{ status: 'connected', authResponse: { accessToken: '...', expiresIn:'...', signedRequest:'...', userID:'...' } } function checkLoginState() { FB.getLoginStatus(function(response) { statusChangeCallback(response); }); }

ชา : สุนทรียะ ศิลปะในก้นถ้วย

มกราคม 11, 2018 
0


ผลงานค่ายสารคดีครั้งที่ 13
งานเขียนสารคดีดีเด่น
เรื่อง : พรไพลิน จิระอดุลย์วงค์
ภาพ : ณัฏฐา รัตนโกสินทร์

เสียงแปรงตีชาดังขึ้นเป็นจังหวะ เร็วและค่อยๆ เร็วขึ้นเหมือนเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นถี่เมื่อรับรู้ถึงความตื่นเต้นบางอย่าง กลิ่นอ่อนๆ ของ “มัตชะ” แทรกอวลในบรรยากาศกรุ่นๆ เข้ามาแตะจมูก ชายร่างท้วมในชุดสีน้ำเงินแบบจีนกำลังตีชาสีเขียวข้นด้วยใบหน้านิ่ง สุขุม

“ดื่มให้หมด”

ฉันประคองถ้วยชาอย่างระวังด้วยสองมือ ยกขึ้นดื่ม สัมผัสอุ่นๆ ผ่านถ้วยเซรามิกที่ดูเก่าแก่มีอายุ เมื่อน้ำชาสัมผัสที่ลิ้น ความขมแรกทำให้ฉันรู้สึกต่อต้าน แต่เมื่อจางลงกลับเป็นรสหวานที่ข้นอวลอยู่ในลำคอ สดชื่น ฉันมองชาในมือเหมือนซุปเนื้อละเอียด ยกดื่มอีกครั้งจนหมด ทิ้งคราบสีเขียวเป็นทิศทางลงสู่ก้นถ้วยหลงเหลือดุจงานศิลปะ

“ช่วงนั้น ผมใช้เวลาทุกเช้าราวครึ่งชั่วโมงกับการดื่มชา”

คุณตี่-จงรักษ์ กิตติวรการ เจ้าของร้านชา “Double Dogs Tea Room” ร้านเล็กๆ เพียงห้องเดียวที่แทรกตัวระหว่างตึกแถวริมถนนเยาวราช เล่าถึงช่วงเวลาที่ญี่ปุ่น แสงไฟสลัวภายในร้านพอให้มองเห็นภาพชายหน้าตาอย่างคนจีนผิวเข้ม เงามืดในความสลัวนั้นให้บรรยากาศเรียบง่ายกึ่งโบราณ คล้ายนั่งอยู่ในบ้านที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ สีของไม้ช่วยขับรับให้เครื่องใช้ อุปกรณ์ดูโดดเด่น

เขาจัดวางชาที่ห่ออัดไว้อย่างดีเรียงบนถาดไม้และบรรจงหยิบใส่โหลแก้วที่เต็มไปด้วยใบชา

“เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง ได้โฟกัสชีวิต เป็นช่วงที่ทำให้เรามีพลังที่จะเริ่มอะไรใหม่ๆ“

ชา : ศาสตร์และศิลป์

“ศาสตร์ก็เหมือนตัวความอร่อย การแสดงออกก็คือศิลปะ”

อดีตอาจารย์ด้านชีวเคมี ดีกรีเภสัชศาสตรฯ เอ่ยสำนวนกระตุ้นต่อมความสนใจ

วิทยาศาสตร์กับศิลปะแม้เป็นทางคู่ขนาน แต่เขากลับแสดงออกอย่างลงตัว และสื่อสารในมุมมองนักชิม

หลังเลิกอาชีพครูจึงหันมาทำ ”ชา” จับของเล่นให้เป็นธุรกิจ

“ผมเคยรู้สึกขาดไป”

ชาจีนในญี่ปุ่นเป็นของหายาก แม้ว่าเมืองที่เขาอยู่นั้นขึ้นชื่อเรื่องชา แต่ชายไทยเชื้อสายจีนอย่างเขาระลึกถึงกระบวนการและช่วงเวลาที่ดื่มชาจีนอันเป็นรสชาติที่คุ้นเคย การลองและรับรู้ถึงรสชาติต่างๆ คือการฝึกฝนชั้นดี การชิมชาจนสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือของดี

“เป็นความโชคดีที่ได้เรียนเภสัชฯ ได้ฝึกรับสาร ดมกลิ่น ชิมรส จนเข้าใจตัวตนของวัตถุดิบ

