คัดสไลด์ – บทบรรณาธิการ สารคดี ฉบับที่ 399

พฤษภาคม 31, 2018 
0


จำได้ว่าสัก ๑๕ ปีก่อน ช่างภาพนิตยสาร สารคดี ยังใช้กล้องถ่ายรูปด้วยฟิล์มสไลด์สีกันอยู่เลย

เวลาไปถ่ายทำสารคดีพิเศษสักเรื่องหนึ่ง ต้องขนฟิล์มไปกันตั้งแต่ ๑๐-๒๐ กล่อง จนถึง ๕๐-๖๐ กล่อง ในกล่องมีกลักฟิล์มพลาสติกทรงกระบอกกลมมีฝาปิด ข้างในใส่ฟิล์มไว้หนึ่งม้วน

ฟิล์มหนึ่งม้วนปรกติถ่ายได้ ๓๖ ภาพหรือ ๓๖ เฟรม ถ้ามีเวลาและโอกาส แต่ละช็อตมักถ่ายคร่อมหลายภาพโดยเปิดรูรับแสงเผื่อภาพมืดไป-อันเดอร์ และภาพสว่างไป-โอเวอร์  ที่นิยมกันคือถ่ายอันเดอร์ไว้ ๑-๒ สตอป และถ่ายโอเวอร์ไว้อีก ๑-๒ สตอป รวมภาพจังหวะเดียวกัน อาจต้องถ่าย ๓-๕ รูป  ฟิล์มม้วนหนึ่งจึงอาจถ่ายได้แค่ ๗-๘ ช็อต มากหน่อยก็ได้กว่า ๑๒ ช็อต

ที่ต้องทำแบบนี้เพราะฟิล์มสไลด์สีเมื่อล้างฟิล์มแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ช่างภาพจึงต้องละเอียดกับทุก ๆ ชัตเตอร์  ถ้าใครได้มองเข้าไปในช่องเฟรมขนาดกว้างราว ๑ นิ้วของฟิล์มสไลด์สีที่ล้างแล้ว

จะพบว่ามันคือโลกมหัศจรรย์

เพราะไม่ว่ารายละเอียดจะเล็กแค่ไหน ใบไม้แต่ละใบบนต้นไม้ในป่าใหญ่ เกล็ดเล็ก ๆ บนปีกของผีเสื้อ แม้แต่ความหยาบละเอียดของเม็ดทรายชายหาดก็ปรากฏให้เห็นอย่างเหลือเชื่อ

ไม่นับความคมชัดและการให้สีที่สดใสเต็มอิ่มมาเรียบร้อยแบบไม่ต้องมาปรับแต่งตอนหลังเหมือนไฟล์ภาพดิจิทัลปัจจุบัน สไลด์จึงเป็นประดิษฐกรรมสุดพิเศษที่สามารถเก็บโลกใบใหญ่เอาไว้ในโลกใบจิ๋ว

การจะดูภาพสไลด์นั้นต้องส่องสไลด์กับแสงไฟ และต้องมีแว่นขยายเพื่อดูรายละเอียด

เวลาทีมงาน สารคดี จะคัดเลือกภาพสไลด์มาใช้ จะนำแถบฟิล์มสไลด์สีที่ล้างแล้วมาวางบน “ตู้ไฟ” หรือ “กล่องไฟ” ซึ่งเป็นแผ่นอะคริลิกสีขาว ข้างในกล่องติดตั้งหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ให้ความสว่างพอเหมาะพอดี ไม่สว่างหรือมืดไป และให้แสงที่ไม่ทำให้เวลาดูสไลด์สีเพี้ยน (กล่องไฟของ สารคดี นั้น ช่างภาพถึงกับประดิษฐ์ขึ้นเองเพื่อความมั่นใจ)

ช่างภาพจะใช้แว่นขยายยกขึ้นยกลง ส่องดูภาพบนแถบฟิล์มสไลด์ไล่ไปทีละเฟรม ภาพไหนถูกใจจะทำเครื่องหมายไว้ก่อน

เลือกไปจนครบทุกม้วนแล้วใช้กรรไกรแบบคม “กริบ” ตัดภาพที่เลือกแต่ละเฟรมใส่กรอบหรือซองพลาสติก

