We Married as a Job ละครส่งเสริมการสร้างครอบครัว ในยุคญี่ปุ่นสังคมคนโสด

พฤษภาคม 17, 2017 
0


More Media

เก็บตกสาระ แนะนำสื่อภาพยนตร์ และสื่อแขนงอื่นๆ จากที่เห็นและเป็นไป ในและนอกกระแส


ยัติภังค์

wemarried

ภาพจาก – http://couch-kimchi.com

ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ได้มีผลสำรวจโดยสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งญี่ปุ่น(Japan Association for Sex Education) ที่ได้รับเผยแพร่เป็นที่ฮือฮาเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในแดนปลาดิบ เพราะนอกจากเดิมจะมีภาวะการกลายเป็นสังคมคนแก่แล้ว(สังคมที่มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปในสัดส่วนร้อยละ ๑๐) , มีอัตราการเกิดต่ำ ยังมีสภาพเป็นสังคมคนโสดอีกด้วย เพราะคนอายุน้อยกว่า ๔๐ ส่วนใหญ่ไม่สนใจในการมีคู่รัก พวกเขาแทบไม่เคยออกเดท มีเพศสัมพันธ์แต่ก็เป็นลักษณะแบบความสัมพันธ์ระยะสั้น ซึ่งนำไปสู่การไม่แต่งงาน กลายเป็นปัญหาที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามทางแก้ให้ได้

อาการดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า Celibacy syndrome หรือในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า เซกกุสุ ชิไน โชโกงุน ซึ่งเมื่อสมาคมฯ สอบถามเหตุผล พวกเขาก็มักเผยว่าการสร้างความสัมพันธ์ในแบบคู่รักนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับตน และไม่เห็นว่าการมีความรักจะนำไปสู่อะไรที่ดีขึ้นในชีวิต

มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่ามันเป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบครอบครัวดั้งเดิมในอดีต ที่สามีทำงานนอกบ้านในบริษัทที่มั่นคง อยู่ไปตลอดชีวิต ภรรยาทำหน้าที่แม่บ้าน หลังยุคเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นต้นมา รูปแบบดังกล่าวก็เปลี่ยนไปมาก ฝ่ายชายไร้แรงจูงใจในการงานที่ไม่มั่นคงเหมือนเมื่อก่อน ขณะที่ผู้หญิงเองก็กลายเป็นพนักงานบริษัท และคนทำงานมากขึ้น มีความมั่นใจและทะเยอทะยานขึ้น หลายคนมีเพศสัมพันธ์แบบคืนเดียวเพราะชีวิตตนเองไม่ได้มีรายมั่นคงถึงขั้นหวังจะสร้างครอบครัว ขณะเดียวกันสถานะทางเพศที่ไม่เท่าเทียมกันในญี่ปุ่น ทำให้เกิดปัญหาเมื่อผู้หญิงทำงานหลายคนจำต้องลาออกมาเลี้ยงลูกโดยแรงกดดันของสังคม

Koi Dance อันโด่งดัง

หากใครเคยติดตามละครโทรทัศน์ของญี่ปุ่น ที่เรียกว่าเทรนดี้ดราม่า จะพบลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งในการนำปัญหาสังคม วิถีชีวิตร่วมสมัยในญี่ปุ่นมาดัดแปลงสร้างโดยตลอด ผู้คนที่ใช้ชีวิตแบบสังคมคนโสดเองก็ไม่แตกต่างกันเมื่อปรากฎในละครยอดนิยมช่วงปลายปี ๒๕๕๙ อย่าง We Married as Job ผลงานกำกับของ ฟูมิโนริ คาเนโกะ ที่ดัดแปลงจากมังงะของ สึนามิ อุมิโนะ นำแสดงโดย เก็น โฮชิโนะ และ ยูอิ อารางากิ ซึ่งโด่งดังจนท่าเต้นเพลงประกอบละครเรื่องที่เรียกว่า Koi Dance ถูกนำไปเต้นเลียนแบบกันอย่างแพร่หลายตามอินเทอร์เน็ต