“ถ้าเรารู้ว่าอะไรคืออร่อย ทำให้ได้ถึงตัวความอร่อย เราก็จะแหวกได้อย่างมีเป้าหมาย”

ในเชิงสุนทรียะของอาหาร มีเป้าอันหนึ่งคือการเข้าถึงความอร่อย เริ่มแรกคือต้องกินให้รู้ว่าความอร่อยคืออะไร เมื่อเรามีวัตถุดิบ เราต้องฝึกทำให้ได้แบบนั้นเพื่อให้ “เข้าถึง” สิ่งที่เรารู้ว่าคือความอร่อยในที่สุด เมื่อเราทำได้จะลองใช้วัตถุดิบอย่างอื่นหรือทำแหวกไป เราก็จะรู้เองว่าสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่รู้อะไรเลยแต่แค่อยากทำให้แตกต่าง เมื่อสำเร็จจะตอบได้อย่างไรว่าดีหรือไม่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ภายในบางอย่าง เป็นตาที่ 3 ที่เราต้องเปิด ต้องฝึกให้เห็นเอง

คุณตี่ค่อยๆ รินชาในถ้วยน้อยอย่างชำนาญ เขาหมั่นเติมน้ำร้อนลงในกาชาใบเล็กและรินเติมไม่ให้ชาพร่องแก้ว ในขณะที่ฉันยกดื่มจนหมดก็จะเป็นช่วงจังหวะพอดีกับที่เขารินน้ำชาลงอีกครั้ง เป็นความสอดคล้องที่แฝงไว้ด้วยความตั้งใจอย่างไม่เปิดเผย

เมื่อมีวัตถุดิบและปรุงในศาสตร์ที่เรารู้จนอร่อยแล้ว ต้องสื่อสารออกมาให้ได้ นั่นคือการใช้ศิลปะ

“ชาที่เปลี่ยนคนชง รสชาติก็ไม่เหมือนกัน”

เพราะความรู้สึกที่ใส่ลงไปแต่ละถ้วยล้วนแตกต่าง …มนุษย์มักจะเปิดเผยตัวตนในสิ่งที่เล็กน้อยที่สุด

ความงามหรือการจัดฉาก

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น แสดงถึงการมีแขกมาเยี่ยมเยือนร้านชาแห่งนี้ ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ภายในร้านมีลูกค้าสัญจรผ่านมาแวะดื่ม บ้างมาคนเดียว หรือมานั่งคุยกันเป็นกลุ่มๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ หลายคนนิยมสนใจชา จนกลายเป็นเพื่อนพูดคุยอย่างถูกคอ
“ชาและการชงชา แสดงถึงตัวตน วัฒนธรรม”

คนญี่ปุ่นเคร่งครัดในพิธีกรรมชงชา จำเป็นต้องมีซะโด (sado) – ห้องพิธีชา ซึ่งเปรียบถึงพื้นที่ก่อกำเนิดวัฒนธรรมชงชาและขั้นตอนการชงชาที่เรียกว่าเทะมะเอะ (temae) ตั้งแต่การชงชาข้น ชงชาบาง จนถึงเตรียมถ่านและอื่นๆ ให้การดื่มเป็นมากกว่าเครื่องดื่มถ้วยหนึ่ง แต่เป็นการดื่มคุณค่าและความงดงามของตัวตน

การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ในพิธีชงชาของคนญี่ปุ่นผ่านกระบวนการคิดมาแล้ว ให้เข้ากับฤดูกาล ช่วงวัย และจุดประสงค์ของพิธี
เขาเล่าในขณะลุกไปหยิบห่อผ้าบรรจุกล่องไม้ขนาดกะทัดรัด ภายในมีถ้วยชาแบบญี่ปุ่นขนาดพอดีมือ สีแดงอมส้มคล้ายผลของลูกพลับเวลาสุกปลั่ง

“ถ้วยชาใบนี้จะสวยเมื่อวางไว้ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนหรือขาว การจัดแสงไฟให้พอเหมาะช่วยให้ถ้วยชาดูโดดเด่น เป็นถ้วยที่เหมาะสำหรับพิธีชงชาในงานปีใหม่ที่ต้องการสื่อถึงความสุข ความสดชื่น สดใส”

