ดื่มไดอะล็อก

กรกฎาคม 18, 2018 
0


ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 14
งานภาพดีเด่น
พันธิตรา ขันธรักษ์ : เรื่อง
สรณ์ศิริ ปฐมสุริยะพร : ภาพ

พื้นที่แลกเปลี่ยน ความคิด มิตรภาพ และรอยยิ้ม
เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนเข้ามายังพื้นที่เล็กๆแห่งนี้เป็นประจำทุกยามเช้า คงหนีไม่พ้น มิตรภาพและความผูกพัน ที่เสิร์ฟพร้อมกรุ่นกลิ่นและรสชาติอันกลมกล่อม

แค่มานั่งกินกาแฟร้านเดียวกันมันจะสนิทกันได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ?

คำถามที่เรายังคงสงสัย พยายามหาคำตอบ แต่ไม่ขวนขวายในการตื่นมาหาคำตอบ แต่เมื่อถึงในจุดที่จะต้องรู้จริงๆ ก็ต้องตื่นมาหาคำตอบให้ได้ ร้านกาแฟที่เราพูดถึงไม่ใช่ร้านกาแฟคาเฟ่ชิกๆ เหล่านั้นหรอก

ใช่ เรารู้คำตอบอยู่แล้วว่าคาเฟ่เหล่านั้นเป็นพื้นที่ส่วนรวมที่ความเป็นส่วนตัวสูงเหลือเกิน และอีกอย่างร้านกาแฟแบบนั้นไม่ต้องขวนขวายในการตื่นเช้าเพราะเปิดจนถึงดึกดื่นกันเยอะแยะ แต่ร้านกาแฟที่เรากำลังหาคำตอบคือร้านกาแฟโบราณ หรือก็คือร้านกาแฟในภาพจำของเราที่จะมีแต่คนสูงวัยมานั่งคุยกัน จิบน้ำชาดื่มกาแฟพูดคุยเรื่องต่างๆ และนัดพบกันในเกือบทุกวัน

เฮ้ย มันยังมีอยู่ไหม แล้วมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ คนเราจะมานั่งพูดคุยกันเกือบทุกวันท่ามกลางกิจวัตรเดิมๆ ได้ขนาดนั้นเชียว เราจึงต้องมาหาคำตอบกันที่ตลาดพลูเพราะที่นี่มีร้านกาแฟโบราณนามว่า “สุริยากาแฟ” อายุก็ตั้ง 100 ปี ต้องมีเรื่องเล่าหรือความจริงอะไรบางอย่างที่เราอยากรู้ซ่อนอยู่ในนี้บ้างแหละ เทียบกับอายุคนก็เป็นคุณทวดแล้วและคงได้รับโล่ผู้สูงอายุ 100 ปีด้วย

ร้านสุริยากาแฟมีสามสาขา เริ่มแต่ต้นสาขาแรกของที่นี่คือสาขาวัดกลาง อยู่ในตลาดวัดกลางติดคลองบางหลวง จากนั้นขยับไปเปิดที่ซอยวัดบางสะแกนอก เป็นตึกแถวใกล้ชิดย่านชุมชน และสาขาที่ 3 อยู่แยกตลาดพลูใต้สะพาน ผู้คนพลุกพล่านสุดในสามสาขาเพราะมีทั้งป้ายรถเมล์ทั้งร้านขายอาหารต่างๆ เต็มไปหมด สาขาที่เราเลือกไปหาคำตอบคือสาขาวัดสะแกนอก ซึ่งสาขานี้ลูกชายคนรองของอากงเจ้าของเป็นคนดูแลกับลูกชายของเขา

เวลา 8 โมงเช้าวันเสาร์ ที่สามแยกตลาดพลูผู้คนพลุกพล่านกว่าที่คิด เรากำลังเดินจากร้านสุริยากาแฟสาขาสามแยกตลาดพลู เดินมาไม่ไกลจากจุดนั้นแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดบางสะแกนอกและเดินตรงมาอีกนิดหน่อยก็จะเจอกับร้านสุริยากาแฟ ตึกแถวคูหาเล็กๆ มีโต๊ะเล็กๆ ให้นั่งทั้งในและนอกร้านประมาณสามสี่ตัว แต่กลับมีผู้คนที่มารอซื้อเครื่องดื่มจากที่นี่มากกว่าที่เราคิด หลังจากมองหาพื้นที่ในร้านยังมีพื้นที่ให้เราได้นั่งหย่อนพักความเพลียในตอนเช้านั่งดูผู้คนที่เวียนวนกันมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสุริยากาแฟ ดูชายหนุ่มและชายเลยหนุ่มสองคนกำลังง่วนกับการชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าและรอยยิ้มที่ส่งมอบให้กับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามา

