เรื่อง : วิลาสินี หงษ์ศา
ภาพ : ทิพวรรณ มาประสพ

เทินหม้อ วัฒนธรรม (สะพาน) มอญ บนกระแสแห่งการท่องเที่ยว

เท้าของฉันยังไม่ทันก้าวพ้นจากรถตู้ กลิ่นหอมดอกไม้ไทยก็โชยมาเตะจมูก ต่อมาคือความรู้สึกเปียกที่แก้มขวาและซ้าย พร้อมเครื่องหัวร้อยเรียงด้วยกลีบดอกไม้สีขาวแซมแดงวางบนศีรษะ

“ขอบคุณค่ะ…” ฉันกล่าวพลางฉีกยิ้มกว้าง

เมื่อสติกลับมา ฉันก็ต้องควักกระเป๋าสตางค์ออกมาจ่ายค่าคอร์สระยะสั้น (ชั่วพริบตา) ทั้งหมด 30 บาท เป็นค่ามงกุฎดอกไม้10 บาทส่วนแป้งทานาคาบนหน้านั้น “ตามแต่จะให้”

ว้า… ไม่ทันเสียแล้ว ฉันกลายมาเป็นนักท่องเที่ยวเสียแล้ว ไม่ใช่นักสารคดี !” ฉันคิดในใจว่าจะมีผลต่อการทำงานสารคดีครั้งแรกหรือไม่ จากนั้นก็เดินหน้ามุ่งไปยังหมุดหมายที่สะพานไม้ทอดยาวแห่งหนึ่ง ณ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่รู้จักกันในนาม “สะพานมอญ”

สะพานมอญมีอีกชื่อหนึ่งคือ “สะพานอุตตมานุสรณ์” เพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงพ่ออุตตมะ บุคคลสำคัญของชุมชนมอญ หลังจากชุมชนเดิมถูกน้ำท่วมขังจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) หลวงพ่ออุตตมะตั้งใจสร้างชุมชนให้แน่นแฟ้นแข็งแกร่งดังเดิม สะพานมอญแห่งใหม่นี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

turnmor02

๑.

ณ ซอยสะพานไม้ก่อนถึงสะพานมอญ ช่วงเวลารุ่งเช้าจะพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวในชุดมอญ สวมเสื้อสีขาวทั้งแขนยาวและสั้น ผ้าถุงยาวสีแดงลวดลายสวยงามและผ้าคล้องคอโปร่งสีแดง พร้อมประแป้งทานาคาบนแก้มเป็นลวดลายต่างๆ สวมมงกุฎดอกไม้สีขาวแดงพันขดลวด เก้าอี้พลาสติกสีแดงตั้งเรียงหน้าร้านรวงตลอดสองฝั่ง ซึ่งมีทั้งร้านให้เช่าชุด ร้านขายเครื่องประดับ ร้านอาหารและร้านขายของฝาก

ทั้งนี้คนพื้นที่จะไม่สวมชุดมอญดั้งเดิมแบบนี้ แต่มักจะใส่ชุดมอญประยุกต์เพราะมีสีสัน ลวดลาย รวมทั้งรูปแบบแปลกใหม่

ระหว่างเดินไปตามซอยสะพานไม้ฉันเห็นทัศนียภาพของสะพานและแม่น้ำซองกาเลียด้านล่างได้ชัดเจน ทั้งผู้คนและกิจกรรมบนสะพาน นอกจากนักท่องเที่ยวแล้วยังมีกลุ่มเด็กตัวเล็กทั้งหญิงชายในชุดสีสันต่างๆ ประดับ “หม้อ” สีเงินเป็นเครื่องหัวแซมดอกไม้พลาสติกหลากสีซ้อนกันหลายชั้น ดูแล้วสวยงามแปลกตา บางคนเครื่องหัวนั้นสูงกว่าตัวเองเสียอีก

“พี่ ๆ ถ่ายรูปกับหนูไหมคะ 20 บาทค่ะ”

“พี่คะถ่ายรูปกับหนูไหมคะ แล้วแต่จะให้ค่ะ”

“พี่คนสวยถ่ายรูปไหมคะ”

นี่คือเสียงที่จะได้ยินเมื่อเดินบนสะพานมอญในช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีฝนปรอยแทบตลอดทั้งวัน ทำให้อากาศชื้นจนมอสเขียวน้อยๆ เติบโตขึ้นในช่องว่างบนสะพาน

ประโยคแรกนั้นเสียงหวานเจื้อยแจ้วชวนให้เอ็นดู เมื่อหันไปก็เจอเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก สูงประมาณ 100 เซนติเมตร แต่กลับไม่ได้มีหม้อเทินอยู่แนบกายหรือแต่งชุดมอญ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นพ่อ

น้องตัวเล็กคนนั้นเป็นนักท่องเที่ยว”

