
ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถอันเป็นอาคารที่สำคัญที่สุดในเขตพุทธวาส “โคลงบอกด้านการปฏิสังขรณ์” บรรยายว่าต้องอาศัยแรงงานช่างคฤหัสถ์รับจ้าง ร่วมกับพระช่างที่อาราธนาให้มาช่วยงาน โดยระบุค่าจ้างเหมาเขียนภาพเป็นราคาต่อพื้นที่ ดังนี้
๏ คอสองทุกห้องแห่ง ในประธาน
รังเรขมหาราชสถาน สี่ไซ้
ราชทรัพย์นับบำนาญ จำหน่าย ช่างแฮ
ด้านละเจ็ดกระสาปน์ได้ ดั่งนั้นปันสอง ฯ
ผนังตอนบนสุดบริเวณ “คอสอง” ของ “ในประธาน” ด้านหน้าและด้านหลัง เขียนภาพพิภพท้าวจาตุมหาราช ราคาด้านละ 7 กระสาปน์ (ตำลึง) หรือ 28 บาท
๏ ผนังบนถกลเรื่องสร้าง สมภาร พระนา
มโหสถพิศดารนิทาน ถี่ถ้อง
ราคาค่าธนะสาร ประสาทช่าง ฉลุเฮย
กระสาปน์สัปด์นับละห้อง จ่ายจ้างรางวัล ฯ
ผนังตอนบน (ที่อยู่เหนือหน้าต่าง) เขียนเรื่องมโหสถชาดก ค่าจ้างช่างเขียนสำหรับพื้นที่หนึ่งห้อง (คือระยะระหว่างเสา นับจากเสาต้นหนึ่งถึงเสาอีกต้น) คือ 7 ตำลึง (สัปด์หรือสัปต์ แปลว่าเจ็ด) เท่ากับ 28 บาท
๏ ผนังกลางหว่างช่องชั้น บัญชระ ทวารฤา
เรียบเรื่องเอตทัคคะ วาดไว้
จัดจ้างช่างคฤหัสถ์พระ มือเลิศ ล้วนเฮย
กหาปนะเบ็ญจให้ ละห้องของหลวง ฯ
ผนังที่อยู่ระหว่างหน้าต่าง เขียนภาพพระสาวกเอตทัคคะ คือพระอัครสาวกของพระพุทธองค์ผู้เป็นเลิศในด้านต่างๆ ราคาค่าจ้างเขียนต่อหนึ่งห้อง คือ 5 ตำลึง (เบ็ญจ หมายถึงห้า) คือ 20 บาท
๏ เตลาหมากเม้ยวาด ลายเสา สิ้นเอย
อย่างแย่งกอบัวเอา แบบได้
บำเหน็จเสร็จฉลุเฉลา เสาหนึ่ง
แปดกระสาปน์ลาภท่านได้ ช่างแต้มทุกตน ฯ
ลวดลายที่เสาเขียนด้วยสีน้ำมัน (เตละ/เตลา/เตลัง เป็นภาษาบาลี หมายถึงน้ำมัน) เป็นลายกอบัวก้านแย่ง ค่าจ้างต้นละ 8 ตำลึง เท่ากับ 32 บาท
ส่วนจิตรกรรมในหอพระไตรปิฎก เป็นฝีมือช่างพระกับช่างเขียนคฤหัสถ์ที่รับจ้างด้วยค่าจ้างเท่ากับที่เขียนผนังพระอุโบสถ คือห้องละ 5 ตำลึง หรือ 20 บาท
๏ หอไตรจตุรมุขแม้น ไพชยนต์ อินทร์เอย
ยอดเยี่ยมเวหาดล เด่นฟ้า
พึงพิศจิตรกรรมถกล ผนังวาด ไว้แฮ
ประสาทนับห้องละห้า กระสาปน์จ้างจ่ายรบาย ฯ
๏ ช่างชีคฤหัสถ์ด้วย ฉลุหลาย มือนา
ร่างเรื่องสังคายนาย นพนั้น
ศาลาสี่ทิศราย ชานรอบ
เหลี่ยมสกัดปราการกั้น สี่ซุ้มทวารรวาง ฯ
ถอดความได้ว่า หอไตรจตุรมุข (คือมีมุขสี่ด้าน หรือมีผังเป็นรูปกากบาท) แห่งนี้ งามราววิมานไพชยนต์ของพระอินทร์บนสวรรค์ น่าชมภาพจิตรกรรมที่วาดไว้บนผนัง อันมีค่าจ้างเขียน ห้องละ 5 ตำลึง ช่างเขียนมีหลายคน ทั้งช่างพระ (หรือที่ในโคลงเรียกว่า “ช่างชี”) และช่างคฤหัสถ์ เขียนเรื่องสังคายนาพระไตรปิฎกทั้งเก้าครั้ง (นพ หมายถึงเก้า) มีศาลารายรอบชานทั้งสี่ทิศ พร้อมด้วยกำแพงและซุ้มประตูสี่ซุ้ม