ฮิรามาสะ วิศวกรระบบฝีมือดีของบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง ทั้งชีวิตไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบหาใคร ไม่คิดแต่งงาน และไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เขาเป็นคนประเภทที่เรียกว่าไม่ฝักใฝ่เรื่องทางเพศ(Asexuality ) หมกมุ่นอยู่กับงานและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ฮิรามาสะจับพลัดจับผลูได้รู้จักกับ มิคุริ หญิงสาวจบปริญญาโทที่เพิ่งไร้งานทำ และมารับงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดให้กับห้องพักของเขาเพราะรายได้งาม การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นไม่เกิดปัญหาเหมือนกับแม่บ้านคนก่อนๆ แล้ววันหนึ่งเธอก็เสนอเงื่อนไขแปลกๆ เพื่อให้ได้ทำงานแม่บ้านนี้ต่อไปนั่นคือการให้พวกเขาทั้งคู่แต่งงานกันหลอกๆ ภายใต้สัญญาว่าจ้างที่หวังว่าได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย และด้วยสถานการณ์พาไปหลายอย่างทำให้เขายอมรับข้อเสนอนั้นในที่สุด

ด้วยพล็อตที่ดูแสนคุ้นเคยแบบละครตลก-โรแมนติก หากในรายละเอียด We Married as a Job ได้สะท้อนให้เห็นบุคลิกลักษณะของหนุ่มสาวยุคใหม่ ฮิรามาสะที่แม้จะเก่งและประสบความสำเร็จในการงาน แต่กลับมีปัญหาในการแสดงความรู้สึก โดยเฉพาะความรัก ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือภาษากาย กลายเป็นคนปิดกั้นความรู้สึกของตนไปในที่สุด ขณะที่มิคุริแม้จะเรียนสูง แต่ก็ใช่ว่าจะได้งานทำ ชีวิตของเธอเป็นสาวสมัยใหม่ที่หมกมุ่นกับการได้รับการยอมรับ และมีงานที่มั่นคง – และเมื่อภายหลังทั้งคู่มีความรักซึ่งกันและกัน บทละครก็พลิกสถานการณ์หลายอย่างให้กลับตาลปัตร ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตคู่แบบที่ทั้งคู่คาดหวัง ราวกับสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของชีวิตคู่ในอดีตที่ทำให้ต้องปรับตัวกันอีกครั้ง ไม่ต่างจากหนุ่มสาวยุคสังคมคนโสด

We Married as a Job มีสัญลักษณ์ประจำเรื่องคือ นกที่บินมากินอาหารในห้องพักของฮิรามาสะเป็นประจำ มันอ่อนแอเกินจะไปหาภายนอกได้ เมื่อกินเสร็จก็บินจากไป อันเปรียบเทียบสภาพชีวิตแต่งงานหลอกๆ ของทั้งคู่ที่ฝืนวิถีจารีตปรกติ(ชื่อละครภาษาญี่ปุ่นจะมีความหมายว่า การหนีเป็นความน่าอายที่ช่วยเราได้ ) และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คู่ของพวกเขาเท่านั้น ในละครยังมีชีวิตรักที่ผิดขนบจารีตของสังคมในญี่ปุ่นทั้งสิ้น ตั้งแต่ยัตจังเพื่อนสาวของมิคุริที่เลือกจะหย่ากับสามีเมื่อพบว่าเขานอกใจ และใช้ชีวิตแบบแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว, ความรักของต่างวัยของสาวออฟฟิศระดับอาวุโสกับหนุ่มเจ้าชู้อายุน้อยกว่า, และความรักระหว่างเพศเดียวกัน ซึ่งล้วนมองสิ่งเหล่านี้อย่างมีความหวัง ตรงกันข้ามละครก็ให้ภาพลักษณ์ของผู้ชายที่เป็นสามีตามขนบที่เป็นพนักงานบริษัทอย่าง พ่อ และพี่ชายมิคุริ หากไม่เคยช่วยเหลือภรรยาทำงานบ้าน งานครัว พวกเขาก็ถูกตำหนิได้ถึงความไม่ได้เรื่องได้ราว

ในละครยังเสริมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมญี่ปุ่นปัจจุบันหลายอย่าง ตั้งแต่ตัวมิคุริ ซึ่งช่างจินตนาการในลักษณะของคนที่โตมากับวัฒนธรรมร่วมสมัย เธอจะมโนประเด็นต่างๆ ไปเป็นรายการโทรทัศน์ การ์ตูน วิดีโอเกมได้อยู่เนืองๆ สะท้อนลักษณะของคนยุคปัจจุบัน, การแชร์ห้องให้เช่า, สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่กำลังรุกตลาดในญี่ปุ่น, ความช่างค้นข้อมูลทุกเรื่องของฮิรามาสะในกูเกิล ที่กำลังมาแทนที่เว็บยอดนิยมอย่าง Yahoo ! Japan และการปรับตัวให้อยู่รอดของบริษัท หรือการค้าในชุมชนที่ไม่มีอะไรง่าย เหมือนแต่ก่อน

