ค่ายสารคดีครั้งที่ 14 – สู่สังคมสุขภาวะ

กุมภาพันธ์ 19, 2018 
0


ค่ายสารคดี ครั้งที่ 14
-สู่สังคมสุขภาวะ-

ค่ายสร้างนักเขียนและช่างภาพสู่การเป็นนักสารคดีมืออาชีพ
เรียนรู้อย่างใกล้ชิดกับกูรูในวงการสารคดี
พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์งานสารคดีเพื่อสังคม

ตลอด 4 เดือนในห้องเรียนค่ายสารคดี น้องๆ จะได้พบกับ

  • ห้องเรียนพิเศษ 4 เดือน เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติภาคสนาม
  • เรียนรู้จากตัวจริงด้านสารคดี นำโดย สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง นักเขียนมือรางวัล วิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์ นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียว และ ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล กองบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี
  • ร่วมด้วยวิทยากรด้านการถ่ายภาพ สกล เกษมพันธุ์ บรรณาธิการภาพนิตยสาร สารคดี ประเวช ตันตราภิรมย์, วิจิตต์ แซ่เฮ้ง, บุญกิจ สุทธิญาณานนท์ ช่างภาพจากนิตยสาร สารคดี พร้อมทีมพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
  • พบวิทยากรบันดาลใจ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการที่ปรึกษานิตยสาร สารคดี อรสม สุทธิสาคร นักสารคดีหญิงรางวัลศิลปาธร ประมวล เพ็งจันทร์ ผู้เขียนหนังสือ “เดินสู่อิสรภาพ” และ อรุณ ร้อยศรี ช่างภาพสารคดีกลุ่ม 10 FOTOS
  • ผลงานที่ผ่านการคัดสรรจะได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร สารคดี
  • ที่สำคัญ ! พบกับมิตรภาพร่วมทางฝัน

เงื่อนไขการสมัคร

1) รับสมัครประเภทนักเขียนและช่างภาพ อายุระหว่าง 18-25 ปี
2) สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตลอดระยะเวลา 4 เดือน (ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่กำหนด จำนวน 8 ครั้ง)

ขั้นตอนการสมัคร

1) ดาวน์โหลดใบสมัคร

สมัครตำแหน่งนักเขียน

  • ส่งใบสมัครพร้อมตัวอย่างงานเขียนอย่างน้อย 1 ชิ้น เลือกชิ้นที่ดีที่สุด ส่งมาในรูปแบบไฟล์เวิร์ด หรือพีดีเอฟ

สมัครตำแหน่งช่างภาพ

  • ส่งใบสมัครพร้อมตัวอย่างภาพถ่ายอย่างน้อย 10 ภาพ (กรณีไฟล์ใหญ่ให้ใช้บริการฝากไฟล์ได้)
  • หากมีเว็บไซต์รวมผลงานของตัวเอง ให้ระบุในแบบฟอร์มใบสมัคร

2) ส่งใบสมัครพร้อมแนบตัวอย่างผลงานมาที่ [email protected]
หรือส่งไปรษณีย์มีที่ ค่ายสารคดี ครั้งที่ 14 ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท วิริยะธุรกิจ จำกัด เลขที่ 3 ซอยนนทบุรี 22 ถนนนนทบุรี (สนามบินน้ำ) ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
3) ประกาศรายชื่อผู้ผ่านรอบสัมภาษณ์ 30 เมษายน 2561
4) สัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้สมัคร นักเขียน 25 คน และช่างภาพ 25 คน 5 พฤษภาคม 2561

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรืออัพเดตข่าวสารกิจกรรมได้ที่