แม้แต่การเปิด-หรี่แสงไฟในจุดต่างๆ หรือการแง้มช่องหน้าต่างเล็กน้อยก็ล้วนสำคัญ เมื่อพิธีชงชาเริ่มขึ้นในขณะที่หิมะแรกตก ละอองของหิมะที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างในจังหวะพอดีกับแสงไฟสลัวของห้องนั้นถือเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มผู้หลงรักชาบอกโดยนัยว่า ทุกสิ่งที่คนญี่ปุ่นสื่อสารในการชงชาคือความตั้งใจ แม้การสืบทอดคือสิ่งที่ทำให้วัฒนธรรมการชงชาดำรงอยู่ แต่สำคัญคือตัวตนของคนญี่ปุ่นต่างหากที่ทำให้การชงชาต่างไปจากชาวจีน

ฉันก้มมองชาในถ้วยเดิมอีกครั้ง เวลานี้เหลือเพียงคราบจางๆ

“อารมณ์เมื่อเราดื่มชาก็แตกต่างกันตามชาแต่ละประเทศ ชาญี่ปุ่นแบบมัตชะจะทำให้เราตื่น แต่ตื่นแบบนิ่งๆ”

พระจีนหรือญี่ปุ่นในสมัยก่อนจึงนิยมดื่มก่อนนั่งสมาธิเพราะช่วยให้จมดิ่ง ไม่ตื่นตระหนก แต่ตื่นรู้

พิธีชงชาญี่ปุ่นจึงได้รับการออกแบบให้มีความสงบนิ่ง เน้นการรับรู้ภายใน

“ส่วนชาจีนจะง่ายๆ มีความรีแลกซ์ให้เหมาะกับการคุยกัน”

สำหรับนักดื่ม ชาจึงเป็นดั่งเครื่องสะท้อนลักษณะของผู้คนที่ต่างกันด้วย

จงใจอย่างมีศิลปะ

ถ้วยชาขนาดใกล้เคียงกัน ต่างรูปทรงและสี ได้รับการจัดวางอย่างทะนุถนอมข้างตัว ขณะที่พนักงานนำขนมหวานแบบจีนมาเสิร์ฟ เป็นขนมเปี๊ยะสอดไส้ถั่วดำชิ้นพอดีคำที่ถูกตัดแบ่งอย่างน่าทาน ไม่หวานจนเกินไป เข้ารสกันดีกับชา

“ลองจับด้วยสองมือ รู้สึกอย่างไรกับถ้วยชานี้บ้าง”

เขาวางถ้วยชาสีครีมผิวขรุขระลงเบื้องหน้า ขนาดใหญ่จนเกือบจะเป็นชามแต่ปากแคบกว่า ผิวภายในมีร่องรอยขูดขีดอย่างผ่านการใช้งานมาแล้ว ฉันหมุนถ้วยช้าๆ จนพบว่าก้นถ้วยมีรอยบิ่นพอให้สอดนิ้วมือได้พอดี เมื่อหมุนไปรอบๆ ด้านจนรู้สึกพอดีมือก็หยุดและถือถ้วยชาไว้อย่างนั้น

“นั่นแหละคือด้านถ้วยที่ถูกต้อง คนปั้นตั้งใจให้มีด้านหนึ่งพอดีกับมือของผู้ถือมากที่สุด”

เขาชี้ให้เห็นตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ของถ้วยชา การจงใจปั้นให้ไม่กลมแบบสมมาตร การเว้าลงบางจุดของปากถ้วย หรือแม้แต่รอยบิ่นตรงก้นถ้วยที่เหมือนแตกมีตำหนิ ล้วนไม่มีความบังเอิญ เป็นการออกแบบให้พอดีกับมือ จัดวางให้หันด้านปากเข้าสู่ตัวผู้ดื่ม และด้านที่หันโชว์คือด้านหน้าถ้วย

เขาชี้ให้สังเกตด้านหน้าที่มีการตกแต่งลวดลายที่แตกต่างจากด้านอื่นๆ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งพอดีมือ และเป็นด้านที่สวยงามในขณะเดียวกัน

“พิธีชงชาเกิดขึ้นในชนชั้นสูง บางสำนักจะมีการหมุนถ้วยก่อนดื่ม เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นที่ต้องการให้ผู้ดื่มสัมผัสถึงด้านที่งามของถ้วย และเผยให้คนอื่นๆ ได้เห็นก่อนดื่ม”

การหมุนถ้วยหนึ่งหรือสองครั้งก็มีความหมายซ่อนอยู่ แต่เดิมการดื่มชาอยู่ในสำนักซามูไร หมุนถ้วยเพียงหนึ่งครั้ง แต่เมื่อขยายไปสู่กลุ่มผู้หญิงในชนชั้นสูง การหมุนสองครั้งก็แสดงออกถึงความนุ่มนวลและความถนัดแบบผู้หญิง พิธีชงชาในสมัยต่อมาจึงรับวัฒนธรรมอย่างผู้หญิงตกทอดมาด้วย หรือสำหรับชนชั้นสูงมากๆ อย่างขุนนางก็อาจไม่หมุนถ้วยเลย แสดงถึงความไม่ยี่หระในคนอื่น

