ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : สัมภาษณ์
ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ
ชายผู้นี้มีนามว่า “ปริ๊นซ์”
Prince ที่แปลว่าเจ้าชาย
แต่ผู้คนรู้จักเขาในนาม “เจ้าชายผัก”ฉายานี้ได้มาอย่างไร
ณ บ้านพักกลางเมืองในย่านเศรษฐกิจที่โอบล้อมด้วยตึกสูง ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เขาเติมเต็มพื้นที่ว่างแทบทุกตารางเมตรด้วยสิ่งมีชีวิตสีเขียว ส่วนใหญ่เป็นพืชตระกูล “ผัก” ที่ปลูกง่าย โตไว เก็บเกี่ยวมารับประทานได้ทันใจหลังหย่อนเมล็ดลงหลุมไม่กี่สัปดาห์
นับจากได้รับที่ดินรกร้างไม่ห่างจากตัวบ้านกลางซอยลาดพร้าวมาไว้ในครอบครอง สิ่งแรกที่เขาทำคือทุบพื้นคอนกรีตบนเนื้อที่ราว ๓๐ ตารางเมตรทิ้ง เนรมิตแปลงผักนานาชนิดขึ้นแทน เขาอธิบายว่า “พื้นปูนมันร้อนไม่เหมาะต่อการปลูกต้นไม้” ขณะที่ตึกร้างสร้างไม่เสร็จในรั้วเดียวกัน เขามีโครงการทำ “สวนผักแนวตั้ง” ชุบชีวิตตึกร้างให้เป็นแบบอย่างวิถีการพึ่งพาตนเอง
จากหนุ่มน้อยผู้ไม่เคยปลูกผักสัมผัสดิน ปริ๊นซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร กลายเป็นผู้นำการปลูกผักปลอดสารพิษอย่างไม่รู้ตัว เมื่อราว ๓ ปีก่อนเขาเปิดโรงรถข้างบ้านเป็นสถานที่ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปลูกผักในเมือง ครั้งแรกมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมน้อยกว่าทีมงานด้วยซ้ำ กระทั่งต่อมาเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๑๐ กว่าแล้ว ปริ๊นซ์ยังร่วมกับมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ริเริ่มโครงการสวนผักคนเมือง สนับสนุนให้กลุ่มบุคคล โรงเรียน วัด มัสยิด องค์กรเอกชนทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนชุมชนเมืองในต่างจังหวัดปลูกผักปลอดสารพิษกินเอง มีกิจกรรมไฮไลต์คือการประกวดโครงการ “สวนผักในบ้านฉัน” ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทุกปี
ทุกครั้งที่มีโอกาสหย่อนเมล็ดผักลงหลุม เฝ้าประคบประหงม มองดูผักแต่ละต้นแทงทะลุยอดอ่อนขึ้นจากดิน แตกกิ่งก้านใบจนเก็บมาปรุงอาหาร เมื่อมีเหลือก็แบ่งปันให้เพื่อนฝูง เจ้าชายผักวัย ๒๘ ปีบอกว่าสิ่งที่ตนเองได้รับไม่ใช่เพียงอาหารสุขภาพ แต่เขาได้ค้นหาความหมายของชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มิตรภาพ ได้ใช้แรงกาย ได้มีโอกาสสัมผัส “พลังชีวิต” ที่แฝงเร้นอยู่ในเส้นใยผัก
คนเมืองหลายคนอาจนึกอยากปลูกผักกินเองดูสักครั้ง หากยังลังเลว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร จะทำได้จริงหรือไม่ วันนี้ชายหนุ่มคนนี้ได้แสดงให้เห็นแล้ว

Pingback: ฉบับที่ ๓๒๕ มีนาคม ๒๕๕๕