อาทิตย์ประทับใจ – นักเลงฝาผนังห้องน้ำ

เมษายน 30, 2017 
0


อาทิตย์ประทับใจ บทบันทึกเรื่องท้องถิ่น ภูมิปัญญา สิ่งหลงหูหลงตาคนคนรุ่นใหม่ ไม่ให้เลือนลับกับกาล


walltoiletเราคนบ้านนอก คุ้นเคยกับการฉี่ลงดิน

บ้านชาวใต้จะอยู่ห่างๆ กันตามอาณาจักรเรือกสวนของตัวเอง

ปวดเยี่ยวขึ้นมาก็เดินเตร่ออกไปข้างบ้าน หรือแวะข้างทางตรงไหน ก็ยืนฉี่ได้อย่างสง่า

ตรงไหนที่เราถ่ายเบารดบ่อยๆ หญ้าจะงามเขียวครึ้มกว่าตรงอื่น เพราะมันได้ปุ๋ยยูเรียเหลือทิ้งจากเรา

อย่างไม่ดัดจริต–ลึกๆ ผมจึงรู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อต้องฉี่ลงชักโครก แล้วกดน้ำไล่ครั้งละ ๖ ลิตร

สงสารสิ่งแวดล้อม เสียดายน้ำสะอาดที่หายไปพร้อมปุ๋ยดีๆ ของต้นไม้ใบหญ้า

ภาคค่ำที่บ้านในกรุง บางทีจึงไม่กดชักโครก

ทั้งคืนจะฉี่กี่ครั้งก็ขังรวมไว้กดทีเดียวตอนเช้า

บางวันเด็กๆ ลุกตื่นมาเข้าห้องน้ำก่อนพ่อทันกดได้น้ำ

ลูกชายวัยอนุบาลผู้เป็นเด็กเมืองโดยกำเนิด คงไม่รับรู้ด้วยพ่อจะคิดอะไรของพ่อ

เจอห้องน้ำไม่สะอาดเรียบร้อย

เขาใช้ความรู้จากชั้นเรียนอนุบาล เขียนประกาศขู่ไว้เลย


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา

    วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ในการทำสารคดีอาจมีบ่อยครั้งที่ผู้เขียนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ดังใจ แต่หากเข้าใจเรื่องกลุ่มข้อมูลและเคล็ดวิธีที่จะได้มา ข้อจำกัดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป อย่างในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปได้น้อยมากที่นักเขียนสารคดีจะมีโอกาสได้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน หรือหากแม้ขออนุญาตเข้าไปได้ ก็ต้องอยู่ติดพื้นที่จนเสียโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศในภาพกว้าง ข้อติดขัดเงื่อนไขที่ทำให้ไม่อาจเข้าถึงพื้นที่บางส่วน จะไม่ใช่อุปสรรคของนักเขียนหากเราตระหนักว่างานสารคดีสามารถพึ่งพาข้อมูลอ้างอิงได้ส่วนหนึ่ง
จะมีสถานที่ไหนน่ากลัวที่สุด ไม่น่าไปที่สุด   คำตอบหนึ่งน่าจะเป็นคุก หรือไม่ก็ป่าช้า สถานที่หนึ่งคือคนเป็นที่ถูกขัง อีกสถานที่หนึ่งคือคนตายที่ถูกฝัง หลายคนกลัวป่าช้าเพราะจินตนาการว่าเป็นชุมทางของวิญญาณที่ยังไม่สงบ  แต่เรื่องนี้คิดไปเองหรือเปล่ายังน่าสงสัย ส่วนภาพน่ากลัวของคุก คือแหล่งชุมนุมโจรผู้ร้าย ฆาตกร ขาใหญ่ และผู้คุมโหด ไม่ค่อยมีใครคิดหรอกว่าในคุกจะมีอะไรดี  แต่หากถามว่าเรามีคุกไว้ทำไม  คำตอบทางการก็คงว่า เอาไว้ลงโทษผู้กระทำผิดให้รับความทุกข์ทรมานตอบแทน โดยยึดเอาอิสรภาพอันเป็นสมบัติพื้นฐานของมนุษย์มาเสียจากพวกเขา  และยังแอบหวังว่า คุกจะทำให้พวกเขาเข็ด ไม่กล้าทำผิดซ้ำหรือคุกจะทำให้คนไม่คิดทำผิดเพราะกลัวติดคุก เรื่องมันก็เลยย้อนแย้ง เพราะถ้าคุกทำให้คนเข็ดหลาบเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง เราจะกลัวคนในคุก หรือกลัวคนที่พ้นโทษจากคุกทำไม และทำไมทุกวันนี้นักโทษจึงเพิ่มขึ้น ๆ จนล้นคุก การศึกษานักโทษในสหรัฐอเมริกาพบว่าครึ่งหนึ่งของนักโทษหรือผู้ทำความผิดทั้งหมด ซึ่งเท่ากับประมาณ ๑ ล้านคน เป็นผู้ที่ มีปัญหาทางจิตใจและอารมณ์ (mental disorder) และอัตราการทำผิดซ้ำซากสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางจิตรุนแรงกว่าก็สูงกว่าด้วย ขณะที่การลงโทษกักขังได้สร้างความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและจิตใจของนักโทษ และยังต้องอยู่ในสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์เฉพาะกับผู้กระทำผิดอื่น ๆ นานหลายปีก่อนจะปล่อยพวกเขาคืนสู่สังคมโดยไม่มีงาน ไม่มีการฟื้นฟู ทั้งหมดนี้จึงยิ่งซ้ำเติมปัญหา ชักนำให้พวกเขากระทำผิดซ้ำเมื่อออกจากคุก แต่อีกด้านหนึ่งจากการศึกษานักโทษซึ่งได้รับการช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูจิตใจจะมีอัตราการทำผิดซ้ำต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในแง่นี้การลงโทษไม่ได้ช่วยให้เราได้ “พลเมือง” คืนกลับเข้าสังคม มีแต่จะได้เหตุร้ายรุนแรงเพิ่มขึ้น และสุดท้ายคุกก็ได้ “นักโทษ” คืนกลับไป…และออกมาใหม่
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ตลอด ๕ วันของสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานนิตยสาร สารคดี กลายเป็นห้องเรียนเฉพาะกิจของนักเรียน ๔ คน ในโครงการ “ทำ