อันแสดงให้เห็นว่าปัญหาวิกฤตต่างๆ ในสังคมแก้ได้ด้วยความพยายามทำความเข้าใจมัน เปิดรับ ปรับตัวในความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว เพื่อให้สังคมไม่หยุดนิ่งตายตัว

เช่นเดียวกับบทสรุปแบบปลายเปิดของเรื่องที่มองว่า หลังจากนี้พวกเขาทั้งคู่จะมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง หรือใครจะทำงานใครจะเลี้ยงลูก หรือพวกเขาอาจอยู่กันแบบไม่มีทายาทก็ได้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะพวกเขารู้ถึงสิ่งสำคัญของชีวิตคู่แล้วว่า

คือการปรับตัว เรียนรู้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

อ้างอิง :

  • https://www.theguardian.com/world/2013/oct/20/young-people-japan-stopped-having-sex
  • http://www.businessinsider.com/half-of-japanese-people-arent-having-sex-2015-7
  • http://asianwiki.com/We_Married_as_Job

 


yuttipung

ยัติภังค์

อดีตนักวิจารณ์ภาพยนตร์ ที่มีงานหลักเลี้ยงลูก มีความบันเทิงจากการดูหนังฟังเพลงเป็นยาใจพอให้ได้ขีด

More Media เก็บตกสาระ แนะนำสื่อภาพยนตร์ และสื่อแขนงอื่นๆ จากที่เห็นและเป็นไป ในและนอกกระแส “เลือดข้นคนจาง” ละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ONE ผลิตโดยเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ นาดาวบางกอกและโฟร์โนล็อค ที่เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่
ธัชชัย วงศ์กิจรุ่งเรือง : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ   ต้นปี ๒๕๖๑ บุพเพสันนิวาส ละครโทรทัศน์จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้รับความนิยมในระดับปรากฏการณ์ มีเรตติงทั่วประเทศตอนจบสูงสุดถึง ๑๘.๖ [สำรวจโดยบริษัทเอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด]  ละครเรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายปี ๒๕๕๒ ชื่อเดียวกันของ “รอมแพง”  เรื่องราวว่าด้วยเกศสุรางค์ สาวนักโบราณคดียุคปัจจุบัน ที่ย้อนเวลาไปพบรักกับหมื่นสุนทรเทวาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ความนิยมของละครเรื่องนี้ยังนำไปสู่กระแสแต่งกายชุดไทย ท่องเที่ยวเมืองเก่า และปลุกความสนใจประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาให้แก่ผู้ชมทั่วไปอย่างมากอีกด้วย ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้เขียนบทละครเรื่องนี้ในนามปากกา “ศัลยา” อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำงานดัดแปลงเขียนบทละครโทรทัศน์มาแล้วกว่า ๓๐ ปี มีผลงานนับร้อย หลายเรื่องประสบความสำเร็จเป็นที่จดจำของคนดูแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานกับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗ อาทิ บ้านทรายทอง (๒๕๓๐)  คู่กรรม (๒๕๓๓)  นางทาส (๒๕๓๖) สายโลหิต (๒๕๓๘)  รากนครา (๒๕๔๓)  ดอกส้มสีทอง (๒๕๕๔ ช่อง ๓) จนถึง บุพเพสันนิวาส ผลงานของ “ศัลยา” ได้รับการยอมรับจากหลายสถาบัน อาทิ รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ผู้เขียนบทละครดีเด่น จากเรื่อง คู่กรรม ปี ๒๕๓๓ รางวัลคมชัดลึกอวอร์ด บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง หลงเงาจันทร์ ปี ๒๕๔๙ และรางวัลนาฏราช บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง ดอกส้มสีทอง ปี ๒๕๕๔ เป็นต้น ในวัย ๗๓ ปี “ศัลยา” ยังคงมีงานเขียนบทอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดัดแปลงนิยายเรื่องใหม่ ๆ และเขียนซ้ำเรื่องที่เคยเขียนบทมาก่อนแล้ว เรื่องราวชีวิตและมุมมองของนักเขียนบทมากประสบการณ์ผู้อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแม่แบบของละครไทย ย่อมสะท้อนให้เราได้เห็นความเป็นไปและประเด็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในละครที่คนดูคุ้นชินได้อย่างดี ในวันที่ทิศทางของสื่อละครโทรทัศน์เองกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง... เริ่มต้นทำงานเขียนบทได้อย่างไรครับ ทราบมาว่าได้รับการทาบทามจากคุณไพรัช สังวริบุตร (ผู้ผลิตละครโทรทัศน์ และประธานบริษัทดาราวิดีโอ)
อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ภาพ - บุพเพสันนิวาส นำแสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ ราณี แคมเปน (ภาพ : www.ch3thailand.com) ๑



