
เมื่อสังคมมนุษย์ในประเทศไทยเข้าสู่ยุคสมัยประวัติศาสตร์ ราว 1,500 ปีมาแล้ว เริ่มปรากฏหลักฐานการใช้ตัวอักษร รวมทั้งระบบการเมืองการปกครอง และลัทธิศาสนา ซึ่งรับเข้ามาจากแหล่งอารยธรรมภายนอก อันย่อมนำไปสู่การสร้างวัดวาอาราม หรือศาสนสถานขึ้น ทั้งในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการวาดภาพเรื่องราวจากคัมภีร์ หรือลวดลายประดับตกแต่งสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เนื่องจากภาพเขียนเป็นสิ่งบอบบาง ชำรุดเสียหายได้ง่าย จึงไม่หลงเหลือมาให้เราเห็น
อย่างไรก็ดี แม้ในยุคที่ไม่มีหลักฐานภาพจิตรกรรมฝาผนัง ก็ยังพอมีวิธีการศึกษาเปรียบเทียบที่จะทำให้เห็นเป็น “เค้า” หรือสร้าง “ข้อสันนิษฐาน” ได้ โดยเปรียบเทียบจากงานศิลปะยุคร่วมสมัย เช่นในช่วงที่เรียกกันว่า “สมัยทวารวดี” (ราวพุทธศตวรรษที่ 11-16 หรือประมาณ 1,500-1,000 ปีมาแล้ว) แม้จะไม่มีหลักฐานภาพจิตรกรรมฝาผนังหลงเหลือ แต่ก็มีภาพลวดลายในลักษณะต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ที่อาจฉายให้เห็น “แนวทาง” ของจิตรกรรมฝาผนังได้ ดังเช่นภาพจำหลักบนใบเสมาหินทราย ส่วนใหญ่พบทางภาคอีสานตอนบน เช่นในจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย มีทั้งที่เป็นเรื่องจากชาดก (อดีตชาติของพระพุทธเจ้า) พุทธประวัติ พระพุทธรูป และภาพสถูปเจดีย์ ซึ่งอาจพอทำให้เห็นเป็นแบบอย่างได้ว่า ถ้าหากมี “จิตรกรรม” ในยุคนั้น คงมีแนวทางการแสดงภาพบุคคล เครื่องแต่งกาย อาคาร และการจัดองค์ประกอบแต่ละฉาก ในทำนองเดียวกันนี้
นอกจากนั้นยังมีภาพลายเส้นจากยุคทวารวดีอีกจำนวนหนึ่ง เช่นภาพลายเส้นบนแผ่นหิน เป็นกรอบสี่เหลี่ยม ภายในมีรูปบุรุษนุ่งผ้ายาว นั่งชันเข่าข้างหนึ่ง ขาอีกข้างคุกเข่า ล้อมรอบด้วยลายมงคลสี่ อันได้แก่หม้อน้ำ จักร สังข์ และดาวห้าแฉก
อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่เมื่อปี 2511 มีการขุดแต่งซากเจดีย์จุลประโทน ใกล้วัดพระประโทณ จังหวัดนครปฐม อันเป็นโบราณสถานในยุคทวารวดี ยังได้พบก้อนอิฐที่มีภาพลายเส้นขีดเขียนไว้ เป็นภาพใบหน้าด้านข้างของ “ชายต่างชาติ” คนหนึ่ง มีจมูกโด่งงองุ้ม ไว้เครา และสวมหมวกทรงครึ่งวงกลม บางท่านเชื่อว่าอาจเป็นภาพชาวอาหรับ !
เมื่อมาถึงศิลปะสุโขทัย ที่เมืองเก่าศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย พบหลักฐานภาพเขียนในคูหาของเจดีย์บางองค์ที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว และเจดีย์ประธานวัดเจดีย์เก้ายอด แม้อยู่ในสภาพลบเลือน แต่ก็ยังพอมองเห็นเค้าโครงได้ ว่าเขียนเป็นภาพแถวพระอดีตพุทธเจ้า คือบรรดาพระพุทธเจ้าผู้ทรงตรัสรู้มาแล้วจำนวนมากมายในอดีต ก่อนหน้ายุคของพระสมณโคดม หรือพระพุทธองค์ที่เราคุ้นเคยกันดี
แต่ที่ปรากฏหลักฐานจำนวนมากและชัดเจนยิ่งกว่า คือภาพลายเส้นเรื่องชาดก (อดีตชาติของพระพุทธเจ้า) จารไว้บนแผ่นหินชนวนหลายสิบแผ่น วางพาดเป็นเพดานอุโมงค์ทางเดินข้างในผนังมณฑปพระอจนะ วัดศรีชุม เมืองสุโขทัยเก่า
ภาพชาดกชุดวัดศรีชุมนี้ ตัดตอนมาเรื่องละหนึ่งฉาก พบจำนวนราว 100 ภาพ จัดวางองค์ประกอบอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม มีภาพพระโพธิสัตว์ กับบุคคลหรือสัตว์ที่แวดล้อมอยู่ตามท้องเรื่อง พร้อมทั้งมีจารึกชื่อชาดก พร้อมเนื้อเรื่องย่อไว้ให้ด้วย
รวมทั้งยังมีภาพลายเส้นบนรอยพระพุทธบาท เช่นรอยพระพุทธบาทสำริด จากวัดเสด็จ จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งประกอบด้วยลวดลายมงคล 108 ประการบนฝ่าพระบาท รูปพระอดีตพุทธเจ้า กับทั้งพระอรหันตสาวกที่เดินประทักษิณอยู่โดยรอบ และเทวดารักษาทิศ
เหล่านี้ย่อมสะท้อนให้เห็นรูปแบบและองค์ประกอบของจิตรกรรมฝาผนังร่วมยุค ที่ไม่หลงเหลือของจริงมาจนถึงปัจจุบันแล้ว ก็เป็นได้

