ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : รายงาน

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ศาลปกครองสงขลานัดอ่านคำสั่งเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ หรือรู้จักในชื่อ “กำแพงกันคลื่น” หาดม่วงงาม โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น คุ้มครองหาดม่วงงาม ระงับโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น

โครงการกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม มีความยาวประมาณ ๒,๗๐๕ กิโลเมตร แบ่งการก่อสร้างเป็น ๒ ระยะ ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล หมู่ ๗ หมู่ ๘ และหมู่ ๙ ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นโครงการของกรมโยธาธิการและผังเมือง

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ชาวบ้านม่วงงามฟ้องคดีต่อศาลขอให้ยกเลิกโครงการ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ปรับสภาพชายหาดให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว

ศาลปกครองชั้นต้นจึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทำให้การก่อสร้างถูกชะลอออกไป แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองร้องอุทธรณ์เพื่อขอดำเนินโครงการต่อ ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องกับศาลปกครองชั้นต้นให้ระงับโครงการไว้

ศาลเห็นว่ากำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามจะก่อสร้างลงไปในทะเล ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชายหาด อีกทั้งพิจารณาข้อเท็จจริงจากชาวบ้านและเทศบาลเมืองม่วงงามที่ยืนยันว่าชายหาดม่วงงามเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ตามฤดูกาล ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง เทศบาลเมืองม่วงงามมีมาตรการในการป้องกันด้วยวิธีปักไม้และวางกระสอบทราย คำร้องของกรมโยธาธิการที่จะดำเนินโครงการต่อจึงไม่สมเหตุผลเพียงพอ จึงมีคำสั่งให้ระงับโครงการก่อสร้างชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

กรณีหาดม่วงงามนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ ช่วยกันยืนยันข้อมูลและข้อเท็จจริงในพื้นที่ และถือเป็นคดีก่อสร้างกำแพงกันคลื่นคดีแรกที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ระงับโครงการไว้

hadmuang01

คนที่ไม่เห็นด้วยกับกำแพงกันคลื่นมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

จรรยพร บูรณะ
ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา หนึ่งในผู้ฟ้องคดีหาดม่วงงาม

“เราเป็นคนม่วงงาม ทำงานที่เทศบาล เป็นหน่วยกู้ชีพ และทำสวนผลไม้เล็กๆ หลังบ้าน เราเกิดและเติบโตที่ม่วงงาม บ้านอยู่ใกล้ชายทะเล ห่างออกมา ๓๐๐ เมตร ตั้งแต่เด็กๆ เราใช้หาดม่วงงาม ไปเที่ยว เดินเล่น ไปหาหอย พักผ่อนเสียเป็นส่วนมาก บางทีญาติๆ มาหาเราก็ไปนั่งเล่นกันชายทะเล คนม่วงงามผูกพันกับหาดม่วงงาม โครงการกำแพงกันคลื่นก็เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน จากตอนแรกเคยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม สมัยก่อนท้องถิ่นป้อนข้อมูลให้ไม่ถูกต้อง จนชาวบ้านไม่รู้ว่าผลกระทบที่จะตามมาจะเป็นอย่างไร เราหมายถึงท้องถิ่นสมัยก่อนนะ ไม่ใช่ตอนนี้

“มาตอนนี้ชาวบ้านม่วงงามเริ่มรู้ ศึกษาว่ากำแพงกันคลื่นส่งผลกระทบอย่างไรกับชายหาด มีผลเสียอะไรบ้าง คนที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกำแพงกันคลื่นมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“ยินดีกับชาวบ้านม่วงงาม เหตุผลที่พวกเราออกมาคัดค้าน เพราะชายหาดของม่วงงามจริงๆ แล้วไม่ได้กัดเซาะรุนแรง จะมีการกัดเซาะก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น ถ้าเกิดรัฐเอาโครงสร้างแข็งมา มันจะทำให้ชายหาดบ้านเราเสียหาย ส่งผลเสียมากกว่าได้ ชาวบ้านจะไม่สามารถใช้ชายหาดเหมือนก่อน ทุกอย่างที่เคยปฏิบัติเคยทำกันมาเมื่อก่อนก็จะทำไม่ได้อีก”

คุ้มครองหาดม่วงงาม คำสั่งศาลปกครองสูงสุด

“หวังว่าสักวันหนึ่ง โครงการกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามจะถูกยกเลิก”

ทวีผล อินทโน
ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

“กำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามมาโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงมา วันหนึ่งก็มีรถบรรทุกท่อนเสาแล่นเข้ามา แล้วอีกสามวันต่อมาเขาก็เอาปั้นจั่นมาตอก พอรู้ว่าเป็นกำแพงกันคลื่นก็รู้สึกหมดหวัง

