ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง

น้ำผิวดิน-บาดาล-อากาศ อาบสารพิษ ผลกระทบบ่อฝังกลบขยะ กิจการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม ณ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
บ่อฝังกลบขยะและกากอุตสาหกรรมเข้ามาตั้งในพื้นที่ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี ๒๕๕๙ (ภาพ : ชำนัญ ศิริรักษ์)

เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ตัวแทนชุมชนบ้านม่วงชุม ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๑๔ คน พร้อมด้วยทนายความจากเครือข่ายนักกฎหมายจิตอาสาเพื่อสังคม และมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ได้เดินทางไปยังศาลปกครองนครสวรรค์ เพื่อยื่นฟ้อง ๓ หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ดูแลการประกอบกิจการโรงงานฝังกลบของเสียของบริษัท เอกอุทัย จำกัด แต่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและล่าช้า เป็นเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของมลพิษปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำผิวดินและใต้ดิน เริ่มส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำประปาบาดาล และเกิดกลิ่นเหม็นรุนแรงของสารเคมีจนทำให้ประชาชนในพื้นที่เจ็บป่วย

ย้อนเวลากลับไปในปี ๒๕๕๙ บริษัท เอกอุทัย จำกัด ได้เข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองในเวลาต่อมา

เว็บไซด์ www.aekuthai.com ระบุว่าบริษัท เอกอุทัย จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งนิติบุคคลประเภทบริษัทเมื่อปี ๒๕๕๔ มีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปี ๒๕๕๗ ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ประเภทโรงงานลำดับที่ ๑๐๕, ๑๐๖ ในการคัดแยกสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย, ซ่อมและล้างถังบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวทำละลาย, นำน้ำมันหล่อเย็นที่ใช้แล้วมาผ่านกระบวนการกรองเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่, บดย่อยแผงวงจรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น พร้อมทั้งระบุด้วยว่าเป็นบริษัทชั้นนำด้านการกำจัดกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีปรัชญาในการทำธุรกิจ คือดำเนินทุกกิจกรรมให้ได้มาซึ่งความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม สร้างผลกำไร และเพิ่มพูนคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นภายใต้พื้นฐานแห่งจรรยาบรรณ มีส่วนร่วมในการตอบแทนชุมชนหรือสังคม รวมถึงแสวงหาโอกาสทางการตลาดตามภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นตลาดระหว่างภูมิภาคหรือตลาดระหว่างประเทศเพื่อขยายตลาดในอนาคต

สินค้าและบริการอื่นๆ ของบริษัท ยังประกอบด้วยการรับประมูลวัสดุไม่ใช่แล้วจากโรงงานอุตสาหกรรม, รวบรวม ขนส่ง จัดเก็บ คัดแยกเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตรายเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่(Recycle), จำหน่ายผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By Product) จากกระบวนการคัดแยก บำบัดของเสีย สารเคมีใช้แล้ว และกากอุตสาหกรรม เป็นต้น

srithep021
เว็บไซด์ของบริษัทระบุว่าเฟสที่ ๑ มีเนื้อที่ฝังกลบรวม ๘๗ ไร่ ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) แล้ว รับใบอนุญาตประเภท ๑๐๕ การฝังกลบขยะและกากอุตสาหกรรมประเภทไม่อันตราย (none-Hazardous) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (ภาพ : ชำนัญ ศิริรักษ์)
srithep022
ประชาชนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่าบ่อขยะและกิจการโรงงานทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษเคยเข้ามาตรวจสอบ พบว่าบ่อฝังกลบขยะมีสารเคมีปนเปื้อนสูงเกินค่ามาตรฐาน มูลนิธิบูรณะนิเวศระบุว่าปัญหาการปนเปื้อนของมลพิษได้แพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน (ภาพ : ชำนัญ ศิริรักษ์)

ในปี ๒๕๕๙ บริษัท เอกอุทัย จำกัด ได้ขยายกิจการเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เว็บไซด์ของบริษัทระบุว่า บริษัทได้รับอนุญาตกิจการบ่อฝังกลบขยะและกากอุตสาหกรรม ณ ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีเนื้อที่ฝังกลบรวม ๘๗ ไร่ ในเฟสที่ ๑ และเนื้อที่โครงการรวม ๓๔ เฟส ๕๐๓ ไร่ ซึ่งผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) แล้ว รับใบอนุญาตประเภท ๑๐๕ การฝังกลบขยะและกากอุตสาหกรรม ประเภทไม่อันตราย (none-Hazardous) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๙