เก้าอี้ข้างๆ เราที่ก่อนหน้านี้ว่างมีคุณน้าผู้หญิงเดินมานั่งพร้อมสั่งว่า “เหมือนเดิม” ในใจก็คิดว่ามันคือเมนูพิเศษเหรอ หรือยังไงกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นบทสนทนาระหว่างเราและน้าอุ๋ม นีรนุช ชีวะถาวร เจ้าของประโยคเมนู “เหมือนเดิม” จึงเกิดขึ้น

เราถามน้าอุ๋มว่ามาที่ร้านนี้บ่อยเหรอ น้าอุ๋มบอกว่า “มาไม่บ่อย แค่ทุกวัน”

“สุริยากาแฟ” ท่ามกลางความพลุกพล่าน ของผู้คนย่านตลาดพลู
ร้านสุริยากาแฟสาขาใต้สะพานตลาดพลูแห่งนี้ เปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ ที่ต่างแวะเวียนมากันอย่างไม่ขาดสาย

วินัย เลิศธานินทร์วณิช นักชงรุ่นเก่า ที่ฝีมือยังเก๋าอยู่
ด้วยประสบการณ์การชงชาที่สั่งสมมากว่า 60 ปี นับเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ร้านแห่งนี้ ที่มีมากว่า 100 ปี เรียกได้ว่า เก่า แต่ยัง เก๋าประสบการณ์

อดีตสู่ปัจจุบัน ภาพสะท้อนฝัน เหนือกาลเวลา
นอกจากเอกลักษณ์ของรสชาติที่ถูกส่งต่อแล้ว ลีลาท่าทางของเตี่ยเองก็คงถูกส่งต่อไปด้วยเช่นกัน

เอาละเจอลูกค้าประจำคนที่ 1 ของร้านนี้ขนาดนี้ต้องได้คำตอบที่อยากได้บ้างแหละ
น้าอุ๋มยังเล่าอีกว่ามาที่นี่บ่อยจนได้เพื่อนใหม่กลับไปนับไม่ถ้วนแล้ว แถมยังแนะนำให้รู้จักกับเจ็ก (ประสิทธิ์ แซ่โค้ง) อาเฮียที่นั่งอยู่ในร้านถัดจากเราไปสองเก้าอี้ เจ็กเป็นอีกคนที่ถือว่าเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ นั่งรถแท็กซี่จากบ้านมาทุกวันยกเว้นวันที่ร้านปิด มาตั้งแต่ 08.00-11.00 น. หรืออยู่จนถึงร้านปิดนั่นเอง อะไรที่ทำให้เจ็กมาบ่อยและนั่งนานได้ขนาดนี้ เจ็กบอกรสชาติของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน อร่อยเข้มข้น แทรกมาด้วยเสียงน้าอุ๋มจะได้มานั่งพูดคุยกันด้วย

“นั่นไง!” ตอนได้ยินคำนี้ในใจมันเต้นรัวอยากจะถามอยากจะฟังอีกมากมาย เจ็กหัวเราะหลังจากที่น้าอุ๋มพูด เจ็กยังบอกอีกว่าตั้งแต่มานั่งร้านนี้ 10 กว่าปี ได้คนรู้จักมาเกิน 30 คนแล้ว

“มาที่นี่แล้วสบายใจ เดินเข้ามาคนขายก็จำได้ละว่าเราจะสั่งอะไร อีกอย่างที่นี่มีความเป็นกันเอง ง่ายๆ ถึงวันเกิดใครก็มีฉลองกัน อย่างวันเกิดเตี่ยเจ้าของร้าน วินัย เลิศธานินทร์วณิช ล่าสุดน้าอุ๋มก็ซื้อเค้กมาฉลองวันเกิดเตี่ย หรือเวลาอยู่ด้วยกันก็แย่งกันออกให้อีกคน มาถึงไม่เจอใครเอาละก็ต้องถามหาแล้ว เวลานี้ทำไมยังไม่มาอีก หรือมาไปแล้วยังไงกัน มันมีความสัมพันธ์กันทั้งคนซื้อ-คนขาย คนซื้อ-คนซื้อนั่นแหละเนอะ” น้าอุ๋มในชุดลำลองสบายๆ เกือบเป็นชุดนอนบอกกับเราพร้อมเสียงพี่ปิงปอง วโรดม เลิศธานินทร์วณิช ชายหนุ่มผู้ที่อยู่ท่ามกลางเครื่องชงกาแฟและยังไม่ได้หยุดนิ่งตั้งแต่เราเข้ามาที่นี่ ทักลูกค้าว่าเหมือนเดิมสองถุงไม่หวานนะ

