สวนสาธารณะมักกะสัน หรือ มักกะสันคอมเพล็กซ์

ใครที่เคยอยู่บนแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน หากทอดสายตาลงมา จะสังเกตเห็นต้นไม้สีเขียวขึ้นหนาแน่นเป็นแนวสีเหลี่ยมผืนผ้ายาวเหยียดขนานกับถนนจนแทบจะเป็นป่าใหญ่กลางเมืองคอนกรีต

บริเวณนั้นเป็นสุสานรถไฟ หรือที่ดินย่านมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย  พื้นที่ประมาณ 500 ไร่ เป็นโรงซ่อมหัวรถจักรและเป็นที่ทิ้ง โบกี้ หัวรถไฟเก่าแก่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจำนวนมาก

ผู้เขียนเคยมีโอกาสเข้าไปทำสารคดี และหลุดเข้าไปถ่ายภาพสุสานรถไฟแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนลึกลับ เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ สลับกับซากตู้รถไฟที่ถูกทิ้งร้างไว้อย่างระเกะระกะ ผสมกับบรรยากาศที่ไร้ผู้คน ดูเงียบเหงา วังเวง จนชาวบ้านเรียกว่า สุสานรถไฟ คงจะไม่ผิดจากข้อเท็จจริงนัก

สำหรับคนภายนอก สุสานรถไฟ อาจจะดังขึ้นมา จากเรื่อง เสือดำมักกะสัน เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เป็นเรื่องสนุก ตื่นเต้น เป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หากินไปได้หลายวันทีเดียว

เรื่องของเรื่องก็คือมีข่าวลือจากชาวบ้านแถวนั้นว่า บริเวณสุสานรถไฟที่เป็นป่ารก มีเสือดำอาศัยอยู่  และมีข่าวอีกว่าสุนัขของชาวบ้านก็หายไปทีละตัวสองตัว เพราะถูกเสือดำจับมากิน ผู้คนหวาดกลัว ช่วงหัวค่ำไม่ยอมออกจากบ้านกลัวจะตกเป็นเหยื่อโดนเสือคาบไปกิน แต่ก็ช่วยสร้างรายได้ให้กับหนังสือพิมพ์หัวสีอย่างต่อเนื่องจากการขายข่าว

พอเป็นข่าวบ่อย ๆ ทางการก็ส่งทั้งพรานทั้งตัวจริง ตัวปลอมอาสามาซุ่มโป่งจับเสือดำ แต่ก็ไม่สำเร็จสักราย ครั้นจะบอกว่า ไม่มีเสือดำ ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ ไม่หายหวาดกลัวอยู่ดี จึงเดือดร้อนถึงกรมป่าไม้ เพราะเสือดำเป็นสัตว์ป่าหายาก กองอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงส่งคนมาดักจับจนสำเร็จโดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ไปยืมเสือดำจากพ่อค้าสัตว์ป่าที่เลี้ยงเอาไว้มาจัดฉากที่สุสานรถไฟ และปล่อยข่าวออกไปว่าเจ้าหน้าที่จับเสือดำได้แล้ว กองทัพผู้สื่อข่าวแห่มาทำข่าวถ่ายภาพเป็นการใหญ่ และติดตามไปเป็นประจักษ์พยานเมื่อกรมป่าไม้เอาเสือดำไปปล่อยเข้าป่าเรียบร้อย

ชาวบ้านมักกะสันก็ดีใจ มีความสุข นอนตาหลับ ไม่ต้องประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านยามวิกาลให้กับตัวเองอีกต่อไป

ดูเหมือนจะแฮปปี้เอนดิ้งด้วยกันทุกฝ่าย หลังจากนั้นอีกเป็นปี ความก็แตกเมื่อมีคนออกมาเปิดโปงว่าเสือดำที่จับได้ไม่ใช่เสือดำมักกะสัน แต่เป็นเสือดำที่ยืมมาจากพ่อค้าสัตว์ป่าแล้วไม่ได้คืน กลายเป็นเรื่องอำกันสนุกมาตั้งแต่บัดนั้น ว่าเป็นปฏิบัติการจิตวิทยาที่น่ารักน่าชังมาก และทำให้คนกรุงเทพรู้ว่ากลางมหานครแห่งนี้ ก็มีป่ารกชัฎเหมือนกัน

