จากน้ำรอการระบายสู่ น้ำไหลบ่า

 

เดือนมกราคม ตั้งแต่วันปีใหม่ที่ผ่านมา พี่น้องชาวภาคใต้ได้เผชิญกับฝนตกอย่างหนัก น้ำป่าไหลหลาก จนทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักคือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี  หาดใหญ่ กระบี่และประจวบคีรีขันธ์

ถือเป็นอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา

สาเหตุเป็นอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลฝั่งอันดามัน และพัดเอาความชื้นจากทะเลสู่แผ่นดินใหญ่ตั้งแต่นราธิวาสเรื่อยมาจนถึงประจวบคีรีขันธ์

แต่เป็นที่น่าสังเกตคือ ฝนตกหนักขนาดนี้ แทบจะไม่มีการเตือนภัยชาวบ้าน ให้เก็บข้าวของ หรือเตรียมป้องกัน ผลก็คือ เราเห็นการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน คนตาย 25 คน

ประชาชนได้รับผลกระทบล้านกว่าคน ส่วนความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะยางพารา คาดว่าอยู่ระหว่าง 80,000-100,000 ล้านบาท

น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้หนักหนากว่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เสียอีก จากปริมาณฝนอันมหาศาล

แน่นอนว่าน้ำฝนเยอะขนาดนี้ ความเป็นจริงก็ต้องท่วม เพียงแต่ว่า จะป้องกันหรือเตือนภัยอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัยที่สุด

แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่า เราแทบจะไม่ได้ข่าวการแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เตรียมพร้อมเลย

รมต.มหาดไทย บอกว่า ให้ประชาชนคอยฟังข้อมูลเตือนภัยจากรัฐบาล

อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสูงสุดแห่งหนึ่ง ไม่ไกลบริเวณนั้น มีน้ำล้นออกจากเขื่อนคลองลอย และสันเขื่อนโป่งสามสิบเป็นเวลานานจนชาวบ้านกลัวว่าเขื่อนจะแตก แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดประกาศให้ประชาชนเตรียมรับมือหรืออพยพ

ขณะที่กรมชลประทานผู้ดูแลเขื่อนออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบ ระบุได้ส่งรายงานแจ้งสถานการณ์น้ำล่าสุดให้ทางฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีหน้าที่แจ้งเตือนภัยโดยตรงให้กับประชาชนตามลำดับ

ส่วนกรมชลประทาน ไม่มีหน้าที่แจ้งเตือนประชาชน

น้ำเยอะมหาศาลขนาดนี้ เสี่ยงต่อชีวิตของผู้คน  ราชการไทย ก็ยังต่างคนต่างทำงานแต่ละหน่วยงานก็มีอาณาจักรส่วนตัวกัน พยายามไม่ก้าวก่ายกัน

สวนทางกับการทำงานใหม่ของทางการที่ฟังดูดีว่า “บูรณาการ”

ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการเป็นแหล่งข้อมูลเตือนภัย  เมื่อเช้าวันที่ 12 มกราคมลองเข้าไปดู เปิดเข้าไปดูเว็บไซต์ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรงที่ดูแลเรื่องน้ำท่วม ภ้ยพิบัติ พบว่า ข้อมูลน้ำท่วมล่าสุด คือปี 2556

พอตกบ่าย นักข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบศูนย์เตือนภัย ฯ  ก็ได้คำตอบว่าสาเหตุที่ข้อมูลในเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลล่าสุด เป็นเพราะ ระบบขัดข้อง แต่หลังจากให้สัมภาษณ์สักพัก ปรากฎว่าข้อมูลในเว็บไซต์ก็มีการอัปเดททันที

เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  สะท้อนถึงปัญหาการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเท่าที่ควร

แต่ล่าสุด พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นและการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

พลเอกอนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวพอใจถึงระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ  โดยทางหน่วยงานราชการได้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอดส่วนเหตุการณ์ที่บางสะพาน จะเห็นว่าเป็นเพียงน้ำไหล่บ่า  ไม่ใช่น้ำท่วม

มท.1 บอกว่า บางสะพาน “ไม่ใช่น้ำท่วม แค่น้ำไหลบ่า”

น้ำไหลบ่าจนเขื่อนแทบแตก ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 5 หมื่นคน ทุกวันนี้หลายบ้านยังจมน้ำอยู่

ไม่ใช่น้ำท่วมหรือว่า น้ำท่วมเป็นคำไม่สุภาพ กระเทือนความมั่นคง  ต้องเรียกว่า น้ำไหลบ่า

นึกถึงตอนน้ำท่วมกรุงเทพมหานครเมื่อปีก่อน . ผู้ว่ากทม.บอกว่า ไม่ใช่น้ำท่วม เป็นเพียง  น้ำรอการระบาย

ทุกครั้งที่น้ำท่วมใหญ่ สิ่งที่ได้ก็คือ ศัพท์แปลก ๆเกิดขึ้นเสมอ

ส่วนการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง มันจมน้ำหายไปทุกที  สักพักผู้คนก็ลืมเลือน เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

สวัสดี ไทยแลนด์ 4.0

กรงเทพธุรกิจ
19 มค.60

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.