เรื่องตัดภาพนี่ต้องระมัดระวังสุด ๆ เพราะเผลอตัดผิดอาจเฉือนขอบภาพเสียหาย… ซึ่งเคยน้ำตาตกกันมาแล้ว

เฟรมสไลด์ที่ตัดแล้วทั้งหมดจะเอามาดูภาพรวมอีกครั้ง รูปคล้ายกันเลือกเฟรมที่ดีกว่า รูปไม่เข้าพวกคัดออก  หลายครั้งที่ได้ภาพไม่ครบ ต้องกลับไปหยิบแถบฟิล์มทุก ๆ ม้วนมาดูอีกรอบ… และอาจหลายรอบเพื่อให้ได้รูปครบ

ยิ่งถ่ายมามากม้วน เป็นร้อยม้วน ยิ่งต้องมองส่องแว่นกับแสงตู้ไฟนาน นานจนปวดตาไปตาม ๆ กัน แถมตู้ไฟที่ สารคดี ตั้งบนโต๊ะที่ต้องยืนดู ก็ต้องยืนคัดสไลด์กันเป็นชั่วโมง ๆ หรือทั้งวันกว่าจะเสร็จ เลือกกันจนขาเมื่อย ต้องขอนั่งพักยกกันเป็นระยะ ๆ

ถ่ายภาพสารคดีพิเศษเรื่องหนึ่งมักถ่ายกันหลายร้อยถึงหลายพันรูป หลังจากคัดแล้วอาจเหลือแค่ ๑๐-๒๐ รูป คือชุดภาพที่เล่าเรื่องครบถ้วน และมีองค์ประกอบศิลปะ จังหวะ แสง สี ดีที่สุด

เราทำงานกันแบบนี้มานาน น่าจะตั้งแต่เริ่มจัดทำนิตยสาร สารคดี ๓๔ ปีก่อน จนถึงวันที่ดิจิทัลแทนที่สไลด์ทั้งหมด

และถึงแม้วันนี้จะเป็นการดูภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ การคัดภาพก็ยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม… เพียงแต่ไม่ต้องยืนแล้วครับ

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี
[email protected]
#สมัครสมาชิกวันนี้ต่อชีวิตนิตยสารไปยาวๆ

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ : สัมภาษณ์ บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช : ถ่ายภาพ ระหว่างสนทนากับ ปกรณ์ พงศ์วราภา ในห้องประชุมชั้น ๗ บนตึกจีเอ็ม กรุ๊ป ได้เกินครึ่งทางที่ตั้งใจ ก็เป็นจังหวะที่ผมถามถึงอายุของเขา แทนที่จะตอบเป็นตัวเลขเฉย ๆ เขาเล่าว่า “วันที่ผมอายุเต็ม ๗๐ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว กำลังนั่งดูหนังกับหลานสาวอายุ ๔ ขวบ ผมบอกหลานว่ารู้ไหมว่าวันนี้ปู่อายุเต็ม ๗๐ แล้ว... เหรอ... ปู่ก็แก่แล้วสิ...  ปู่ไม่ได้แก่... ปู่เพียงอายุมาก  คนบางคนอายุ ๒๕-๓๐ ก็แก่แล้วเพราะเขาไม่เรียนรู้อะไรอีกเลย ไม่เปิดโลกทัศน์อะไรอีกเลย มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ และไม่รู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ แบบนั้นคือแก่แล้ว  หลานก็นั่งมองหน้าว่าปู่พูดอะไร” ปกรณ์เชื่อว่าคำพูดของปู่ที่ไม่แก่บอกหลานตัวน้อยวันนั้น วันหนึ่งข้างหน้าเธอจะเข้าใจ ในวงการหนังสือและนิตยสาร ชื่อเสียงของเขาลงหลักปักฐานในฐานะผู้บุกเบิกและเจ้าของค่ายจีเอ็ม กรุ๊ป หรือบริษัทจีเอ็ม มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แหล่งผลิตสื่อแมกกาซีนคุณภาพหลากหลายหัวที่อยู่คู่นักอ่านและสังคมไทยมานานหลายสิบปี ก่อนจะฝ่าฟันจนมายืนมองวิวบนยอดตึก เขาเป็นลูกจีนนครปฐมที่ต้องเลือกระหว่างเส้นทางชีวิตที่เขียนขึ้นเอง หรือที่พ่อแม่กำหนด ทว่าความหลงใหลในโลกตัวอักษรก็บันทึกชีวิตของเขาบนหน้ากระดาษไปทีละหน้า จากนักอ่าน นักเขียน นักทำหนังสือ จนมาถึงนักธุรกิจ เคยเป็นหนี้หลายล้าน จนถึงระดับกว่า ๑๐๐ ล้าน เพราะการทำแมกกาซีน
ลาก่อน สตีเฟน ฮอวคิง สุดยอดอัจฉริยะบนรถเข็น สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ : เรียบเรียง เช้าวันนี้ (14 มีนาคม 2018) สำนักข่าวต่างประเทศได้ประกาศข่าวการจากไปอย่างสงบของ สตีเฟน ฮอวคิง
คอลัมน์ มิติคู่ขนาน บัญชา ธนบุญสมบัติ [email protected], www.facebook.com/buncha2509 บทความฉบับที่แล้ว ( Einstein vs Hawking มีอะไรเหมือน (ต่าง) กัน ? (ตอนที่