“ตอนทำประชาพิจารณ์ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ เขาเชิญคนจากพื้นที่อื่นมาร่วมประชุม ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่มี ไม่รู้ ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนด้วยว่ากำแพงมีขนาดเท่าไหร่ ลึกเข้าไปกี่เมตร จนเริ่มตอกเสาเข็มในทะเลเราถึงได้รู้

“ทะเลหาดแก้ว (อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ห่างจากหาดม่วงงามสิบกว่ากิโลเมตร) ทำไปแค่ปีกว่า เริ่มไม่มีทรายให้เห็น เริ่มเกิดการกัดเซาะ แค่ปีเดียวเอง ที่สร้างสำเร็จเพราะตั้งอยู่ไกลจากบ้านของชาวบ้าน ทำให้ไม่มีใครร้องเรียน

“กรมโยธามีงานที่ทำอีกตั้งมากมาย ทำไมต้องมาสร้างในสิ่งที่ทำร้ายธรรมชาติ หาดจะหดหายโดยที่เราไม่มีโอกาส ถ้าสร้างจริงๆ เราจะไม่มีโอกาสเห็นพื้นที่ของทรายริมทะเลแน่นอน

“เราเป็นคนเริ่มต้น ตั้งแต่มานอนที่ศาล มานอนที่ศาลากลาง ไปยื่นเรื่องกับศูนย์ดำรงธรรม ไปยื่นเรื่องที่รัฐสภา แล้วก็มาที่ศาลปกครองครั้งแรก ครั้งนี้ก็มาฟังด้วยตนเอง รู้สึกสบายใจที่ศาลคุ้มครองชั่วคราวต่อ แต่ไม่แน่ใจว่าจะนานแค่ไหน หวังว่าสักวันหนึ่ง โครงการกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามจะถูกยกเลิกไป เพราะว่าพื้นที่ที่จะทำกำแพงกันคลื่น ไม่ได้กัดเซาะจริงๆ ตามที่เขาแจ้งมา

“ทุกวันนี้ประชาชนต้องออกมาคัดค้าน ทั้งๆ ที่หน่วยงานด้านอนุรักษ์ก็มีอยู่ กลับเป็นพวกเราที่เป็นชาวบ้านต้องออกมาสู้ด้วยตัวเอง”

hadmuang03

“โครงการถูกระงับไว้ก่อนตามคำสั่งคุ้มครองชายหาดม่วงงาม หลังจากนี้ศาลจะต้องพิจารณาคดีที่ชาวบ้านฟ้องเพิกถอนโครงการด้วย”

อธิวัฒน์ เส้งคุ่ย
ทนายคดีหาดม่วงงาม

“วันนี้ศาลปกครองสงขลากำหนดนัดอ่านคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเห็นด้วยกับศาลปกครองชั้นต้น ที่สั่งระงับโครงการไว้ชั่วคราวก่อน จนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา คำสั่งตัวนี้เกิดจากเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านม่วงงามฟ้องเพิกถอนโครงการ ชาวบ้านฟ้องวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ โดยร้องเรื่องการคุ้มครองชั่วคราวไว้ด้วย ตามหลักถ้าฟ้องเพิกถอนโครงการอย่างเดียว แล้วโครงการดำเนินอยู่ สุดท้ายถ้าเกิดโครงการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลเพิกถอน แล้วจะไปทำลายมันก็ยาก

“ในตอนนั้นเมื่อมีคำร้องเพิกถอนโครงการ ก็เลยมีคำร้องขอให้ศาลชะลอโครงการไว้ก่อน ต่อมาวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ศาลปกครองสงขลาก็มีคำสั่งให้ระงับโครงการกำแพงกันคลื่นเป็นการชั่วคราว ผู้ถูกฟ้องคือกรมโยธาธิการและผังเมือง และนายกเทศมนตรีในสมัยนั้นก็ยื่นคัดค้านคำสั่งนี้ไปยังศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดวันนี้ก็มีคำสั่งเห็นด้วยกับศาลปกครองชั้นต้น ให้ระงับโครกงารไว้เป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษา

“คดีหาดม่วงงามเป็นคดีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นคดีแรกที่ศาลมีคำสั่งระงับไว้ พิจารณาข้อเท็จจริงที่บ่งบอกว่ามันควรสร้างหรือไม่ควรสร้าง ทางฝ่ายกรมโยธามีรายงานวิชาการบอกว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันทรัพย์สินที่อยู่หลังจากกำแพง ซึ่งถูกคานด้วยเอกสารฝ่ายนักวิชาการของผู้ฟ้องคดี คือ ผศ.ดร.สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง (อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ว่าการสร้างลงไปบนหาด โครงสร้างอยู่ในแนวที่น้ำท่วมถึง คลื่นจะวิ่งเข้ามาถึง รบกวนสมดุลของกระบวนการชายฝั่งทะเล เหมือนงานวิชาการสองชิ้นคานกัน ทำให้ศาลอยากจะฟังอีกด้าน คือคนที่อยากได้โครงการก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเทศบาลเมืองม่วงงามว่าความจริงเป็นอย่างไร