โอ้โฮ…อะไรจังหวะมันจะดีขนาดนี้ และตลอดการที่เรามานั่งอยู่ในร้านจะได้ยินเสียงพี่ปิงปองทักลูกค้าก่อนแทบตลอดว่าเหมือนเดิมนะ พร้อมชงด้วยความชำนาญก่อนเสิร์ฟให้กับลูกค้า

เมื่อเห็นว่ามือที่พันเป็นระวิงของพี่ปิงปองเริ่มซาลงก็ลุกขึ้นไปพูดคุยกับพี่ปิงปอง ระหว่างที่พูดคุยกันก็จะมีเสียงคนกระป๋องแก๊กๆๆๆ อยู่ในบทสนทนาของเราตลอด

พี่ปิงปองเป็นลูกชายคนโตของเตี่ยและยังเป็นมือชงมือฉมังของสุริยากาแฟอีกด้วย กว่าจะได้มาอยู่ตำแหน่งนี้เรียกว่าชงทิ้งกันเป็นพันๆ แก้ว ชงแล้วให้เตี่ยชิม ชงจนกว่ารสชาติทุกแก้วจะเหมือนกัน

นึกว่าฝึกวิทยายุทธ์ มีที่ไหนให้ความตั้งใจใส่ใจขนาดนี้ไหมนะ

ในมุมคนขายที่เป็นมากกว่าคนขาย เป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง เตี่ยบอกเล่าเคล็ดลับของการที่ร้านอยู่ได้มาเป็น 100 ปี

“เราไม่ได้ทำมันเพื่อเงิน แต่เราทำเพื่อความสุข ทั้งความสุขของเราและลูกค้า”

หลังจากที่ฟังจบเราก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูการ์ตูนญี่ปุ่นช่อง 9 เช้าวันเสาร์-อาทิตย์ตอนสมัยเด็กๆ ที่เวลาตัวละครในเรื่องพูดประโยคที่ซาบซึ้งกินใจก็จะมีออร่าเปล่งประกายออกมาจากตัวละครนั้น

เพียงแค่ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในการ์ตูนและคำพูดของเตี่ยทำให้เขาเหมือนเปล่งออร่าออกมาได้จริงๆ

โลกใบใหญ่ เหนือแก้วใบเล็ก
เหนือแก้วชากาแฟตรงหน้า วงสนทนาเริ่มค่อยๆขยับขยาย เรื่องราวต่างๆมากมายของคนในวง ออกโลดแล่น แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

เคล็ดลับ ความอร่อย คือ ความใส่ใจ
ใส่ใจตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบอย่างดี ขั้นตอนการชงชาแต่ละครั้ง หรือแม้กระทั้งการจดจำรายละเอียดความชอบของลูกค้าแต่ละคน นี่แหละคือ เคล็ดลับความอร่อยที่ทำให้ ใครหลายๆคนติดใจ

หวานละมุน ยิ้มละไม
ยิ้มละไม ผุดขึ้นทันที หลังจากที่เด็กชายได้ลิ้มลอง ความหวานละมุน ของน้ำแก้วโปรด

นอกจากนั้นพี่ปิงปองยังเล่าถึงเสน่ห์ของร้านกาแฟ (โบราณ) ให้กับคนอยากรู้อยากเห็นอย่างเราฟังว่า “สังคมของร้านกาแฟ (โบราณ) ไม่ได้จำกัดอายุ ฐานะ การศึกษา หน้าตา แถมมีทั้งหลากหลายรสนิยมที่พร้อมมานั่งคุยแลกเปลี่ยนกัน ไม่มีมานั่งเก๊ก ได้เป็นตัวของตัวเอง เราเห็นได้ถึงความสบายใจของคนที่มากินมาพูดคุยกันจริงๆ จากรอยยิ้ม และความสนิทสนมของเรามันแน่นแฟ้นกันมากจริงๆ ทั้งคนซื้อคนขาย และการที่ได้มานั่งจิบชาพร้อมพูดคุยกันแบบนี้มันก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างของร้านกาแฟบ้านๆ ของเรานี่แหละ” พูดเสร็จเตี่ยก็ยื่นแก้วเครื่องดื่มที่เพิ่งชงเสร็จเมื่อกี้มาให้เราอีกแก้ว

แค่มานั่งกินกาแฟร้านเดียวกันมันจะสนิทกันได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ?