A Cannabis Renaissance สู่ยุคฟื้นฟู "กัญชา" วิทยา มนุษย์รู้จักและใช้พืชกัญชามานานหลายพันปีแล้วจนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ บางประเทศก็เริ่มเข้มงวดต่อการใช้พืชกัญชามากขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่คริสตศตวรรษที่ ๒๐ นั้น ถือได้ว่าเป็น "ยุคมืด" ของพืชกัญชาเลยทีเดียว
ผมเคยมีญาติใกล้ชิดที่เสียชีวิตเพราะติดเหล้า และยังมีเพื่อนที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดเพราะติดบุหรี่ การติดเหล้าติดบุหรี่ หรือติดยาเสพติดร้ายแรงอื่น ๆ ถูกฝังในความเข้าใจเรามาตลอดว่าเป็นเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ยาเสพติด แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เราก็มองหรือมีภาพของคนติดยาคนเสพยา ว่าเป็นคนไม่ดี และถึงขั้นคนร้าย และแน่นอนคนทั่วไปอย่างเราควรอยู่ให้ห่างๆ  ห่างทั้งคนติดยาและยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดเวลาหลายสิบปีของทางการจึงเป็นการปราบปราม จับกุม ลงโทษ  ทั้งคนเสพยา คนติดยา ถูกรวมเป็นอาชญากรเหมือนผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติด คำถามคือการจับกุมลงโทษจะทำให้ผู้เสพยาหรือติดยาหยุดการเสพยาหรือหายจากการติดยาได้หรือไม่ คำตอบนั้นน่าจะพอเดากันได้ไม่ยาก ข้อมูลปี ๒๕๖๑ ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ต้องโทษในคดียาเสพติดกว่า ๒ แสนคน และแม้จะมีพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕  แต่ผู้ติดยาก็ยังเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและกระบวนการฟื้นฟูก็มีลักษณะของการบังคับมากกว่าความสมัครใจ ทำให้การฟื้นฟูยากจะประสบความสำเร็จ หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของคนในสังคมและกฎหมายว่าผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและรักษา ไม่ใช่อาชญากร ซึ่งหลายประเทศกำลังขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติดด้วยนโยบายตามแนวทางนี้ ขณะที่ข้อมูลใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมองและวิวัฒนาการได้ช่วยเปิดเผยสาเหตุการติดยาเสพติดว่าไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ถือเป็น “โรคเรื้อรัง” อย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจ สาเหตุนั้นมาจากปัจจัยที่ผสมผสานกัน ทั้งปัจจัยด้านประสาทชีววิทยา จิตวิทยา สังคม และพันธุกรรม ไม่ว่าผู้ติดยาจะเริ่มเสพยาด้วยเหตุผลอะไร แต่ผลของยาเสพติดคือการเพิ่มขึ้นของสารเคมีในสมองที่ชื่อว่าโดปามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุข และเป็นสารสำคัญในวงจรสมองส่วนระบบการให้รางวัล เพื่อให้คนเราดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นต่อการมีชีวิตรอด เช่น การกินอาหาร หรือการมีเพศสัมพันธ์
Flipbook สารคดี ฉบับที่ 404



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

A Cannabis Renaissance สู่ยุคฟื้นฟู "กัญชา" วิทยา มนุษย์รู้จักและใช้พืชกัญชามานานหลายพันปีแล้วจนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ บางประเทศก็เริ่มเข้มงวดต่อการใช้พืชกัญชามากขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่คริสตศตวรรษที่ ๒๐ นั้น ถือได้ว่าเป็น "ยุคมืด" ของพืชกัญชาเลยทีเดียว
ผมเคยมีญาติใกล้ชิดที่เสียชีวิตเพราะติดเหล้า และยังมีเพื่อนที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดเพราะติดบุหรี่ การติดเหล้าติดบุหรี่ หรือติดยาเสพติดร้ายแรงอื่น ๆ ถูกฝังในความเข้าใจเรามาตลอดว่าเป็นเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ยาเสพติด แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เราก็มองหรือมีภาพของคนติดยาคนเสพยา ว่าเป็นคนไม่ดี และถึงขั้นคนร้าย และแน่นอนคนทั่วไปอย่างเราควรอยู่ให้ห่างๆ  ห่างทั้งคนติดยาและยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดเวลาหลายสิบปีของทางการจึงเป็นการปราบปราม จับกุม ลงโทษ  ทั้งคนเสพยา คนติดยา ถูกรวมเป็นอาชญากรเหมือนผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติด คำถามคือการจับกุมลงโทษจะทำให้ผู้เสพยาหรือติดยาหยุดการเสพยาหรือหายจากการติดยาได้หรือไม่ คำตอบนั้นน่าจะพอเดากันได้ไม่ยาก ข้อมูลปี ๒๕๖๑ ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ต้องโทษในคดียาเสพติดกว่า ๒ แสนคน และแม้จะมีพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕  แต่ผู้ติดยาก็ยังเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและกระบวนการฟื้นฟูก็มีลักษณะของการบังคับมากกว่าความสมัครใจ ทำให้การฟื้นฟูยากจะประสบความสำเร็จ หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของคนในสังคมและกฎหมายว่าผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและรักษา ไม่ใช่อาชญากร ซึ่งหลายประเทศกำลังขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติดด้วยนโยบายตามแนวทางนี้ ขณะที่ข้อมูลใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมองและวิวัฒนาการได้ช่วยเปิดเผยสาเหตุการติดยาเสพติดว่าไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ถือเป็น “โรคเรื้อรัง” อย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจ สาเหตุนั้นมาจากปัจจัยที่ผสมผสานกัน ทั้งปัจจัยด้านประสาทชีววิทยา จิตวิทยา สังคม และพันธุกรรม ไม่ว่าผู้ติดยาจะเริ่มเสพยาด้วยเหตุผลอะไร แต่ผลของยาเสพติดคือการเพิ่มขึ้นของสารเคมีในสมองที่ชื่อว่าโดปามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุข และเป็นสารสำคัญในวงจรสมองส่วนระบบการให้รางวัล เพื่อให้คนเราดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นต่อการมีชีวิตรอด เช่น การกินอาหาร หรือการมีเพศสัมพันธ์
Flipbook สารคดี ฉบับที่ 404