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

More Media เก็บตกสาระ แนะนำสื่อภาพยนตร์ และสื่อแขนงอื่นๆ จากที่เห็นและเป็นไป ในและนอกกระแส “เลือดข้นคนจาง” ละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ONE ผลิตโดยเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ นาดาวบางกอกและโฟร์โนล็อค ที่เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่
ธัชชัย วงศ์กิจรุ่งเรือง : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ   ต้นปี ๒๕๖๑ บุพเพสันนิวาส ละครโทรทัศน์จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้รับความนิยมในระดับปรากฏการณ์ มีเรตติงทั่วประเทศตอนจบสูงสุดถึง ๑๘.๖ [สำรวจโดยบริษัทเอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด]  ละครเรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายปี ๒๕๕๒ ชื่อเดียวกันของ “รอมแพง”  เรื่องราวว่าด้วยเกศสุรางค์ สาวนักโบราณคดียุคปัจจุบัน ที่ย้อนเวลาไปพบรักกับหมื่นสุนทรเทวาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ความนิยมของละครเรื่องนี้ยังนำไปสู่กระแสแต่งกายชุดไทย ท่องเที่ยวเมืองเก่า และปลุกความสนใจประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาให้แก่ผู้ชมทั่วไปอย่างมากอีกด้วย ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้เขียนบทละครเรื่องนี้ในนามปากกา “ศัลยา” อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำงานดัดแปลงเขียนบทละครโทรทัศน์มาแล้วกว่า ๓๐ ปี มีผลงานนับร้อย หลายเรื่องประสบความสำเร็จเป็นที่จดจำของคนดูแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานกับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗ อาทิ บ้านทรายทอง (๒๕๓๐)  คู่กรรม (๒๕๓๓)  นางทาส (๒๕๓๖) สายโลหิต (๒๕๓๘)  รากนครา (๒๕๔๓)  ดอกส้มสีทอง (๒๕๕๔ ช่อง ๓) จนถึง บุพเพสันนิวาส ผลงานของ “ศัลยา” ได้รับการยอมรับจากหลายสถาบัน อาทิ รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ผู้เขียนบทละครดีเด่น จากเรื่อง คู่กรรม ปี ๒๕๓๓ รางวัลคมชัดลึกอวอร์ด บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง หลงเงาจันทร์ ปี ๒๕๔๙ และรางวัลนาฏราช บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง ดอกส้มสีทอง ปี ๒๕๕๔ เป็นต้น ในวัย ๗๓ ปี “ศัลยา” ยังคงมีงานเขียนบทอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดัดแปลงนิยายเรื่องใหม่ ๆ และเขียนซ้ำเรื่องที่เคยเขียนบทมาก่อนแล้ว เรื่องราวชีวิตและมุมมองของนักเขียนบทมากประสบการณ์ผู้อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแม่แบบของละครไทย ย่อมสะท้อนให้เราได้เห็นความเป็นไปและประเด็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในละครที่คนดูคุ้นชินได้อย่างดี ในวันที่ทิศทางของสื่อละครโทรทัศน์เองกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง... เริ่มต้นทำงานเขียนบทได้อย่างไรครับ ทราบมาว่าได้รับการทาบทามจากคุณไพรัช สังวริบุตร (ผู้ผลิตละครโทรทัศน์ และประธานบริษัทดาราวิดีโอ)
อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ภาพ - บุพเพสันนิวาส นำแสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ ราณี แคมเปน (ภาพ : www.ch3thailand.com) ๑