
เมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ช่างเขียนที่กล่าวได้ว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด คือพระภิกษุผู้เป็นที่รู้จักกันในสมญาว่า “ขรัวอินโข่ง” และแหล่งข้อมูลสำคัญก็ยังคงได้แก่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ กับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเช่นเคย
“ขรัวอินโข่ง” นั้น ชื่อตัวของท่านคือ “อิน” แต่อะไรคือ “ขรัว” และ “โข่ง” ?
คำว่า “ขรัว” มีนัยความหมายเป็นเชิงยกย่องในฐานะผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ผู้เป็นที่นับถือ ส่วนมากใช้กับพระสงฆ์ (แต่ที่ใช้เป็นคำเรียกฆราวาสก็เคยพบ) พบว่าเฉพาะในหมู่พระภิกษุที่เป็นช่าง ยังมีอีกหลายรูปที่เรียกขานกันโดยมีคำว่า “ขรัว” นำหน้าชื่อ เช่น “ขรัวมุก” แห่งวัดวิหารขาว กรุงศรีอยุธยา ดังระบุใน “คำไหว้ครูช่างครั้งกรุงเก่า” ของ “ตำราสร้างพระพุทธรูป” สมัยรัชกาลที่ 3
ฝ่ายข้างไพรหารขาวมี
ขรัวมุกท้วมดี
ในช่างชำนาญปานกัน
ส่วนใน “นิราศสุพรรณ” ของนายมี (คนเดียวกับที่แต่ง “เพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว”) เมื่อแล่นเรือผ่านวัดเพลง คลองบางกอกน้อย ในปี 2383 ก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องรำพันถึง “ขรัวนาค” หรือพระอาจารย์นาค พระช่างเขียนผู้มีชื่อเสียงครั้งรัชกาลที่ ๑ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์
แต่ก่อนพระวัดนี้ท่านดีมาก
ชื่อขรัวนาคช่างฉลาดข้างวาดเขียน
มีคนจำแบบอย่างมาวางเรียน
จนช่างเขียนประเดี๋ยวนี้ก็ดีจริง
ส่วนฉายา “โข่ง” ที่มาต่อท้ายนาม “อิน” นั้น มีคำอธิบายของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพพิมพ์รวมในหนังสือ “บันทึกรับสั่ง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทาน ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล” ว่าเนื่องจากท่านเคยบวชเณรอยู่จนโต คนจึง “เรียกกันว่าอินโค่ง ๆ แล้วทำไมเลยมาเป็นโข่งไม่ทราบ” หากแต่สมเด็จฯ เอง ทรงออกนามพระเถระรูปนี้ด้วยความเคารพว่า “พระอาจารย์อิน” และทรงจำได้ว่า เมื่อยังทรงพระเยาว์ เคยทันได้พบเห็นตัวจริงของท่านด้วย สมเด็จฯ ทรงเล่าว่าพระอาจารย์อิน
“อยู่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าทรงรู้จักมาตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวช เป็นช่างเขียนไทยคนแรกที่มีความรู้ ไม่แต่เขียนได้ตามแบบโบราณเท่านั้น ยังเขียนตามแบบฝรั่งสมัยใหม่ได้ด้วย เป็นการแสดงความก้าวหน้าในทางเขียนรูปของไทย รูปภาพต่าง ๆ ที่อินโข่งเขียนนั้นมีเงา เป็นการเขียนที่มีชีวิตจิตใจผิดกับนักเขียนไทยอื่น ๆ เคยโปรดฯ ให้เขียนรูปต่าง ๆ เป็นฝรั่ง ๆ ไว้ที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร รูปพวกนี้เป็นพวกแรก ๆ ของอินโข่ง ต่อมาเขียนรูปพระนเรศวรชนช้างไว้ในหอราชกรมานุสสรณ์ หลังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ฝีมือดีนัก ในพระอุโบสถเขียนไว้ที่ห้องพระยาช้างเผือกกับเขียนรูปภาพประกอบโคลงสุภาษิตต่าง ๆ ภาพเหล่านี้เขียนเมื่อตอนแก่ ได้เคยเห็นด้วยตาเอง ผมแกขาวเป็นดอกเลา ภาพเหล่านี้อยู่ตามหน้าต่างและประตูในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม”