“นายกเทศมนตรีเมืองม่วงงามคนเก่า เขาคัดค้านการที่ศาลสั่งให้ระงับชั่วคราว เขาเห็นว่าจะต้องมีการสร้างต่อ เพราะว่าชายหาดมีการกัดเซาะ แต่พอมีการเลือกตั้ง เปลี่ยนนายกเทศมนตรีใหม่ ก็มีการนำชุดข้อมูลใหม่ไปที่ศาลว่าการกัดเซาะอยู่ในช่วงมรสุม หลังมรสุมมีการฟื้นตัวของหาด มีแนวทางการแก้ไข เช่น การปักไม้ เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความเป็นจริงของผู้ฟ้องคดี มันยิ่งมีน้ำหนักว่าชายหาดตรงนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างกำแพงกันคลื่น ชะลอไปได้ ศาลมองเห็น ก็เลยมีคำสั่งเห็นด้วยกับศาลปกครองสงขลาที่มีคำสั่งระงับไว้ก่อน

“คำถามว่าเมื่อไหร่จะตัดสินคดี เพิกถอนหรือไม่เพิกถอนโครงการเป็นคำถามที่ตอบยาก บางคดีปีหนึ่งก็เสร็จ บางคดี ๕ ปี หรือถ้าช้าๆ บางคดี ๕ ปีก็ยังไม่มีความคืบหน้า นี่เป็นกระบวนการของศาลที่ตอบยากเหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ”

hadmuang04

ถ้าไม่พิจารณาเอากำแพงกันคลื่นกลับมาเป็นโครงการที่ต้องทำอีไอเอ ปัญหาข้อพิพาทก็จะมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

อภิศักดิ์ ทัศนี
Beach for life

“ผมคิดว่าหาดม่วงงามน่าจะเป็นคดีแรกในประเทศไทยที่ศาลวางข้อมูลทางวิชาการค่อนข้างชัดเจน ศาลยืนยันว่ากำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ล่วงล้ำลงไปในทะเล และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชายหาด

“กรณีนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนกับท้องถิ่น โดยยืนยันข้อมูลวิชาการและข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทำให้ศาลเชื่อว่าชายหาดไม่ได้กัดเซาะจริง และการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นจะมีผลกระทบกับชายหาด ก่อนหน้านี้ชาวบ้านกังวลอยู่เหมือนกันว่าศาลจะยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวหรือเปล่า ชาวบ้านก็เอาข้อมูลวิชาการส่งศาลเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าชายหาดม่วงงามไม่ได้มีการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง เป็นไปตามฤดูกาล ต้องให้เครดิตคนในชุมชนที่ช่วยกันถ่ายภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลส่งศาล รวมทั้งทางเทศบาลที่ยืนยันเคียงข้างชาวบ้าน ทุกคนเห็นว่าการปกป้องชายหาดไว้ไม่ให้มีกำแพงกันคลื่นเป็นการเก็บสมบัติที่เป็นทรัพยากรที่ธรรมชาติสร้างมาให้ นี่เป็นสิ่งที่ผมมองเห็นจากคดีนี้

“ประเด็นที่สอง ชัดเจนว่าศาลเห็นว่าโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นมีผลกระทบต่อชายหาด และศาลรับฟัง เมื่อมีการวางบรรทัดฐานแบบนี้ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการที่กรมโยธาธิการหรือสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เอากำแพงกันคลื่นออกจากโครงการที่ต้องทำอีไอเอ เมื่อศาลเห็นว่ามันมีผลกระทบ คุณจะยังเพิกเฉยไม่เอาโครงการลักษณะนี้กลับไปทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกหรือ ซึ่งมันสอดคล้องกับภาพใหญ่ ปัจจุบันเราจะเห็นว่าการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นระบาด มีการใช้งบประมาณมหาศาล และเกิดขึ้นหลายพื้นที่มาก ไม่ว่าหาดม่วงงาม หาดมหาราช หาดดอนทะเล หาดทรายรี ต่างก็มีข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการลักษณะนี้

“แนวโน้มในอนาคต ถ้ากรมโยธาธิการยังคงดำเนินการกำแพงกันคลื่นต่อ หรือสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่พิจารณาเอากำแพงกันคลื่นกลับมาเป็นโครงการที่ต้องทำอีไอเอ ปัญหา ข้อพิพาทก็จะมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แล้วมันก็จะยิ่งเป็นประเด็นทางสังคมที่จะเกิดข้อถกเถียงกัน ถึงวันนี้ค่อนข้างชัดเจนว่ากำแพงกันคลื่นสร้างผลกระทบ แต่เรายังไม่เห็นท่าทีของหน่วยงานรัฐที่จะปรับวิธีการทำงาน แล้วก็รับข้อเสนอไปพิจารณาว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นต้องทำอีไอเอ”