ฉันสังเกตว่าเด็กเทินหม้อบนสะพานจะไม่บอกราคาค่าถ่ายรูป มักจะพูดว่า “แล้วแต่ให้” ฉันเดาว่าถ้ากำหนดราคาชัดเจนอาจจะตัดโอกาสในการได้เงินจำนวนมากกว่า แต่เด็กน้อยเหล่านี้ก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องเงินมากขนาดนั้น เพราะฉันเข้าไปพูดคุยสอบถามอยู่นานสองนานก็ไม่ได้ให้เลยสักบาท แต่พวกเขาก็ยังวิ่งเข้ามาทักทายเสียงใสแจ๋วทุกครั้งที่กลับขึ้นไปบนสะพาน

“พี่กินข้าวมายัง”

“ยังเลย แต่ก็เริ่มหิวแล้ว”

“หนูยังไม่ได้กินข้าวเลย”

น้องบอกว่าจะได้กินข้าวตอนกลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังนักท่องเที่ยวเริ่มซาลงในช่วงสายสักสิบเอ็ดโมง พวกเขาจะออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ราวหกโมง และมาอีกในช่วงบ่ายแก่ประมาณบ่ายสามโมง และกลับบ้านสักทุ่มครึ่ง วันเปิดเทอมก็จะออกจากบ้านช่วงเดิมแล้วกลับไปเปลี่ยนชุดนักเรียน เมื่อเลิกเรียนจึงค่อยเปลี่ยนชุดออกมาอีกครั้ง

สะพานมอญเป็นสะพานไม้ที่ยาวสุดในประเทศไทย ในอดีตเคยมีความยาวกว่า 850 เมตร แต่ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งหนึ่งราว 447 เมตร เนื่องจากฝนตกหนักในปี 2556 ทำให้สะพานขาด หลังจากซ่อมแซมเสร็จในปีต่อมาก็เริ่มมีการเทินหม้อบนสะพานเพื่อการท่องเที่ยว

เด็กเทินหม้อบนสะพานนั้นมีภูมิหลังต่างกันออกไป บางคนเกิดที่ไทย เป็นเด็กมอญหรือกะเหรี่ยง บางคนเพิ่งลี้ภัยมาจากพม่า มีทั้งเด็กเล็กเจ้าถิ่นขาประจำซึ่งมาทุกเช้า-เย็น หรือเด็กที่โตหน่อยจะมาแค่ช่วงโรงเรียนหยุด โดยจะมีเหล่าแม่มาคอยคุมตรงหัวหรือท้ายสะพาน

“มิมิ หรือแก้ว” แม่เลี้ยงเดี่ยวตัวเล็กชาวทวาย วัย 35 ปี ผู้ย้ายมาจากตอนใต้ของพม่าตั้งแต่อายุ 7 ปี แม้พูดภาษาไทยไม่ชัดแต่ก็ฟังไม่ยาก เธอกำลังเฝ้าลูกสองคนที่มาเทินหม้อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปแลกกับเงินเพื่อหาทุนการศึกษา ส่วนใหญ่จะได้ประมาณวันละ 150 บาท หากเป็นช่วงปีใหม่อาจได้มากถึง 400-500 บาท

“พี่ก็อยากให้เรียน แต่คือส่งไม่ไหว” มิมิกล่าวหลังจากฉันถามว่าอยากให้น้องเรียนสูงๆ หรือไม่ ตัวเธอเองเคยเข้าโรงเรียนไทยเมื่อสมัยเป็นเด็ก แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป

“ปีที่แล้วก็เพิ่งไปเข้าเรียนกศน. แต่ก็… ไม่รอดน่ะ เลี้ยงลูกด้วย ทำงานด้วย จำไม่ได้ (หัวเราะ)”

“อยากเรียนอยู่ตั้งแต่เด็ก ไม่ได้เรียนหนังสือ อย่างมีคนแชตมาอะไรมา ก็อยากอ่านว่าเขาเขียนอะไรมาบ้าง”

แม้การเทินหม้อจะเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวมอญ แต่บนสะพานนั้นถ้าใครเทินได้…ก็ทำได้ เพราะฉันได้เจอเด็กสวมชุดกะเหรี่ยงมาเทินหม้อ รวมถึงความลื่นไหลทางเสื้อผ้าวัตถาภรณ์ตามแต่ทุกคนจะอยากใส่ สังขละบุรีจึงถือเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่แท้จริง

“หนูเป็นเด็กมอญเหรอ”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วทำไมเราใส่ชุดกะเหรี่ยงอยู่คนเดียวเลยล่ะ”

“อ๋อ… มันใส่สบายดี”

เมื่อเลี้ยวออกจากซอยสะพานไม้ไปอีกไม่ไกล ก็จะเจอกับ “ปลายฟ้า”วัย 23 ปี แม่ค้าเทินกะละมัง “ขายผัก” เธอให้ความเห็นเกี่ยวกับการเทินหม้อบนสะพานมอญว่า

