โดย ศรัณย์ ทองปาน

หลังจากที่คณะทูตอังกฤษได้เห็นว่าภาพที่แขวนประดับ (คงอยู่ในกรอบ) ที่พระวิหารทิศเหนือ วัดพระเชตุพน เป็นงานคัดลอกภาพพิมพ์ฝรั่ง ด้วยฝีมือช่างจีน มีกระทั่งที่ลอกเลียนจากรูป “สาวอังกฤษในห้วงคำนึง !” (la pensive Anglaise !) ที่เป็นที่รู้จักกันดีในยุคนั้น อีก 10 วันต่อมา เมื่อคณะทูตอังกฤษลงเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วลัดเข้าคลองไปเยือนวัดราชโอรส เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2365 พวกเขาก็ต้องประหลาดใจซ้ำสอง เมื่อได้พบภาพเขียนใส่กรอบฝีมือจีนที่คัดลอกภาพพิมพ์ของอังกฤษ แขวนประดับอยู่ในกุฎิเจ้าอาวาส
“ท่านยอมให้เราเข้าไปดูข้างในได้ทั่ว ข้าวของของท่านเจ้าอาวาสบางอย่างดูออกจะแปลก ๆ หรือจะว่าไม่สมเป็นของพระก็ได้ เช่น รูปภาพฝีมือจีนเขียนเลียนต้นฉบับฝรั่งใส่กรอบปิดทอง เป็นภาพขี่ม้าล่าสัตว์ก็มี ภาพเขาไม้ก็มี ภาพนางงามอังกฤษอีกตั้งสองนางก็มี ภาพพรรณนี้ช่างเขียนจีนเขียนเลียนของเดิมของฝรั่งเพื่อขายถูก ๆ มีอยู่แพร่หลายในประเทศนี้ ข้าพเจ้าจะไม่ประหลาดใจเลย ถ้าใครเดินทางไปประเทศใกล้เคียงเช่นกัมพุชเทศ ลาวเทศ หรือแม้แต่เมืองแขกของจีน แล้วมาเล่าว่าได้ไปพบภาพเหล่านี้เข้าบ้าง”
ข้อความพากย์ภาษาไทยตอนนี้ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร (2428-2517) ทรงแปลสรุปไว้ ในที่นี้คัดมาจากหนังสือ “วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร” พิมพ์เมื่อคราวงานพระราชทานเพลิงศพ พระราชโมลี (ณรงค์ ฐิตญาโณ) ในปี 2525 ส่วนถ้อยคำตามต้นฉบับจดหมายเหตุภาษาอังกฤษ กล่าวไว้ว่า
“We were permitted to go over the different apartments without any difficulty. Some portion of the ornaments of that of the prior himself, struck us as odd, if not out of place. These were stiff Chinese copies of English pictures in gilt frames. One, for example, exhibited a fox chase, another the charms of a country life, and the third and fourth were portraits of celebrated English beauties. Many of these are copies of our best prints, and the Chinese, by extraordinary cheapness of price, have contrived to disseminate them widely. In Siam they are very frequent, and I have no doubt a traveller would also discover them in the heart of Kamboja, Lao, or Chinese Tartary.
ดังนั้น การที่มี “ของก็อป” จากเมืองจีนส่งเข้ามาตีตลาดด้วยราคาถูกเหลือเชื่อ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมาช้านานหลายศตวรรษแล้ว
ภาพวาดที่คัดลอกภาพพิมพ์ของตะวันตก โดยฝีมือช่างจีนยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งแม้อาจไม่ใช่เรื่องในพุทธศาสนา ทว่าในครั้งนั้นคงนิยมกันว่าเป็นของดีของงาม จึงมีผู้นำมาถวายไว้ให้ตั้งแต่งในอาราม โดยมากเป็นภาพเขียนบนกระจกซึ่งเขียนกลับด้าน คืออยู่ด้านหลังแผ่นกระจกใส (เพื่อความคงทน) ช่างจึงต้องเขียนย้อนขั้นตอน เริ่มจากการตัดเส้น แล้วค่อยลงสีไล่ถอยออกไปทีละชั้นๆ ภาษาอังกฤษเรียกภาพวาดเหล่านี้ว่า “reverse glass export painting” ที่พบบ่อยคือภาพหมู่ตึกแถว “สิบสามห้าง” เขตเช่าของฝรั่งที่ท่าเรือเมืองกวางเจา เป็นหมู่ตึกอย่างฝรั่งผสมจีน มีรั้วรอบขอบชิด ตั้งเสาชักธงนานาชาติ แลเห็นเรือสำเภาจอดทอดสมอเรียงรายอยู่เบื้องหน้า
มิหนำซ้ำ ช่างไทยยังอุตสาหะ “ก็อปปี้” ภาพวาดบนกระจกเหล่านี้ซ้ำอีกรอบ โดยนำมาเขียนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัด ดังมีตัวอย่างปรากฏให้เห็นอยู่ไม่น้อย