คำถามที่เคยสงสัยมานานนมได้คำตอบแล้วในวันนี้ เรารับรู้ได้ถึงบรรยากาศความเป็นกันเองภายในร้าน อาจเป็นเพราะพื้นที่ที่คนซื้อคนขายมีความสัมพันธ์กันทำให้เกิดบรรยากาศความเป็นกันเอง ตัวร้านที่เป็นเหมือนศูนย์กลางที่ทำให้ทุกคนมาพบปะพูดคุยกัน
นี่ขนาดเพิ่งมาแค่วันนี้วันเดียว แล้วพี่ๆ น้าๆ ที่มานั่งกินที่นี่กันเป็น 10 ปีล่ะ

ความเอ็นดูจากพี่ๆ น้าๆ ในร้านรวมถึงเตี่ยที่ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในร้านยันออกมาเตี่ยยังยิ้มไม่หยุดเลย ไม่รู้ว่าจะไปหาแบบนี้ได้จากที่ไหนเหมือนกัน การออกมาหาคำตอบครั้งนี้ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ จากการนั่งฟังและเป็นอีกหนึ่งความสุขที่ได้จากการนั่งคุยของเรากับทุกคนภายในระยะเวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น


พันธิตรา ขันธรักษ์
ชื่อฝ้าย ถ้าเฉพาะเจาะจงหน่อยก็เรียก ฝ้ายแท็ก
ชอบเดินทาง และแสวงหาของกินอร่อย ๆ มีความสุขกับการใช้ชีวิตในตอนนี้ดี

……

สรณ์ศิริ ปฐมสุริยะพร
สวัสดีครับ ผมชื่อ สรณ์ศิริ ปฐมสุริยะพร ชื่อเล่น เกื้อกูล อายุ 23 ปี
รักการถ่ายภาพ รักเด็ก และก็รักการเดินทาง ใฝ่ฝันอยากจะทำให้สิ่งที่เรารักหลายๆอย่างมันไปด้วยกันได้ อยากบอกเล่าความเป็นตัวเราให้คนอื่นได้รับรู้ สะท้อนผ่านมุมมอง ผ่านการถ่ายภาพ ผ่านผลงานของเรา

ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 14 งานเขียนดีเด่น เรื่อง : สุกฤตา ณ เชียงใหม่ ภาพ : ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์ “…เขาลืมเสียงเพลง แสงดาวแสงจันทร์
#ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการค่ายสารคดีครั้งที่ 14 “สู่สังคมสุขภาวะ” #ทีมเขียน 1. เกษมะณี วรรณพัฒน์ 2. วิมลรัตน์ ธัมมิสโร 3. พันธิตรา ขันธรักษ์ 4. ศิรินภา
เรื่อง : ผกามาศ อร่ามผล ภาพ : ณัชชา เจียรไพศาลเจริญ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบหรือไม่ก็ตาม เวลาคุณเดินไปตามสถานที่ต่างๆ คุณเคยสังเกตและมองคนเหล่านี้ดูบ้างหรือไม่ หรือพวกเขาเป็นเพียงอากาศที่คุณเดินผ่านแล้วเค้าไม่มีตัวตน ทุกคนเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอาจเพื่อกลับบ้านหรือไxทำงาน ในขณะที่เขาอาจไม่มีที่ให้ไปแม้บางครั้งอยากจะไปก็ตาม "ไร้บ้าน



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 14 งานเขียนดีเด่น เรื่อง : สุกฤตา ณ เชียงใหม่ ภาพ : ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์ “…เขาลืมเสียงเพลง แสงดาวแสงจันทร์
#ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการค่ายสารคดีครั้งที่ 14 “สู่สังคมสุขภาวะ” #ทีมเขียน 1. เกษมะณี วรรณพัฒน์ 2. วิมลรัตน์ ธัมมิสโร 3. พันธิตรา ขันธรักษ์ 4. ศิรินภา
เรื่อง : ผกามาศ อร่ามผล ภาพ : ณัชชา เจียรไพศาลเจริญ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบหรือไม่ก็ตาม เวลาคุณเดินไปตามสถานที่ต่างๆ คุณเคยสังเกตและมองคนเหล่านี้ดูบ้างหรือไม่ หรือพวกเขาเป็นเพียงอากาศที่คุณเดินผ่านแล้วเค้าไม่มีตัวตน ทุกคนเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอาจเพื่อกลับบ้านหรือไxทำงาน ในขณะที่เขาอาจไม่มีที่ให้ไปแม้บางครั้งอยากจะไปก็ตาม "ไร้บ้าน