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การเข้ามาของโรงงาน ประชาชนในพื้นที่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าได้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อม

อรวรรณ์ พลละคร ประชาชนชาวอำเภอศรีเทพ กล่าวถึงผลกระทบที่ได้รับจนเป็นเหตุในการฟ้องว่า “ผลกระทบจากโรงงานมีมาตั้งแต่โรงงานเริ่มเข้ามาตั้งในปี ๒๕๕๙ ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มได้กลิ่นเหม็น น้ำในหมู่บ้านไม่สามารถกินได้ มีควันสีขาวจากปล่องลอยฟุ้งทั่วหมู่บ้าน ได้กลิ่นเหม็นแสบจมูก ก่อความรำคาญ จนไม่สามารถออกมาทำกิจวัตรประจำวัน นอกจากนี้ยังมีหมอกควันสีเหลือง เมื่อหลายวันก่อนมีเสียงระเบิดพร้อมควันสีเหลืองเต็มหมู่บ้าน เมื่อลมพัดจะได้กลิ่นเหม็นจนเวียนหัว ชาวบ้านบางคนมีอาการภูมิแพ้รวมถึงหายใจไม่ออก

เธอเล่าว่า “ร้องมาทุกที่ที่เขาบอกว่าหน่วยงานราชการจะช่วยเราได้ อบต.ก็ร้อง หน่วยงานท้องถิ่นทุกจุด ทางอำเภอก็ลงมา มีการตั้งคณะกรรมไตรภาคี ประสานงานไปทุกจุด ทั้งสื่อ นักข่าว ไปออกรายการก็ออก แต่เหมือนมันหนักกว่าเดิม ไม่มีเบาลง”

ในปี ๒๕๖๑ ประชาชนในพื้นที่ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง และสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และมีคำสั่งให้บริษัทแก้ไขปัญหา ในปี ๒๕๖๒ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วยตัวแทนจาก ๓ ฝ่าย คือ หน่วยงานรัฐ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และบริษัท เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปลายปีนั้นบริษัท เอกอุทัย จำกัด ยังได้รับรางวัลเหรียญทอง ”โครงการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการจัดการของเสียอันตราภาคอุตสาหกรรม” สาขาอุทัย สาขาศรีเทพ และสาขากลางดง

ต่อมาช่วงต้นปี ๒๕๖๓ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการไตรภาคี มีคำสั่งให้บริษัทปรับปรุงแก้ไขและระงับเหตุรำคาญ แต่ปัญหาและผลกระทบกลับทวีความรุนแรง กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการบริษัทให้หยุดการประกอบกิจการโรงงานในส่วนของการฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว บริษัทจึงได้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๔ ในส่วนบ่อฝังกลบขยะบ่อที่ ๑

  • srithep03
  • srithep031
  • srithep032
  • srithep04
  • srithep05
  • srithep06

ภาพจากเว็บไซด์ของบริษัทซึ่งมีกิจการตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา และเพชรบูรณ์ ระบุว่าเป็นบริษัทชั้นนำด้านการกำจัดกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สินค้าและบริการนอกจากบ่อฝังกลบขยะ อาทิ คัดแยกเศษวัสดุไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตรายเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่, ซ่อมและล้างถังบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวทำละลาย เป็นต้น (ภาพ : aekuthai.com)

หลายเดือนต่อมา ประชาชนในพื้นที่ซึ่งเฝ้าติดตามปัญหา พบว่ากลิ่นเหม็นและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการฝังกลบขยะในบ่อที่ ๑ ยังไม่สามารถแก้ไข ในทางตรงกันข้ามทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมกลับอนุญาตให้ทางบริษัทเปิดบ่อฝังกลบขยะเป็นบ่อที่ ๒