หลายปีต่อมาป่าผืนนี้พื้นที่เกือบห้าร้อยไร่กำลังจะกลายเป็นที่ดินผืนงามกลางเมือง เพื่อพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์หรูมูลค่านับแสนล้านบาท เมื่อมีข่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยมีโครงการจะเปิดประมูลที่ดินแปลงนี้ให้กับเอกชน ภายใต้ชื่อ “มักกะสันคอมเพล็กซ์”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จะมีการย้ายโรงซ่อมหัวรถจักรทั้งหมดไปไว้ที่โรงซ่อมแก่งคอย และจะพัฒนาพื้นที่ย่านมักกะสัน (มักกะสันคอมเพล็กซ์)  ให้เป็นทั้ง ศูนย์การค้า โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ โรงพยาบาลที่สามารถรองรับชาวต่างชาติได้ อาคารสำนักงานให้เช่าพื้นที่ และศูนย์จัดการประชุมขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดให้กลุ่มลูกค้าหลากหลายให้เข้ามาใช้บริการครบวงจรของมักกะสันคอมเพล็กซ์

โครงการนี้จะแบ่งเป็น 4 โซน คือ โรงแรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน, ศูนย์จัดการประชุมขนาดใหญ่, โรงพยาบาลที่สามารถรองรับต่างชาติได้ และศูนย์การค้า คาดว่ามูลค่าที่ดินจะตกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท มูลค่าการลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนจากจีน ตะวันออกกลาง เกาหลี ที่มีศักยภาพด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แสดงความสนใจจะเข้ามาพร้อมลงทุน
เป้าหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทยคือ นำที่ดินมาปล่อยเช่าเพื่อนำมาชำระหนี้ของตัวเอง อันสูงถึงแสนกว่าล้านบาท จากการบริหารงานผิดพลาดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

แต่อีกด้านหนึ่งเริ่มมีกระแสสังคมเรียกร้องให้นำเอาสุสานรถไฟมักกะสัน เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ เพื่อเป็นปอดของกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกับที่โรงงานยาสูบ และกรมอุตุนิยมวิทยา เคยบริจาคที่ดินมาพัฒนาเป็นสวนเบญจกิติ และสวนเบญจสิริให้กับชาวกทม.

ทุกวันนี้กทม.มีพื้นที่ประมาณหนึ่งล้านไร่ มีสวนสาธารณะกระจายตามที่ต่าง ๆ รวมประมาณ 12,000 ไร่ ซึ่งถือว่ามีพื้นที่สีเขียวต่ำมากในการช่วยฟอกอากาศให้กับมหานครที่มีปัญหามลพิษสูงสุดในโลกแห่งหนึ่ง

วันนี้คงต้องถามคนกรุงเทพฯในฐานะที่เป็นเจ้าของการรถไฟแห่งประเทศไทยตัวจริง ว่า พวกเราอยากได้อาคารระฟ้า โรงแรมหรู ชอปปิ้งมอลล์ทันสมัย หรือปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นเพียงสวนสีเขียว มีป่าใหญ่ให้ลูกหลานได้ออกกำลังกาย ได้หายใจเต็มปอด

เพราะเชื่อว่าเงินแสนล้านบาทจากการพัฒนาที่ดินที่จะนำไปใช้หนี้ให้การรถไฟนั้น คาดว่าคงตกหล่นตามทางประมาณ 40%  ตามการคาดคะเนการคอรัปชั่นในยุคปัจจุบัน

ส่วนจะเข้ากระเป๋าใครนั้น อนุสาวรีย์เสาโฮปเวลล์คงเป็นประจักษ์พยานได้ดี

กรุงเทพธุรกิจ 29 พย. 55

Comments

  1. วรรจธนภูมิ

    อยากเข้าไปทำข้อมูลวิจับเพื่อทำภาพยนตร์เมหือนกันครับ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเข้าไปได้อยู่ไหม?

  2. XEGXEF

    อยากให้เป็นสวนสาธารณะครับ การรถไฟแค่บริหารหนี้และเคลียร์สัญญาที่ให้ชาวบ้านเค้าถูกๆ ก็น่าจะกลับมามีกำไรได้แล้วครับ การรถไฟกะการบินไทยนี่มันเหมือนกันคือบริหารยังไงให้มันขาดทุนได้ ปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะแล้วเก็บค่าเข้าเป็นค่าดูแลสถานที่จะดีกว่า

  3. คนพเนจร

    ผุ้ว่า รฟท. คนใหม่ ถูกส่งไปรับตำแหน่งก็เรื่องนี้ล่ะ

  4. bluesoullush

    เป้าหมายของการรถไฟเพียงเพื่อนำไปชำระหนี้ที่ตัวเองก่อขึ้นจากการบริหารผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น แล้วไม่รู้จักปรับปรุงให้ดีขึ้น ในขณะที่ประเทศต่างๆเขาพัฒนาการรถไฟ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เข้าใจทำไมผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราคิดแบบเขาไม่ได้ มัวแต่สร้างห้างสรรพสินค้า มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย อากาศดีดีแทบจะไม่มีหายใจกันอยู่แล้ว..

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.