“ถ้วยชาสำหรับคนญี่ปุ่น เสมือนเครื่องบันทึกเหตุการณ์ของบรรพบุรุษ”

ร่องรอยภายในถ้วยชาแสดงอายุที่ยาวนาน ผ่านการใช้ชีวิต เหมือนที่เราจำได้ว่าแม่เคยทำมันตกเมื่อครั้งที่เรายังเด็ก บางคนจึงนิยมสะสมถ้วยชาที่มีผู้ใช้แล้ว

“อย่างผมทั้งสะสมและขาย”

เขาชี้ไปยังตู้ด้านบนที่จัดวางถ้วยชาแบบต่างๆ ดูมีคุณค่าและมูลค่า หากผู้ที่สะสมเข้าใจสิ่งที่ซ่อนอยู่คงจะตื่นตาไม่น้อย

“ถ้วยใบเดียวกันมองจากมุมต่างกัน ล้วนมีทั้งความงามและไม่งาม”

เราไม่ควรตัดสินสิ่งใด เพราะทุกสิ่งล้วนมีคุณค่าบางอย่างที่บอกตรงๆ ไม่ได้

ฉันพินิจถ้วยที่บิ่นและสัมผัสถ้วยใบต่างๆ อย่างระมัดระวัง แต่ละใบมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันจริงๆ

ประวัติศาสตร์ของถ้วยชามีความเป็นมาของตระกูลช่างปั้นถ้วย การสื่อสารด้วยการสร้างตำหนิ สีสันของถ้วย จนถึงผิวสัมผัสภายใน ล้วนเป็นความรู้ที่ไม่อาจศึกษาจบในวันเดียว ต้องอาศัยการบ่มเพาะความรู้

“เราควรจะทำตัวเป็นชาค่อนถ้วย ให้สามารถเติมได้อีก”

ชาดีคืออะไร

เวลาล่วงไปยามบ่ายคล้อย ชา “อึ่งกิมกุ่ย” รินสู่ถ้วย น้ำชาสีเขียวอ่อนชัดเมื่ออยู่ในถ้วยสีขาว ให้รสชาติฝาด แต่กลับกรุ่นกลิ่นหอมชวนจดจำ

“เป็นกลิ่นของดอกสารภี หรือดอกหอมหมื่นลี้”

แค่ได้ฟังชื่อก็รู้สึกหอมมากขึ้นอีก เป็นความหอมที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัว

“ถ้าเทียบกับชา ‘อู่หลง’ จะไม่ฝาดแบบนี้ แต่หอมคนละแบบ หรือชา ‘ทิกวนอิม’ ก็จะให้สีที่ต่างออกไป แต่ดื่มแล้วเรียกน้ำย่อยช่วยให้อยากอาหาร”

การที่ชงมาก ชิมมาก จนแยกรส แยกคุณสมบัติของชาได้ คือสิ่งสำคัญของนักชิม-นักชงชา

“ชาจีนที่รับมาทั้งหมดจะมาจากจีน ชาญี่ปุ่นก็มาจากญี่ปุ่น ทั้งหมดล้วนเป็นชาคุณภาพดี”

ปุ๊กกี้-จตุรพร หนึ่งในพนักงานร้านชาดับเบิลด็อกส์ ให้ข้อมูลเสริมว่า คุณตี่รับชามาจากจีน ไปชิมถึงที่ เดินหาเอง บางครั้งเพื่อนสนิทที่นั่นก็จะส่งมาให้ถึงร้าน

“ชาดีคือชาฟรี เคยได้ยินไหม”

เขายิ้มพราย “คนที่รู้จักไปมาหาสู่เอาชามาให้ เรารู้จักและมั่นใจว่าเขาดื่มชาเป็น ชาที่เขาให้เราก็เชื่อมั่นว่ามันดี ดื่มครั้งแรกยังไม่รู้สึกพิเศษ แต่เราก็ยังให้โอกาสที่จะดื่มมันในครั้งต่อไป”

ร้านชาในมุมมองของเขาจึงไม่ใช่การเปิดร้านตามกระแส เขาเน้นขายเฉพาะกลุ่มคนที่รักชาจริงๆ สนใจอยากดื่มชาจริงๆ ธรรมชาติของลูกค้าและบรรยากาศในร้านก็จะแสดงเอกลักษณ์ต่างกัน

