
“โคลงบอกด้านการปฏิสังขรณ์” ยังแสดงให้เห็นตัวอย่างระบบควบคุมช่างของทางราชการ เช่นที่เกิดขึ้นในคราวปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนด้วย แนวทางเบื้องต้นคือมีข้าราชการที่รับหน้าที่รับผิดชอบการบูรณะปฏิสังขรณ์อาคารแต่ละแห่ง พร้อมกับมีผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจสอบอีกคน เช่นพระวิหารทิศตะวันออก ให้หลวงราชานุรักษ เจ้ากรมราชองครักษ์ฝ่ายขวา (สดำ แปลว่าขวา) ฝ่ายพระราชวังบวร ดูแลการสร้างวิหาร โดยมีหลวงชาญภูเบศ มหาดเล็กวังหน้า เป็นผู้ควบคุมงาน
๏ หลวงราชานุรักษ์เจ้า กรมกระทำ วิหารแฮ
องครักษ์บวรวงงสดำ อีกท้งง
ชาญภูเบศร์ผู้กำ กับที่ หลวงเฮย
มหาดเล็กวงงน่าต้งง แต่งให้ดูงาน ฯ
พระวิหารทิศใต้ หลวงกรรภยุบาทว์ เจ้ากรมราชองครักษ์ฝ่ายขวา(ปรักษ์ แปลว่าข้าง หรือฝ่าย) ในพระบรมมหาราชวัง เป็นผู้กำกับการซ่อม จ่าจิตรนุกูล กรมมหาดเล็ก เป็นผู้ตรวจ
๏ หลวงกรรภยุบาทว์เจ้า กรมงาน เกณฑ์ฤๅ
ราชรักษ์ปรักษ์ขวาวิหาร ซ่อมสร้าง
จ่าจิตรนุกูลการ กำกับ อีกเอย
กรมมหาดราชวงงอ้าง ชื่อต้งงสองตน ฯ
พระวิหารทิศตะวันตก หลวงพิทักษนรินทร เจ้ากรมรักษาพระองค์ฝ่ายซ้าย (เฉวียง คือซ้าย) ในพระราชวังบวร เป็นผู้กำกับการซ่อม มีนายจ่ายวดเป็นผู้ตรวจ
๏ พนักงานวิหารสร้างซ่อม เสรจ์ถวิล ราชฤๅ
หลวงพิทักษ์นรินทร์ หนึ่งผู้
ฉลองบาทบวรวงงยิน ยศเลื่อง แลพ่อ
องครักษ์ตระหนักนามรู้ ที่เจ้ากรมเฉวียง ฯ
๏ จ่ายวดมหาดเล็กได้ กำกับ
การย์ทุกสิ่งเสร็จสรัพ สืบสร้าง
โองการท่านบังคับ คุมช่างฉลุะนา
คงแต่ดีชี้มล้าง ชั่วใช้ใหม่เขียน
โคลงบทหลังนี้บอกเราว่า ผู้ตรวจสอบ เช่นนายจ่ายวด มหาดเล็ก ผู้กำกับการพระวิหารทิศตะวันตก มีอำนาจควบคุมสั่งการช่างเขียนด้วย ถึงระดับที่ว่า “คงแต่ดีชี้มล้าง ชั่วใช้ใหม่เขียน” อันมีความหมายว่า หากท่านผู้นี้เห็นว่าภาพใดไม่เหมาะไม่ควร ไม่ดีไม่งาม ก็สามารถ “ชี้” สั่งลบทิ้ง ให้เขียนใหม่ได้ทันที