“มีคนชวนแต่เราไม่ทำนะ ไปรอให้เขาเอาตังค์ให้เรา มันไม่ดี ถึงแม้วันนี้จะขายผักไม่ได้ เราก็เก็บไว้พอพรุ่งนี้ก็ขายต่อได้ แต่เทินหม้อมันมีข่าวเสียหาย ไม่อยากให้ครอบครัวเราเสียหาย ไม่อยากให้เมืองของเราเป็นอะไรไป เพราะว่าที่นี่เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก”

“ที่บอกว่าไม่ดีนี่คือยังไงหรือคะ” ฉันถามต่อ

“บางทีก็มีนักท่องเที่ยวแบบว่า คนชาวมอญ…เดี๋ยวก็ไปขอเงินเค้า ไม่อยากให้เกิดแบบนั้นค่ะ”

หลังจากแยกกับปลายฟ้าก็เดินต่อไปยังวัดวังก์ หรือวัดวังก์วิเวการาม ที่มีความสำคัญต่อชุมชนชาวมอญอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นวัดที่สังขารของหลวงพ่ออุตตมะประจำอยู่ ฉันได้พูดคุยกับพระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์คนปัจจุบัน ท่านให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กเทินหม้อบนสะพานเช่นกัน

“เด็กที่สะพาน… พวกที่มาเทินของน่ะหรือ พระมหาไม่เห็นชอบมาตั้งแต่ไหน เมื่อก่อนการท่องเที่ยวมันไม่มี การขอตังค์จากนักท่องเที่ยวเนี่ย ชาวบ้านมองเป็นเด็กเหลือขอ นานๆ เข้า เด็กๆ จะกระด้าง คือเขาจะไม่อายกับสิ่งนี้ เขาก็จะเข้าหานักท่องเที่ยวง่าย แต่ความยั่งยืนมันจะไม่มี ต่อมาที่เห็น มันก็จะกลายเป็นมาเฟียเล็กๆ…”

ส่วนอรัญญา เจริญหงษ์ษา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าบนซอยสะพานไม้และแกนนำด้านวัฒนธรรมของพื้นที่ก็ให้ความเห็นว่า

“วันก่อนนู้นใครมาประแป้ง แล้วเขาเรียกเก็บเยอะเกินไปนักท่องเที่ยวก็บ่น เขาไปพูดที่อำเภอกับเจ้าหน้าที่ มันก็เป็นภาพลักษณ์ของเรา การท่องเที่ยวเนี่ยอันตรายถ้าเราไม่ได้จัดการให้ดี สังเกตหลายที่ถ้าไม่ได้จัดการอย่างดี พังเกือบทั้งนั้น…”

เธอยังบอกว่าเคยมีการจัดระเบียบเด็กเทินหม้อบนสะพาน แต่ก็ห่างหายไปเนื่องจากคนดูแลเสียชีวิตไปแล้วไม่มีคนสานต่อ รวมถึงการรณรงค์ให้เลิกเทินหม้อเพื่อการท่องเที่ยวก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทั้งนักท่องเที่ยวและพ่อแม่เด็กไม่ยินยอม

turnmor08
turnmor09
turnmor10

หากค้นหาคำว่า “สะพานมอญ”บนอินเทอร์เน็ต นอกจากตัวสะพานก็จะเจอภาพนักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งเด็กกลุ่มหนึ่งที่เป็นซูเปอร์สตาร์จิ๋วแห่งเวทีสะพานมอญซึ่งแต่งหน้าแต่งตัวงดงาม แต่ละคนลีลาการโพสท่าไม่มีใครยอมใคร พร้อมความสามารถในการซ้อนหม้อสูง บางคนได้ถึง 13-14 ชั้น อีกทั้งความแก่นเซี้ยวก็พาให้รู้สึกเอ็นดู อยากจะเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ

แต่หากไปย้อนดูภาพเก่าๆ แม้สะพานมอญเองไม่มีใครยืนเทินหม้อให้ดูก็มีเสน่ห์ในตนเองมากเสียจนคนอยากจะเยี่ยมชมให้เห็นกับตา

แต่หากไม่มีความต้องการ… ก็คงไม่มีการตอบสนอง

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย… ภาพสะพานมอญแบบใดงดงามที่สุด

อ้างอิง

  • สะพานมอญ จ.กาญจนบุรี ขาดยาวกว่า 30 ม. หลังฝนตกหนักติดกัน 3 วัน-เร่งซ่อมวันนี้. (2556, 29 กรกฎาคม). Thai PBS. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2568, https://www.thaipbs.or.th/news/content/186656
  • สะพานมอญ (สะพานอุตตมานุสรณ์). (ม.ป.ป.). จังหวัดกาญจนบุรี https://ww2.kanchanaburi.go.th/travel/detail/33

ขอขอบคุณ

  • อรัญญา เจริญหงษ์ษา