จิตรกรรมโกศล #34 - ไม่ต้องหาช่างเขียนเวียนมาเอง

ในยุครัชกาลที่ 3 เมื่อ “ตลาด” กำลังต้องการแรงงานช่างจำนวนมากสำหรับการก่อสร้างและบูรณะวัดวาอารามทั่วพระนคร จึงเกิดภาวะเช่นที่นายมี มหาดเล็ก สะท้อนไว้ใน “กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า“เจ้าภาพ” ผู้สร้างวัดแต่ละราย จึงต้องใช้กลยุทธ์ขึ้นค่าจ้างเพื่อแย่งชิงตัวช่าง ดังปรากฏในความตอนที่กล่าวถึงการสร้างวัดเครือวัลย์ ริมคลองมอญ ฝั่งธนบุรี ว่า

แต่วัดเครือวัลย์ใหม่อำไพพาน
หนีบุราณแปลกเพื่อนไม่เหมือนใคร
เขียนชาดกยกเรื่องโพธิสัตว์
ทอดประทัดตีตารางสว่างไสว
เป็นห้องห้องช่องละชาติออกดาษไป
นับชาติได้ห้าร้อยสิบชาติตรา
ด้วยทรงพระศรัทธาเมตตาช่าง
ให้สินจ้างช่องละบาทดังปรารถนา
ด้วยบุญญาอานิสงส์ทรงศรัทธา
ไม่ต้องหาช่างเขียนเวียนมาเอง
เอาเงินล่อพอใจไม่เจ็บหลัง
อุตส่าห์นั่งพิเคราะห์ให้เหมาะเหม็ง
ที่เที่ยวหามาพบก็สบเพลง
อลเวงชิงกันประชันมือ

ถอดความได้ว่า จิตรกรรมฝาผนังวัดเครือวัลย์ที่สร้างใหม่นี้ เขียนเรื่องนิบาตชาดก หรือ “พระเจ้าห้าร้อยชาติ” โดยตั้งใจจะหลีกหนีแบบอย่างโบราณที่เคยทำกันมา จึงออกแบบภาพด้วยการตีตารางแบ่งเป็นช่องๆ เต็มผนังทุกด้าน แล้วเขียนภาพชาดกไว้ช่องละเรื่อง

อาจด้วยเหตุที่วรรณกรรมเรื่องนี้เป็น “เพลงยาวเฉลิมพระเกียรติ” นายมีจึงอ้างด้วยว่า “ด้วยทรงพระศรัทธาเมตตาช่าง” ในหลวงจึงพระราชทานค่าจ้างให้ถึง “ช่องละบาท”

เงิน 1 บาทในเวลานั้น มีมูลค่ามากน้อยเพียงใด ?

ในช่วงรัชกาลที่ 3-4 มีข้อมูลว่าราคาข้าวสาร 1 ถัง (ปัจจุบันเทียบว่าเท่ากับ 15 กิโลกรัม) ในปีที่ราคาข้าวเป็นปรกติ อยู่ที่ถังละ 1 สลึง หรือหากเป็นปีที่ “ข้าวแพง” จากภาวะน้ำท่วมฝนแล้ง ราคาอาจขึ้นไปถึง 1-2 บาทต่อถัง ดังนั้น ค่าจ้างเขียนภาพ 1 ช่อง ซึ่งมีพื้นที่ไม่ถึง 1 ตารางเมตร ด้วยราคา 1 บาท เท่ากับค่าข้าวสาร 4 ถัง (หรือ 60 กิโลกรัม) ก็ต้องถือว่าไม่เลวทีเดียว และด้วยการ “เอาเงินล่อพอใจไม่เจ็บหลัง” นี้เอง จึงทำให้ “ไม่ต้องหาช่างเขียนเวียนมาเอง”
หรืออาจตีความกลับในอีกมุมหนึ่งได้อีกว่า หากไม่จ่ายค่าจ้างราคาสูงขนาดนี้ อาจหาช่างมาเขียนให้ไม่ได้

หากแต่ประเด็นหนึ่งที่ดูย้อนแย้งคือ นายมี มหาดเล็กช่างเขียน ประพันธ์ “กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” เป็นบทร้อยกรองเฉลิมพระเกียรติ ด้วยประสงค์จะทูลเกล้าฯ ถวาย “ให้พระจอมโลกาทรงปรานี พอพ้นที่ช่างเขียนเปลี่ยนวิชา” นั่นคือเพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิง แสดงฝีมือร้อยกรองกาพย์กลอนของตน ประกอบการยื่นคำร้อง “ขอฉลองพระคุณไปในอาลักษณ์ ด้วยจิตรักจงสมปรารถนา” คือขอย้ายตัวเองจากหน้าที่ช่างเขียนไปเป็นอาลักษณ์

ไม่ปรากฏหลักฐานว่าการขอโอนย้ายสังกัดรับราชการครั้งนั้นมีผลว่าอย่างไร แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเข้าพระทัยว่า “ไม่สำเร็จ”