บันทึกพฤษภาวิปโยค

๒๐ พฤษภาคม ผมแอบลัดเลาะตามซอกซอยจนออกมาเดินอยู่ถนนพญาไทใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนว่างเปล่าปราศจากรถยนต์และผู้คน กลางถนนมีขดรั้วลวดหนามกั้นเป็นช่วง ๆ ไม่อนุญาตให้คนเข้าออก  ลมพัดคราใด เศษขยะ ถุงพลาสติกที่ไม่มีการเก็บ กลิ้งออกมาเกลื่อนท้องถนน

ริมบาทวิถีมีกระสอบทรายตั้งอยู่เป็นระยะ ทหารหลายคนกระชับปืนแน่น  สีหน้าดูจริงจัง สถานการณ์ตอนนั้นคงไว้ใจอะไรไม่ได้ เพราะเมื่อวานนี้เพิ่งเกิดเหตุการณ์นองเลือด และไฟไหม้ครั้งใหญ่กลางกรุง

ผมเดินเลาะไปด้านหลังของห้างเซนเตอร์ วันที่โดนไฟไหม้ข้ามคืนมาแล้ว นักดับเพลิงหลายสิบคนพยายามสกัดไฟไม่ให้ลุกลามไปข้างหลังจนประสบความสำเร็จ  ชาวบ้านแถวนั้นมายืนมุงเอาใจช่วย แต่ที่โชคร้ายคืออาคารของมูลนิธิคุ้มครองเพื่อผู้บริโภคที่อยู่ติดกับอาคารของห้าง ถูกไฟลามเข้ามาบางส่วน  ทรัพย์สินภายในตึกเสียหายหนัก

พอเดินไปถึงหน้ามูลนิธิ จะมาช่วยกันขนของ พรรคพวกบอกว่าทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้กันคนออกมาแล้ว เพราะกลัวอาคารเซนเตอร์ วัน อาจจะพังลงมา เดินออกไปข้างนอกเห็นร้านหนังสือดอกหญ้าถูกไฟไหม้ทั้งหลัง ในฐานะคนวงการเดียวกันได้แต่สลดใจกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น

ผมเห็นกองหนังสือภายในร้านดำเป็นตอตะโกกองอยู่  หนังสือดูเหมือนจะเป็นทรัพย์สินอย่างเดียวที่ไม่มีใครสนใจฉกชิงเอาไป ยามบ้านเมืองเกิดการจลาจล

๒๑ พฤษภาคม บ่ายวันนั้นผมสะพายกล้องเดินไปตามถนนสุขุมวิทจนถึงแยกถนนวิทยุ ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้านในได้ ผมแอบโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่ง ให้ไปส่งที่หน้าเซนทรัลเวิร์ด  รถแล่นไปออกถนนเพชรบุรี ดูเหมือนจะเป็นรถคันเดียวที่กล้าขับอยู่กลางท้องถนนในช่วงเวลานั้น ร้านค้าสองข้างทางปิดสนิท แทบจะไม่มีคนราวกับเมืองร้าง

มอเตอร์ไซค์ขับมาส่งตรงแยกประตูน้ำ มีรั้วลวดหนามกั้นหลายชั้น ทหารตรวจเข้ม ไม่อนุญาตให้ใครเข้าด้านในเด็ดขาดนอกจากผู้เกี่ยวข้อง  ผมรอโอกาส อาศัยจังหวะที่ทหารเผลอไปดูตำรวจน้ำกำลังลงไปงมหาอาวุธในคลองแสนแสบ แอบเดินเข้าไปจนถึงหน้าเซนทรัลเวิร์ด

นักผจญเพลิงกำลังตั้งหน้าตั้งตาฉีดน้ำสกัดเชื้อไฟด้านในที่ยังไหม้ไม่หมด แม้ตึกช่วงหนึ่งจะพังลงมา ควันไฟยังลอยออกมาจากชั้นใต้ดินที่อยู่ลึกลงไป กลิ่นไหม้ยังติดจมูกอย่างแรง  จนต้องออกมาสูดอากาศด้านนอก  พอยืนถ่ายรูปได้สักครู่ เจ้าหน้าที่บอกว่า พบศพคนตายในชั้นใต้ดิน แต่ยังเอาตัวออกมาไม่ได้