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

    วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ในการทำสารคดีอาจมีบ่อยครั้งที่ผู้เขียนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ดังใจ แต่หากเข้าใจเรื่องกลุ่มข้อมูลและเคล็ดวิธีที่จะได้มา ข้อจำกัดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป อย่างในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปได้น้อยมากที่นักเขียนสารคดีจะมีโอกาสได้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน หรือหากแม้ขออนุญาตเข้าไปได้ ก็ต้องอยู่ติดพื้นที่จนเสียโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศในภาพกว้าง ข้อติดขัดเงื่อนไขที่ทำให้ไม่อาจเข้าถึงพื้นที่บางส่วน จะไม่ใช่อุปสรรคของนักเขียนหากเราตระหนักว่างานสารคดีสามารถพึ่งพาข้อมูลอ้างอิงได้ส่วนหนึ่ง
จะมีสถานที่ไหนน่ากลัวที่สุด ไม่น่าไปที่สุด   คำตอบหนึ่งน่าจะเป็นคุก หรือไม่ก็ป่าช้า สถานที่หนึ่งคือคนเป็นที่ถูกขัง อีกสถานที่หนึ่งคือคนตายที่ถูกฝัง หลายคนกลัวป่าช้าเพราะจินตนาการว่าเป็นชุมทางของวิญญาณที่ยังไม่สงบ  แต่เรื่องนี้คิดไปเองหรือเปล่ายังน่าสงสัย ส่วนภาพน่ากลัวของคุก คือแหล่งชุมนุมโจรผู้ร้าย ฆาตกร ขาใหญ่ และผู้คุมโหด ไม่ค่อยมีใครคิดหรอกว่าในคุกจะมีอะไรดี  แต่หากถามว่าเรามีคุกไว้ทำไม  คำตอบทางการก็คงว่า เอาไว้ลงโทษผู้กระทำผิดให้รับความทุกข์ทรมานตอบแทน โดยยึดเอาอิสรภาพอันเป็นสมบัติพื้นฐานของมนุษย์มาเสียจากพวกเขา  และยังแอบหวังว่า คุกจะทำให้พวกเขาเข็ด ไม่กล้าทำผิดซ้ำหรือคุกจะทำให้คนไม่คิดทำผิดเพราะกลัวติดคุก เรื่องมันก็เลยย้อนแย้ง เพราะถ้าคุกทำให้คนเข็ดหลาบเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง เราจะกลัวคนในคุก หรือกลัวคนที่พ้นโทษจากคุกทำไม และทำไมทุกวันนี้นักโทษจึงเพิ่มขึ้น ๆ จนล้นคุก การศึกษานักโทษในสหรัฐอเมริกาพบว่าครึ่งหนึ่งของนักโทษหรือผู้ทำความผิดทั้งหมด ซึ่งเท่ากับประมาณ ๑ ล้านคน เป็นผู้ที่ มีปัญหาทางจิตใจและอารมณ์ (mental disorder) และอัตราการทำผิดซ้ำซากสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางจิตรุนแรงกว่าก็สูงกว่าด้วย ขณะที่การลงโทษกักขังได้สร้างความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและจิตใจของนักโทษ และยังต้องอยู่ในสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์เฉพาะกับผู้กระทำผิดอื่น ๆ นานหลายปีก่อนจะปล่อยพวกเขาคืนสู่สังคมโดยไม่มีงาน ไม่มีการฟื้นฟู ทั้งหมดนี้จึงยิ่งซ้ำเติมปัญหา ชักนำให้พวกเขากระทำผิดซ้ำเมื่อออกจากคุก แต่อีกด้านหนึ่งจากการศึกษานักโทษซึ่งได้รับการช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูจิตใจจะมีอัตราการทำผิดซ้ำต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในแง่นี้การลงโทษไม่ได้ช่วยให้เราได้ “พลเมือง” คืนกลับเข้าสังคม มีแต่จะได้เหตุร้ายรุนแรงเพิ่มขึ้น และสุดท้ายคุกก็ได้ “นักโทษ” คืนกลับไป…และออกมาใหม่
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ตลอด ๕ วันของสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานนิตยสาร สารคดี กลายเป็นห้องเรียนเฉพาะกิจของนักเรียน ๔ คน ในโครงการ “ทำ