เรื่อง : ธนภูมิ ทองรับแก้ว
ภาพ : WildAid Thailand

ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ผมไม่เคยได้ลิ้มรส “หูฉลาม” เลยสักครั้ง เพราะมันคือเมนูสุดหรูหราที่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง เกียรติยศ และสถานะอันสูงส่ง ผิดก็เพียงอาหารจานนี้กำลังแลกมาด้วยชีวิตของฉลามทั่วโลก
ผมขอพาคุณย้อนกลับไปในประเทศจีนสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) กันก่อน สมัยนั้นเริ่มมีการค้าและสะสมของแปลกมากขึ้นจากเส้นทางการค้าที่ขยายออกไปทั้งในแผ่นดินจีนและต่างประเทศ หนึ่งในของแปลกที่แสดงถึงความหรูหราคืออาหารหลากชนิด รวมถึงหูฉลามด้วย
การขนส่งที่ห่างไกลย่อมทำให้วัตถุดิบเน่าเสียง่าย หูฉลามจึงต้องผ่านวิธีการถนอมอาหารทั้งตากแห้งและทอดกรอบ กอปรกับการเดินทางระยะไกลทำให้มันกลายเป็นสินค้าราคาแพงสำหรับชนชั้นสูงไปโดยปริยาย
สมัยนั้นดูยากเย็นกว่าจะได้มาซึ่งหูฉลาม แต่หากผมพาคุณท่องเวลากลับมาปัจจุบัน เรื่องราวจะกลายเป็นหนังคนละม้วน เพราะหูฉลามไม่ได้เป็นสินค้าหายากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยังคงไว้คือ “สถานะทางสังคม” ที่ถูกหล่อหลอมมาจากอดีต
กล่าวคือ ปัจจุบันเราล่าฉลามกันอย่างเอาเป็นเอาตาย มูลค่าการค้ารวมหูฉลามทั่วโลกมีมากถึง 1,000-2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แลกกับชีวิตฉลาม 100 ล้านตัวต่อปี โดยปริมาณฉลามและกระเบนของโลกลดลงมากถึง 71% ตั้งแต่ ค.ศ.1971 และตอนนี้กว่าครึ่งของพวกมันถูกจัดอยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์ (Endangered – EN) ตามการจัดสถานภาพของ IUCN Red List

เมื่อย่อแผนที่โลกกลับมามองที่ไทย คุณจะพบความน่าประหลาดใจยิ่งกว่า เพราะไทยคือหนึ่งในผู้ส่งออกรายใหญ่ ข้อมูลใน ค.ศ.2012-2016 เผยว่าประเทศไทยส่งออกหูฉลามมากที่สุดในโลก นั่นหมายความว่าฉลามในน่านน้ำไทยกำลังถูกล่ามากเช่นเดียวกัน
น่านน้ำไทยสามารถพบฉลามได้ 89 ชนิด กว่า 58% มีสถานภาพเสี่ยงสูญพันธุ์ (Vulnerable – VU) ไปจนถึงใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered – CR) แต่หากจัดตามการจัดสถานภาพของ Thailand Red Data ฉลามที่พบในไทยมากถึง 70% มีสถานภาพเสี่ยงสูญพันธุ์ ขณะที่หูฉลามที่ขายในไทยมาจากฉลามเสี่ยงสูญพันธุ์ถึง 62% โดยฉลามหางจุดเป็นเหยื่อที่ถูกพบมากที่สุดของวัฒนธรรมอาหารอันสูงส่งนี้
คุณอาจเกิดคำถามตามมาว่า ฉลามหายไป แล้วมันทำไม?
คำตอบสั้นๆ คือระบบนิเวศพังครับ
ใน ค.ศ. 2005 มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า เมื่อฉลามในแนวปะการังทะเลแคริบเบียนถูกจับมากเกินไปและมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้ปลาหมอทะเลที่เป็นผู้ล่าลำดับรองมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปลานกแก้วที่กินสาหร่ายทะเลถูกพวกมันล่าจนมีจำนวนลดลง ส่งผลให้สาหร่ายทะเลมีมากเกินจำเป็นและปกคลุมปะการังจนฟื้นฟูตัวเองจากการถูกทำลายได้ช้าลง สัตว์น้ำที่ต้องอาศัยปะการังจึงตกที่นั่งลำบากไปด้วย

แม้ประชากรฉลามลดลงและเริ่มส่งผลต่อระบบนิเวศ แต่การล่าฉลามก็ยังไม่หยุด! หูฉลามยังคงถูกยกให้เป็นอาหารอันสูงส่ง เห็นได้จากงานเฉลิมฉลองที่มักจะมีเมนูหูฉลามน้ำแดงอยู่บนโต๊ะ โดยหารู้ไม่ว่าเป็นการทำลายโลกของลูกหลานอย่างเลือดเย็น
แต่หากคุณอยากหยุดยั้งการล่าฉลามมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น อาจง่ายเสียจนคุณคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ พวกคุณก็แค่หยุดกินหูฉลาม ตามหลักตลาดเสรีที่โลกเรายึดถือ หากไม่มีอุปสงค์ย่อมไม่มีอุปทาน พวกเราในฐานะผู้สรรค์สร้างวัฒนธรรมอันผิดเพี้ยนควรปล่อยให้หูฉลามเป็นเพียงเมนูประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์หมิง แล้วก้าวเดินสู่อนาคตทางวัฒนธรรมทางอาหารที่ไม่ต้องทำร้ายระบบนิเวศโลก เพื่ออนาคตของพวกเราเอง
