“ I know you’re scared. I’m scared too, but if we go together , everything will be okay.”
ฉันรู้ว่าเธอกลัว ฉันก็กลัว แต่ถ้าเราไปด้วยกัน ทุกอย่างจะโอเค
คำพูดของเด็กสาวชุดนักเรียนที่ข้างหลังมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ที่พูดกับ ตุ๊กตาไม่สมบูรณ์ของเธอ
“Dream” ภาพยนตร์แนวมิวสิคัล การเดินทางของเด็กสาวผู้เปล่าเปลี่ยว ที่เธอที่ต้องเผชิญพบสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม ผู้คน และเธอยังขอพรกับซานต้าผู้ที่เธอเชื่อว่า คริสต์มาสเทศกาลแห่งความอบอุ่นหากเราขอพรสิ่งใด หรือ นำถุงเท้าไปวางไว้ซานต้าจะมอบสิ่งนั้นให้ตามสิ่งที่เธอขอ


เมื่อพูดกันถึงเรื่อง Musical film ผู้คนก็จะนึกถึงความแตกต่างจากหนังแนวอื่นๆ
การดำเนินเรื่องด้วยเสียงเพลงที่ตัวละครจะร้องเพื่อเล่าเรื่องราวและความรู้สึก ซึ่งบางทีก็สลับด้วยบทสนทนา ความนิยมของหนังแนวนี้ในบ้านเราค่อนข้างเบาบางกว่าหนังแนวอื่นๆ
ผ่านมานานแล้วที่ไม่ได้เห็นภาพยนตร์แนว Musical film หากเป็นของประเทศไทย
เรื่องล่าสุด ก็คือ “เทพธิดาบาร์ 21” ออกฉายในปี พ.ศ. 2521(1978) กำกับโดย ยุทธนา มุกดาสนิท โดยถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม 35 มม.อัตราส่วนภาพ ซีเนม่าสโคป ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันก็ 47 ปีแล้ว และเมื่อพูดถึง Musical film ของต่างประเทศ ก็คงจะหนีไม่พ้นกับ “La La Land” ที่ออกฉายในปีพ.ศ.2559 (2016) เป็นภาพยนตร์เพลงอเมริกันแนวโรแมนติกเขียนบทและกำกับโดย Damien Chazelle

โดย Musical film หรือ ภาพยนตร์เพลงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เรามองว่ามันมีเสน่ห์ในตัวมากๆ ทั้งนี้เราได้เห็นทุกอย่างครบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น เต้น ร้อง พูด ทั้งนี้ มันจะเป็นอย่างไรหากเราได้ดูหนังที่เป็น Musical film โดยนักแสดงไทยและสถานที่สิ่งแวดล้อมต่างๆคือเป็นไทย
แต่นักแสดงต้อง พูด ร้อง ดำเนินเรื่องราวด้วยภาษาอังกฤษ
“Dream” โดย Paul Spurrier (พอล สปาเรีย) ผู้กำกับ ได้พูดว่า“ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากความสามารถของคนไทย ผมเชื่อตั้งนานแล้วว่าประเทศไทยมีฝีมือสูงมาก ผมว่าไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้ ผมคิดว่าสู้หนังฮอลลีวูดได้ แต่ว่าไม่มีหนังมิวสิคัลมา50ปีแล้ว แล้วผมรู้สึกว่าทำไม ทั้งที่มีนักร้องที่เก่ง มีบรรยากาศสวย มีทุกอย่างที่พร้อมสำหรับหนังมิวสิคัล เหมือนที่ทุกคนบอกฝรั่งบ้ารึเปล่า ทำทำไม แต่ผมเชื่อในฝีมือคนไทย”
ซึ่งเห็นด้วยกับสิ่งที่ Paul Spurrier (พอล สปาเรีย) พูดว่าทำไมในประเทศไทยที่มีนักร้องมากมายหลากหลายแนว ทำไมเราถึงไม่ทำภาพยนตร์หรือสิ่งที่เรามีอยู่ต่อยอด เพื่อช่วยสนับสนุนให้วงการภาพยนตร์และวงการดนตรีของประเทศไทยเราไปได้ไกล และมันคงดีไม่น้อยถ้าเราเริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว
ทั้งนี้นักแสดงในบางส่วนที่ได้พูดถึงการมารับบทในภาพยนตร์ ที่เหมือนกับเรื่องราวในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็น แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น ที่พูดถึงความฝันตัวเองในวัยเด็ก
“ตัวเราเองเป็นคนที่ตามหาเวที ตามหาความฝันมาตลอด แล้ววันนึงเราได้มาเห็นน้องได้แสดงสิ่งที่เขารัก มันภูมิใจมาก ดีใจและภูมิใจมากที่หนังแบบนี้เกิดขึ้นที่บ้านเรา”
โดยความฝันยังเป็นหนึ่งสิ่งที่เราจะมีมันหรือไม่มีมันก็ได้ไม่ผิด แต่ในช่วงวัยเด็กเมื่อถูกถามเราก็มักจะบอกว่า อยากเป็น ครู ตำรวจ ทหาร หรือสิ่งต่างๆที่เราวาดฝันไว้ แม้โตมาจะไม่เหมือนที่เราฝันไว้เท่าไร นั้นมันก็ไม่ผิดเลย
และ โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่พูดการเข้ามารับบทบาทนี้ในละครที่สะท้อนตัวเองตอนเด็ก
“โดนัทอ่านบทมันคล้ายๆกับเราตอนเด็กๆที่เติบโตต่างจังหวัดเราก็เคยแบบอยากรู้ว่าโลกข้างนอกเป็นไง ป้าเราก็ครู ดรีมมันทำให้โดนัทนึกถึงตอนเป็นเด็ก ที่บ้านพาไปดูหนังวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วหนังที่มันรู้สึกอบอุ่น ครอบครัว ซึ่งมันหาดูได้ยากมากในยุคสมัยนี้”
🎶 Santa claus come tonight Santa claus come tonight please bring me a new bicycle 🎶
บทเพลงและจินตนาการคำขอจากเหล่าเด็กๆที่รอคอยปาฏิหาริย์และเชื่อว่าซานต้ามีอยู่จริง
คืนวันคริสต์มาสต้องนำถุงเท้าไปแขวนหน้าบ้าน เพราะเชื่อว่าซานต้าจะขี่กวางเรนเดียร์นำของขวัญที่ขอมาให้อย่างแน่นอน

