอย่างของความมุ่งมั่น ตั้งใจ อาศัยข้อมูลวิชาการเป็นหลักในการแสดงความเห็นคัดค้าน ลักษณะเดียวกับที่ สืบ นาคะเสถียร เคยกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ยังคงได้รับการสืบสานมาจนปัจจุบัน

ความตายของข้าราชการตัวเล็กๆ ในราวป่าวันนั้น จึงเป็นความตายที่จุดไฟอนุรักษ์ขึ้นในหัวใจคนในวันนี้

 




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนยอดมออีหืด  ถ้าหากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์  เขาลูกนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังกั้นน้ำ วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ น่าจะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่าสามสิบปี ไม่ว่าสำหรับผู้ที่มีความเห็นคัดค้านหรือสนับสนุนเขื่อนนี้ เมื่อกรมชลประทานในฐานะเจ้าของโครงการยื่นหนังสือถึงสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขอถอนรายงาน EHIA
เรื่อง : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล / ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ ทายาทความคิด สืบ นาคะเสถียร (ปี ๒๔๙๒-๒๕๓๓) และเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผันตัวจากอาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิตมารับตำแหน่งผู้จัดการโครงการจอมป่า ทำงานอย่างหนักกับชุมชน ในป่า เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการระดับสูง แต่โด่งดังเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเมื่อตัดสินใจเดินเท้า ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรประกาศเจตนารมณ์ต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในผืนป่าตะวันตก กลายเป็น “ไอดอล” หรือ “วีรบุรุษเอกชน” ที่ตัวเขาเองไม่ต้องการให้เรียก   อาจารย์มหาวิทยาลัย ศศิน เฉลิมลาภ ฮีโร่ต้านเขื่อน / รักษาป่าของคนรุ่นใหม่เคยเป็นอาจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สอนหนังสืออยู่ประมาณ ๑๓ ปี “ผมเป็นอาจารย์ประเภทวิ่งไปโน่นไปนี่ ช่วยงานเรื่องสารตะกั่วคลิตี้ เหมืองโพแทช  ขณะเดียวกันก็มีพาร์ตใหญ่ของชีวิตคือเป็นที่ปรึกษาชมรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการนักศึกษา วิ่งทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์อยู่ในมหา’ ลัย” ศศินโตมาในยุคที่ข่าวการเสียชีวิตของคุณสืบเป็นข่าวใหญ่ แต่จุดเล็ก ๆ ที่ผันเปลี่ยนชีวิตเกิดเมื่อคณะวิศวกรรมศาสตร์เปิดสอนวิชาที่ควรบรรจุในคณะวิทยาศาสตร์ “เราเป็นนักสิ่งแวดล้อม แต่สอนโยธาซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องยอมรับว่าทำลายสิ่งแวดล้อม สอนเพื่อรับเงินเดือนอย่างทำมาหากิน จนมาสอนหนังสือให้คนรักสิ่งแวดล้อมได้มาก ๆ ก็เนื่องจากคณะ (วิศวกรรม-ศาสตร์) เปิดสอนวิชาที่ควรจะอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ คือมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม หรือวิทยาศาสตร์กับสังคม  ผมก็ไปขอเขาสอนทั้งที่ไม่เคยเรียนพื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเลย  รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์เรื่องสิ่งแวดล้อมเต็ม ๆ” ถึงวันนี้เขายังเก็บข้อสอบ กระดาษคำตอบที่เด็กตอบมาแล้วประทับใจ “เออ เราสามารถสอนให้เขารู้เรื่องขนาดนี้ได้” ผู้จัดการจอมป่า “โปรไฟล์ของผมคือจอมป่า”
Walk to Save Maewong บันทึกก้าวต่อก้าว เดินคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ ก่อนฟ้าสางของอังคารที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
Walk to Save Maewong บันทึกก้าวต่อก้าว เดินคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ / กราฟฟิตี : พิธีกรรมของคนสองโลก
“กลางปี ๒๕๓๗ เพื่อนโทร. มาบอกว่าวันนี้มีอะไรแปลก ๆ ให้รีบตามมาดู ไปถึงผมเห็นคนเต็มสนามฟุตบอลเลย” อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงษ์ เล่า...

ปิดโหมดสีเทา