“ผมคิดว่าชาไม่ใช่สำหรับทุกคน ของทุกอย่างถ้าทำให้แมส (mass) จะไม่สามารถทำดีได้เพราะจะถูกควบคุมด้วยปริมาณ…บนโลกนี้ไม่มีชาดีจำนวนมากพอสำหรับทุกคนหรอก”

กาแฟร้อนแก้วหนึ่งที่เสิร์ฟตรงหน้า ในร้านกาแฟซึ่งตกแต่งให้มีบรรยากาศแสนสบายพร้อมเสียงเพลงรื่นหู มีบริการอินเทอร์เน็ตไว-ไฟพร้อมสรรพ กลับมีเรื่องราวเบื้องหลังมากกว่าน้ำสีดำ ขม ร้อน กรุ่นกลิ่น เย้ายวน กระตุ้นชีวิตชีวา ในหนึ่งแก้วกาแฟ เริ่มต้นจากการปลูกต้นกาแฟในเนื้อดินอันอุดมสมบูรณ์ ดูแลให้ได้รับน้ำ อากาศ และแสงแดดพอเหมาะ จนเมล็ดสุกแก่
เรื่อง : ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์  [email protected] ภาพประกอบ : จัน-เจ้า-ค่ะ หน้าร้อนนี้เครื่องดื่มยอดฮิตที่พบในสื่อโฆษณาบ่อยสุดเห็นจะเป็นชาเขียวบรรจุขวด เพราะผู้ผลิตทุ่มงบโฆษณามหาศาลเพื่อจูงใจให้กินไม่อั้น...ไม่ใช่เพราะรสชาติ แต่เพื่อชิงโชครถยนต์ คนไม่น้อยจึงหลงลืมไปว่าสิ่งที่จะได้รับก่อนรางวัลที่มีโอกาสเพียงน้อยนิดคือปริมาณน้ำตาลเกินขนาดอันจะนำไปสู่โรคเรื้อรังอย่างโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ในอดีตชาเขียวได้รับความนิยมเพราะกระแสรักสุขภาพ แต่ปัจจุบันชาเขียวกลับเป็นเครื่องดื่มทำลายสุขภาพเสียมากกว่า เมื่อเร็วๆ
กลิ่นของใบชาร้านนี้ยวนใจเกินกว่าจะเดินผ่านไปเฉยๆ และเมื่อเป็นดังเช่นนั้น บทสนทนาสั้นๆจึงเกิดขึ้น



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

กาแฟร้อนแก้วหนึ่งที่เสิร์ฟตรงหน้า ในร้านกาแฟซึ่งตกแต่งให้มีบรรยากาศแสนสบายพร้อมเสียงเพลงรื่นหู มีบริการอินเทอร์เน็ตไว-ไฟพร้อมสรรพ กลับมีเรื่องราวเบื้องหลังมากกว่าน้ำสีดำ ขม ร้อน กรุ่นกลิ่น เย้ายวน กระตุ้นชีวิตชีวา ในหนึ่งแก้วกาแฟ เริ่มต้นจากการปลูกต้นกาแฟในเนื้อดินอันอุดมสมบูรณ์ ดูแลให้ได้รับน้ำ อากาศ และแสงแดดพอเหมาะ จนเมล็ดสุกแก่
เรื่อง : ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์  [email protected] ภาพประกอบ : จัน-เจ้า-ค่ะ หน้าร้อนนี้เครื่องดื่มยอดฮิตที่พบในสื่อโฆษณาบ่อยสุดเห็นจะเป็นชาเขียวบรรจุขวด เพราะผู้ผลิตทุ่มงบโฆษณามหาศาลเพื่อจูงใจให้กินไม่อั้น...ไม่ใช่เพราะรสชาติ แต่เพื่อชิงโชครถยนต์ คนไม่น้อยจึงหลงลืมไปว่าสิ่งที่จะได้รับก่อนรางวัลที่มีโอกาสเพียงน้อยนิดคือปริมาณน้ำตาลเกินขนาดอันจะนำไปสู่โรคเรื้อรังอย่างโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ในอดีตชาเขียวได้รับความนิยมเพราะกระแสรักสุขภาพ แต่ปัจจุบันชาเขียวกลับเป็นเครื่องดื่มทำลายสุขภาพเสียมากกว่า เมื่อเร็วๆ
กลิ่นของใบชาร้านนี้ยวนใจเกินกว่าจะเดินผ่านไปเฉยๆ และเมื่อเป็นดังเช่นนั้น บทสนทนาสั้นๆจึงเกิดขึ้น