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ : สัมภาษณ์ บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช : ถ่ายภาพ ระหว่างสนทนากับ ปกรณ์ พงศ์วราภา ในห้องประชุมชั้น ๗ บนตึกจีเอ็ม กรุ๊ป ได้เกินครึ่งทางที่ตั้งใจ ก็เป็นจังหวะที่ผมถามถึงอายุของเขา แทนที่จะตอบเป็นตัวเลขเฉย ๆ เขาเล่าว่า “วันที่ผมอายุเต็ม ๗๐ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว กำลังนั่งดูหนังกับหลานสาวอายุ ๔ ขวบ ผมบอกหลานว่ารู้ไหมว่าวันนี้ปู่อายุเต็ม ๗๐ แล้ว... เหรอ... ปู่ก็แก่แล้วสิ...  ปู่ไม่ได้แก่... ปู่เพียงอายุมาก  คนบางคนอายุ ๒๕-๓๐ ก็แก่แล้วเพราะเขาไม่เรียนรู้อะไรอีกเลย ไม่เปิดโลกทัศน์อะไรอีกเลย มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ และไม่รู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ แบบนั้นคือแก่แล้ว  หลานก็นั่งมองหน้าว่าปู่พูดอะไร” ปกรณ์เชื่อว่าคำพูดของปู่ที่ไม่แก่บอกหลานตัวน้อยวันนั้น วันหนึ่งข้างหน้าเธอจะเข้าใจ ในวงการหนังสือและนิตยสาร ชื่อเสียงของเขาลงหลักปักฐานในฐานะผู้บุกเบิกและเจ้าของค่ายจีเอ็ม กรุ๊ป หรือบริษัทจีเอ็ม มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แหล่งผลิตสื่อแมกกาซีนคุณภาพหลากหลายหัวที่อยู่คู่นักอ่านและสังคมไทยมานานหลายสิบปี ก่อนจะฝ่าฟันจนมายืนมองวิวบนยอดตึก เขาเป็นลูกจีนนครปฐมที่ต้องเลือกระหว่างเส้นทางชีวิตที่เขียนขึ้นเอง หรือที่พ่อแม่กำหนด ทว่าความหลงใหลในโลกตัวอักษรก็บันทึกชีวิตของเขาบนหน้ากระดาษไปทีละหน้า จากนักอ่าน นักเขียน นักทำหนังสือ จนมาถึงนักธุรกิจ เคยเป็นหนี้หลายล้าน จนถึงระดับกว่า ๑๐๐ ล้าน เพราะการทำแมกกาซีน
ลาก่อน สตีเฟน ฮอวคิง สุดยอดอัจฉริยะบนรถเข็น สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ : เรียบเรียง เช้าวันนี้ (14 มีนาคม 2018) สำนักข่าวต่างประเทศได้ประกาศข่าวการจากไปอย่างสงบของ สตีเฟน ฮอวคิง
คอลัมน์ มิติคู่ขนาน บัญชา ธนบุญสมบัติ [email protected], www.facebook.com/buncha2509 บทความฉบับที่แล้ว ( Einstein vs Hawking มีอะไรเหมือน (ต่าง) กัน ? (ตอนที่