🎶 Slowly, softly, gently, stepping to a new world, a new day, a new me taking the first step ,
but I will hold my hand, be by my side, take care of me, and help me get tonight. 🎶
ช้าๆ เบาๆ อย่างอ่อนโยน ก้าวไปสู่โลกใหม่ วันใหม่ ตัวฉันใหม่ ก้าวแรก
แต่ถ้าฉันมีใครสักคนที่จะจับมือฉัน อยู่เคียงข้าง ดูแลฉัน และช่วยให้ฉันผ่านคืนนี้ไปได้

บทเพลงจากหญิงสาวตัวเล็กที่ร้องออกมาเมื่อเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก เธอเพียงขอแค่ใครสักคนอยู่ข้างเธอ และพาเธอผ่านคืนที่โหดร้ายนี้ไปได้เสียที เธอยังคง“ไปต่อ” และ เดินหน้า “ต่อไป” เธอเดินทางพร้อมกับสิ่งของ และ สิ่งที่มีในตัวตนของเธออยู่ตลอดคือ “ความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยึดมั่นในตนเอง” เมื่อครั้งที่เธอเจอเรื่องราวความไม่ซื่อตรงของผู้ใหญ่ เธอยังคงไม่ลืมที่จะนำความเป็นตัวเองมาต่อต้านกับสิ่งนั้น
และพาเราไปสู่คำถามที่ว่า
– เมื่อเรายังเด็ก ความบริสุทธิ์เรามีเต็มเปี่ยม แต่เมื่อโตขึ้นสิ่งใดทำให้ความบริสุทธิ์นั้นน้อยลง หรือ เพียงเพราะคำว่า “การต้องอยู่รอด” หรือเปล่า ?
– เมื่อก่อนที่ผู้ใหญ่ชอบบอกว่า “โลกบีบบังคับให้เราต้องเป็นแบบนี้” มันจริงไหม ?

ท้ายสุดแล้วภาพยนตร์แนว Musical film ก็ยังคงเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ควรได้ไปต่อ และ มีอีก ต่อไป ในประเทศไทยหากมีภาพยนตร์เพลงบ่อยๆคงจะดีไม่น้อย และ รวมถึงขอให้ภาพยนตร์เรื่อง Dream เป็นของขวัญคริสต์มาสที่พาเรากลับไปรื้อค้นความฝันของตัวเองในวัยเด็กที่ไม่ให้การเติบโตมาพรากความฝันเราไป.