วันที่ ๑๕ และวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๕ กรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบปัญหา รายงานผลเบื้องต้นว่า บ่อฝังกลบขยะบ่อที่ ๑ ยังมีการปนเปื้อนของมลพิษอยู่ และพบว่าบ่อฝังกลบขยะบ่อที่ ๒ มีสารเคมีปนเปื้อนสูงเกินค่ามาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๓ (สภภ.๓) ร่วมกับ ทสจ.เพชรบูรณ์ สอจ.เพชรบูรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อบต.คลองกระจัง และผญบ.หมู่ ๔ ตำบลคลองกระจัง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังทราบว่าประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นรุนแรงและฝุ่นละอองที่ลอยออกมาจากพื้นที่โรงงานรีไซเคิล พบว่าฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายมาจากกอง “ขี้เถ้าลอย” ซึ่งเหลือจากการเผาขยะของโรงไฟฟ้า และกองเอาไว้เพื่อรอการเก็บขนไปฝังในบ่อฝังกลบที่ ๒ แต่ยังไม่สามารถนำรถเข้าไปเก็บขนได้เนื่องจากสภาพถนน และขณะเกิดเหตุมีกระแสลมพัดแรงขี้เถ้าที่กองไว้จึงฟุ้งกระจายตามลมและส่งกลิ่นเหม็นดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่กองกากของเสียหรือขี้เถ้าลอยไม่อยู่ในพื้นที่บ่อฝังกลบ อยู่นอกพื้นที่บ่อฝังกลบบ่อที่ ๒ ซึ่งไม่ถูกต้องตามขั้นตอน

เมื่อพบว่าบริษัทยังขนส่งกากอุตสาหกรรมจำนวนมากเข้ามาฝังกลบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีกลิ่นเหม็นของสารเคมีรุนแรงเป็นระยะๆ ซึ่งทำให้ประชาชนเจ็บป่วยมากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถอดทนต่อไปได้ ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๑๔ คน จึงฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕

srithep07
srithep08
ชาวบ้านอำเภอศรีเทพในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจังที่ได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการของบริษัท ร่วมด้วยทีมทนายจากเครือข่ายนักกฎหมายจิตอาสาเพื่อสังคม และมูลนิธิบูรณะนิเวศ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดนครสวรรค์ (ภาพ : มูลนิธิบูรณะนิเวศ)

คำฟ้องต่อศาลปกครองขอให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐทั้ง ๓ หน่วยงาน ดำเนินการใน ๓ เรื่อง ได้แก่

  1. ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ มีคำสั่งปิดโรงงานของบริษัท โดยให้มีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เลขที่ ๓-๑๐๕-๑/๔๕พช.
  2. ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการของบริษัท ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีและไม่เกิดผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ และการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
  3. ให้องค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง เข้าระงับเหตุรำคาญ โดยมีคำสั่งมิให้บริษัทนำวัสดุสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วเข้ามาทิ้งหรือฝังกลบในพื้นที่โรงงานจนกว่าจะมีการแก้ไขเหตุรำคาญให้สิ้นไป

ชำนัญ ศิริรักษ์ และณริศ ศรศรีวิวัฒน์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดียังร้องขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี โดยขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนและมีคำสั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งมิให้บริษัทดำเนินการนำขยะมาฝังกลบในพื้นที่โรงงานจนกว่าจะมีการกำจัดและควบคุมการแพร่ของมลพิษตลอดจนสารเคมีอันตรายมิให้แพร่กระจายออกสู่ภายนอกโรงงาน ตลอดจนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่สาธารณะให้เป็นที่เรียบร้อย หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

วันเดียวกันนั้น ศาลได้ไต่สวนโดยเร่งด่วนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ที่ ส.๑/๒๕๖๕ นัดไต่สวนคู่กรณีเกี่ยวกับคำร้องที่ขอให้ศาลกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ และมีหมายแจ้งให้คู่กรณีผู้ถูกฟ้องคดีรับทราบ นอกจากนี้ศาลได้พิจารณาให้บริษัท เอกอุทัย จำกัด เป็นจำเลยที่ ๔

ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองนครสวรรค์กล่าวด้วยว่าจะเสนอให้คดีนี้เป็นคดีเร่งด่วน ซึ่งหากได้รับการพิจารณาให้เป็นคดีเร่งด่วนแล้ว ศาลจะมีการตัดสินคดีภายใน ๗ วัน นับจากวันพิจารณาคดีตามคำร้องแล้ว

ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายให้ความเห็นว่า ลักษณะของคดีที่ยื่นฟ้องและมีการไต่สวนของคณะตุลาการศาลปกครองถือเป็นทิศทางที่ดี เนื่องจากศาลให้ความสนใจในประเด็นคดี มีการไต่สวนทันที แต่อาจต้องรอการไต่สวนของคู่กรณี เพื่อให้ได้ความชัดเจน ก่อนที่จะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในสัปดาห์หน้า ในส่วนเนื้อหาของคดี เป็นนิมิตหมายที่ดี ศาลมีการนำสู่กระบวนการเร่งรัดคดีเป็นพิเศษ และอาจมีการนัดพิจารณาคดีในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการฟ้องคดีปกครองที่มีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว

พงษ์พันธุ์ เพิ่มพิพัฒน์ ประชาชนหนึ่งในผู้ร่วมฟ้องคดีให้ความเห็นว่า แนวทางคดีเป็นไปในทางที่ดี ชาวบ้านมีกำลังใจมากขึ้น หลังจากมีปัญหามายาวนาน คาดว่าจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาสักที ขอบคุณทางมูลนิธิบูรณะนิเวศและทนายที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้

มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ศึกษาและทำงานรณรงค์เกี่ยวกับปัญหามลพิษจากอุตสาหกรรม สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสารอันตรายให้ได้รับความเป็นธรรม โดยทางมูลนิธิได้ให้คำปรึกษากับประชาชนบ้านม่วงชุม อำเภอศรีเทพ มาอย่างต่อเนื่อง เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยกามูลนิธิกล่าวถึงคดีนี้ว่า

“ทางมูลนิธิเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดไม่สามารถกำกับดูแลการประกอบกิจการของบริษัทไม่ให้กระทำผิดและแก้ปัญหาการปนเปื้อนของสารมลพิษในสิ่งแวดล้อมได้ ขณะนี้เริ่มมีปัญหาการปนเปื้อนของมลพิษลงสู่แหล่งน้ำใต้ดินมากขึ้น จึงจำเป็นต้องฟ้องคดีปกครองเพื่อพึ่งอำนาจศาล ให้มีคำสั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ถูกฟ้องคดีรายอื่นๆ รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ และให้มีการร่วมกันฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติดังเดิม”

วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ศาลไต่สวนคดีเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งห้ามนำกากอุตสาหกรรมเข้าบ่อฝังกลบที่ ๒ ของบริษัท ผู้ถูกฟ้อง ๕ ราย ประกอบด้วย ผู้ถูกฟ้องที่ ๑ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ถูกฟ้องที่ ๒ อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ถูกฟ้องที่ ๓ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง ผู้ถูกฟ้องที่ ๔ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง และผู้ถูกฟ้องที่ ๕ บริษัท เอกอุทัย จำกัด เข้าให้การต่อศาลปกครองจังหวัดนครสวรรค์ คำสั่งคุ้มครองจะมีการแจ้งให้ทราบภายใน ๗ วันนับจากการไต่สวน ทั้งนี้ศาลได้พิจารณาให้กรมควบคุมมลพิษและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้ามาเป็นพยานศาล และศาลนัดไต่สวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอีกครั้งในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ณ ห้องพิจารณาคดีที่ ๑ ศาลปกครองจังหวัดนครสวรรค์

หลังศาลไต่สวนคดีเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีเป็นการเร่งด่วน ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายระบุว่า ในกรณีตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่าคำฟ้อง เป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ครบถ้วน และเป็นเรื่องที่ศาลจำต้องพิจารณาพิพากษาโดยเร่งด่วน เพราะหากจะดำเนินกระบวนพิจารณาตามขั้นตอนปกติอาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้ฟ้องคดีที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง อธิบดีศาลปกครองนครสวรรค์ช้ันต้นสามารถมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วน โดยศาลนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ และจะมีการพิพากษาคดีโดยเร็ว ซึ่งอาจเป็นในวันเดียวกัน

“ถือเป็นคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมคดีแรกในชีวิตทนายความสิ่งแวดล้อมที่จะเสร็จการพิจารณาภายใน ๒-๓ เดือนนับแต่วันฟ้องคดี คดีสิ่งแวดล้อมต้องการแบบนี้ทั้งหมด”