33 nai mee

วรรณกรรมอีกเรื่องหนึ่งที่อาจใช้เป็นหลักฐานว่าด้วยงานจิตรกรรมฝาผนังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 คือ “กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” ผลงานของนายมี มหาดเล็ก แต่งขึ้นเมื่อปี 2376

นายมี หรือ “เสมียนมี” เป็นบุตรพระโหราธิบดี เคยบวชเรียนอยู่ที่วัดพระเชตุพนฯ และเข้าใจว่าคงได้ฝึกหัดวิชาช่างเขียนในระหว่างนั้น เมื่อลาสิกขาแล้วเข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กช่างเขียน จึงเรียกกันว่า “นายมี มหาดเล็ก” เล่ากันมาเป็นตำนานว่า นายมีสร้างชื่อเสียงไว้มากเมื่อคราวซ่อมภาพจิตรกรรม “รามเกียรติ์” ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อได้เขียนภาพตอนพระวิศวกรรมสร้างกรุงลงกาใหม่ให้ทศกัณฐ์ หลังจากที่ถูกหนุมานเผาเสียป่นปี้ นัยว่า “นิวลงกา” ของเขาแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร คือเป็นภาพปราสาทราชวังแบบตึกฝรั่งผสมเก๋งจีน จนเป็นที่มาของสมญา “นายมี ลงกาใหม่”

ด้วยภูมิหลังเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” ของนายมี มหาดเล็ก จึงให้ความใส่ใจแก่งานช่าง โดยเฉพาะช่างเขียน เป็นพิเศษ

ในรัชกาลนี้มีการสร้างวัดและปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก วัดที่ทรงสร้างขึ้นใหม่คือ วัดเฉลิมพระเกียรติ (นนทบุรี) วัดเทพธิดาและวัดราชนัดดาราม ส่วนวัดที่ทรงปฏิสังขรณ์ ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพน วัดอรุณราชวราราม วัดมหาธาตุ วัดโมลีโลก วัดยานนาวา วัดระฆังโฆสิตาราม วัดราชสิทธิ์ วัดสระเกศ วัดสุทัศน์ วัดสังข์กระจาย วัดกัลยาณมิตร นอกจากนั้นยังมีวัดที่เจ้านาย ขุนนาง และราษฎรผู้มีทรัพย์ สร้างหรือปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกหลายสิบแห่ง และบางวัดก็ได้ทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

“ครั้นมาถึงรัชกาลที่ 3 โภคสมบัติบริบูรณ์ขึ้นในพระนคร ด้วยการค้าขายเจริญกว่าแต่ก่อน ผู้มีทรัพย์ถึงเศรษฐีมีมากขึ้น พากันเลื่อมใสในการสร้างวัด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอุดหนุน จึงเป็นมูลเหตุเกิดคำกล่าวที่ว่า ‘ใครใจบุญชอบสร้างวัดวาอารามก็เป็นคนโปรด’…”

การก่อสร้างปฏิสังขรณ์วัดวาอารามจำนวนมากพร้อมกันเช่นนี้ ย่อมเป็นตลาดสำคัญสำหรับแรงงานจีนอพยพ ทั้งระดับกุลีกรรมกรและช่างฝีมือ ดังที่นายมีกล่าวไว้ใน “กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติฯ” ตอนหนึ่งว่า

พวกช่างจีนสินจ้างรางวัลเพิ่ม
ช่างไทยเติมเบี้ยหวัดล้วนจัดสรร
บ้างเลื่อนที่มีนามขึ้นตามกัน
ทั้งช่างปั้นเขียนถากสลักกลึง

นั่นคือ ช่างสองกลุ่มนี้ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ขณะที่ช่างจีนได้ “สินจ้างรางวัล” ช่างไทย (คงหมายถึงช่างของหลวงที่เป็นข้าราชการ) ก็ได้รับเบี้ยหวัดเงินปีเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังได้ “เลื่อนที่” ให้มียศฐาบรรดาศักดิ์สูงขึ้น นายมีย้ำเรื่องนี้ไว้หลายครั้งใน “กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติฯ”

ช่างสลักถากกลึงแลปั้นเขียน
ก็พากเพียรทำถวายไม่หน่ายแหนง
ให้เบี้ยหวัดจัดสรรรางวัลแรง
ทั่วตำแหน่งเบิกเผยที่เคยการ