จิตรกรรมโกศล #17 - ผิดฝาผิดตัว

ปีคริสต์ศักราช 1822 หรือช่วงปีพุทธศักราช 2364-2365 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 นายจอห์น ครอว์เฝิร์ด (John Crawfurd) หรือที่ฝ่ายสยามออกนามว่า “ยอน การะฝัด” ผู้แทนข้าหลวงใหญ่อังกฤษประจำแคว้นเบงกอลในอินเดีย เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อขอทำสัญญาทางพระราชไมตรี ทว่ายังไม่สำเร็จ ภายหลังมีการตีพิมพ์จดหมายเหตุของเขาเป็นรูปเล่ม ใช้ชื่อหนังสือว่า “Journal of an Embassy from the Governor-General of India to the Courts of Siam and Cochin-China” (จดหมายเหตุทูตจากข้าหลวงใหญ่แห่งอินเดียสู่ราชสำนักสยามและโคชินจีน)

พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร (2428-2517) ทรงแปลจดหมายเหตุเรื่องนี้ ตัดตอนเฉพาะเมื่อคณะทูตอังกฤษไปเที่ยวชมวัดพระเชตุพนฯ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2365 ใช้ชื่อว่า “เรื่องวัดพระเชตุพนในรัชกาลที่ 2” เจ้าหน้าที่อังกฤษบันทึกไว้ว่า เมื่อเข้าไปภายในพระวิหารทิศตะวันตก อันเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินศรี” ปางนาคปรก พบว่า “ภาพผนังห้องนี้ แสดงเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน เห็นแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือสำเภาจีนและกำปั่นฝรั่ง มีรูปฝรั่งหลายคนแต่งตัวอย่างสมัยปลาย (คฤสต) ศตวรรษที่ 17 ต่อกับที่ 18” 

ขณะนั้นคือปี ค.ศ. 1822 หรือทศวรรษที่สองของคริสต์ศตวรรษที่ 19 นั่นหมายความว่ารูปชาวยุโรปที่คณะของครอว์เฝิร์ดพบเห็นในพระวิหารทิศตะวันตก วัดพระเชตุพนฯ ยังแต่งตัวเฉิ่มเชย (ต้นฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า “the grotesque costume”) แบบปลายศตวรรษที่ 17 ต่อต้นศตวรรษที่ 18 หรือย้อนไป 120 ปี เป็นอย่างน้อย !

ผู้สนใจศึกษาจิตรกรรมไทยจึงพึงต้องตระหนักเสมอว่า ความพยายามมองหา “อดีต” ผ่านงานจิตรกรรมฝาผนังยังคงมีข้อจำกัดมาก

ภาพวาดของไทยอาจมีต้นแบบหรือที่มาหลากหลาย บางอย่างเขียนตามขนบที่ร่ำเรียนกันมา เพราะช่างไทยโบราณฝึกฝนฝีมือด้วยการคัดลอกต้นฉบับ หรือตามเส้นสายลายมือของครู จึงเขียนตามๆ กันมาช้านาน ดังเช่นภาพชาวยุโรปซึ่งกล่าวถึงในจดหมายเหตุนี้ เพราะช่างไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เขียนฝรั่งเป็นรูปคนจมูกโด่ง เสื้อผ้าหน้าผมตามแบบชาววิลันดาหรือฮอลแลนด์ ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 คือไว้ผมยาวประบ่า สวมหมวกปีกกว้าง ใส่เสื้อตัวยาวซ้อนกันหลายชั้น มีระบายรอบคอและปลายแขน นุ่งกางเกงขายาวแค่เข่า สวมถุงเท้ารองเท้า ช่างรุ่นแล้วรุ่นเล่าพากันลอกรูปฝรั่งแบบนี้ต่อเนื่องกันมาเป็นร้อยปี

คือไม่ว่าจะเป็นสมัยไหน เก่าใหม่อย่างไร หากจะเขียนรูปฝรั่งผู้ชายก็ต้องแต่งตัวแบบนี้เสมอไป

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปฤๅษีดัดตนตั้งไว้ ณ วัดพระเชตุพนฯ พร้อมศิลาจารึกโคลงประจำภาพแล้ว ยังโปรดเกล้าฯ ให้คัดโคลงทั้งหมด เขียนลงสมุดไทยดำในปี 2381 พร้อมกับให้วาดรูปฤๅษีดัดตนกำกับ โดยทำท่าทางอย่างเดียวกับรูปหล่อโลหะ เหมือนให้กับเป็นคู่ฉบับกัน

ในจำนวนฤๅษีเหล่านั้น มีตนหนึ่งถูกขอยืมนามมาจากคัมภีร์ไบเบิล คือนักบุญโยฮัน หรือยอห์น บัปติสต์ (John the Baptist) ผู้ทำพิธีล้าง หรือ “บัปติศมา” ให้แก่พระเยซูคริสต์ในแม่น้ำจอร์แดน (โยระดัน)

๏ ปริพาชกนี้ชื่อ โยฮัน แลเฮย
น้ำพึ่งตั๊กแตนฉัน เช่นเข้า
อยู่ยังฝั่งโยระดัน หนังอูฐ ครองนา
นั่งหัดถ์ถ่างเท้า ขัดแข้งขาหายฯ

แม้ในโคลงจะอ้างข้อความตามไบเบิลว่านักบุญโยฮันนุ่งห่มหนังอูฐ แต่อาจด้วยคนไทยสมัยรัชกาลที่ 3 เห็นว่าคริสต์ศาสนาเป็นเรื่อง “ฝรั่ง” สุดท้าย ช่างก็ยังเลือกเขียนรูปนักบุญโยฮัน อันเป็นบุคคลร่วมยุคพระเยซูคริสต์ให้แต่งตัวเป็น “ฝรั่ง” คือสวมหมวกปีกทรงสูง ไว้ผมยาวประบ่า มีเครา ใส่เสื้อซ้อนกันสองชั้น นุ่งกางเกงขายาว พร้อมทั้งสวมรองเท้าครบชุดอยู่นั่นเอง