ผมออกมาเดินบริเวณสี่แยกราชประสงค์มีเวทีใหญ่ตั้งอยู่ ไม่กี่วันก่อนเคยแน่นเอียดไปด้วยชาวเสื้อแดงนับหมื่นคนมาจับจองพื้นที่  แต่บัดนี้ตามท้องถนนเกลื่อนไปด้วยเสื้อผ้า หม้อ ครก เสื่อ หมอน มุ้ง และเสบียงกรังของผู้ชุมนุมที่อพยพหนีตายออกไปอย่างกระทันหัน ไม่ทันได้เก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว  และตามเสาคอนกรีตของรถไฟฟ้าบีทีเอส มีลายมือเขียนด่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันด้วยถ้อยคำรุนแรง

คนเสื้อแดงกลับไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ หดหู่และคับแค้นใจ

ผมเดินผ่านกองทหารที่สับเปลี่ยนมารักษาการ แวะเข้าไปในวัดปทุมวนารามที่มีคนตายอย่างลึกลับหลายคน  แต่ทหารได้กันคนไว้หน้าประตู บอกว่ากำลังเคลียร์พื้นที่ด้านในอยู่ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคนเพิ่งออกไปเมื่อวานนี้เอง

ผมเดินต่อไปเกือบถึงแยกถนนอังรีดูนังต์ เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดของทางกรุงเทพมหานคร ถูกกันไม่ให้เข้ามาด้านใน ทหารบอกว่าพื้นที่ยังไม่ปลอดภัยพอ ยังมีการพบอาวุธสงครามและระเบิดซุกซ่อนอยู่ ผมเดินเลยมาถึงหน้าโรงหนังสยาม เข้าไปสำรวจภายใน มีคนเอาดอกไม้มาวางไว้อาลัย โรงหนังเก่าแก่ในความทรงจำของพวกเขา

ออกมาสังเกตการณ์ตรงซอยข้างโรงหนัง เห็นเจ้าของร้านหลายคนกำลังเอาทรัพย์สินภายในร้านค้าที่ไม่ถูกไฟไหม้ออกมากองไว้หน้าทางเดิน ผมเดินไปถึงสี่แยกปทุมวัน เห็นขบวนรถมอเตอร์ไซค์ของตำรวจนับร้อยคันขับผ่านไป เดินไปถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นบอกว่า เป็นขบวนรถตำรวจเพื่อออกมาให้ความปลอดภัยกับประชาชน อดคิดไม่ได้ว่าตำรวจมักจะมาช่วงเวลาเหตุการณ์ใกล้จบทุกที เหมือนตอนจบของหนังไทยไม่ผิดเลย

ผมเดินออกมาตรงหน้ามาบุญครอง เงียบสนิท ไม่มีรถสักคัน เคอร์ฟิวเร่งรัดให้ต้องรีบเดินทางกลับบ้าน  ฟ้าเริ่มมืด เหมือนกับความเศร้าสะเทือนใจที่ปกคลุมคนไทยทั้งประเทศในช่วงเวลานั้น

ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ  และตัวอาคารที่ถูกเพลิงเผาไหม้ คือเหยื่อของความแตกแยกครั้งรุนแรงที่สุดในสังคมไทย

จาก สารคดีฉบับที่ 304  มิถุนายน 2553

Comments

  1. Pingback: Tweets that mention http://www.sarakadee.com/blog/oneton/?p=670utm_sourcepingback -- Topsy.com

  2. somwut

    สิ่งที่อยากให้ทำอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว แต่รอช้า จนน่าอึดอัดใจ คือ
    1. การนำแกนนำมาดำเนินคดี ลงโทษถึงที่สุด อย่าพูดว่าปรองดอง
    2. การป้องกันเหตุตั้งแต่ต้น ในโอกาสต่อไป ไม่ให้ลุกลามบานปลาย แม้พวกสิทธิมนุษยชนจะว่า อย่างไร บทเรียนที่ผ่านมา เราเจ็บและบอบช้ำไม่พอหรือ และพอถึงเวลาเข้าจริง ๆ พวกสิทธิมนุษยชนอยู่ที่ไหน ทำอะไรได้บ้าง
    3. การเมืองต้องโปร่งใส ชัดเจน นี่ได้ยินว่า นายกฯ จะทัวร์รอบโลกอีกแล้ว คนที่ทำงานจริง ๆ และเห็นดีกับบ้านเมืองนั้น ประชาชนรู้ ฟ้าดินรู้ ก็คงอยู่กันแค่สมัยเดียว แล้วต่อไปจะมีผู้นำคนใด มาบริหารประเทศที่ยากเท่ายาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.