Equal or not Equal – ๑ เทพา = ๓ กระบี่ ? เส้นทางโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้

กันยายน 5, 2017 
0


อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่
บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี…จากการลงพื้นที่ภาคสนาม


tepa01

ปลาสดๆ จากป่าชายเลนและคลองตูหยง ขุมทรัพย์น้ำกร่อยแห่งทะเลเทพา (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)

tepa02

ชายหาดปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา จะกลายเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๒,๒๐๐ เมกกะวัตต์ ? (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)

ปลายเดือนที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งไม่ค่อยเป็นข่าวนัก รายละเอียดคือชาวบ้านปากบางที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการตั้งโรงไฟฟ้า เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มานั่งอยู่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงออกว่าพวกตนไม่เห็นด้วยกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

สาเหตุที่ชาวบ้านทั้ง ๔ คนเดินทางมาในครั้งนี้ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ คณะกรรมการผู้ชำนาญการได้อนุมัติผ่านรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหรืออีเอไอเอ และมีโอกาสที่รายงานนี้จะถูกส่งต่อให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาต่อภายในเวลาอันสั้น

แม้ก่อนหน้านี้กลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโรงไฟฟ้าจะพยายามชี้ให้สังคมเห็นว่า ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง ๓ ครั้ง ไม่ว่า ค.1 ค.2 และ ค.3 ไม่ชอบธรรม ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยกองกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน มีการใช้รถหุ้มเกราะ ขึงรั้วลวดหนาม ซื้อเสียง แจกข้าวสาร ไปจนถึงออกเอกสารห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลก่อความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่

แต่ทางผู้ผลักดันโครงการคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็ยืนยันว่าตนเองทำตามข้อกำหนดของกฎหมายทุกประการ ทุกคนสามารถเข้าร่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็น ลงชื่อแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ และไม่เคยใช้กำลังเข้าข่มขู่หรือการให้เงินเพื่อจูงใจให้เห็นด้วยกับโครงการแต่อย่างใด

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ ชาวบ้านทั้ง ๔ คน ได้ยื่นหนังสือขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาระงับและตรวจสอบรายงานอีเอชไอเอ โดยมีรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ออกมารับจดหมาย เนื้อความตอนหนึ่งระบุว่า “จุดที่ตั้งโรงไฟฟ้ามีชุมชนและประชาชนอยู่อาศัย ไม่ใช่ที่รกร้างว่างเปล่าอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะในเนื้อที่ ๓,๐๐๐ กว่าไร่ อันเป็นที่ตั้งโครงการมีบ้านเรือนจำนวนมากถึง ๒๕๐ หลังคาเรือน มีศาสนสถานคือวัด ๑ แห่ง มัสยิด ๓ แห่ง และมีโรงเรียนปอเนอะ (สอนศาสนาเอกชน) ๑ แห่ง กุโบร์ (สุสาน) ๒ แห่ง ซึ่งถือเป็นชุมชนที่มีวิถีวัฒนธรรมอย่างสงบมายาวนาน”

ขณะที่ทางการไฟฟ้าฯ เคยชี้แจงว่าการย้ายชุมชนออกจากพื้นที่จะดำเนินการเฉพาะกรณีจำเป็น มีการพิจารณาค่าชดเชยที่เป็นธรรม โรงเรียนปอเนาะหากมีความจำเป็นต้องย้ายต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการอิสลามในพื้นที่ มัสยิดและกุโบร์จะยังคงอยู่ที่เดิม

tepa03

สื่อท้องถิ่นรายงานเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา  เนื้อหาบอกว่าเป็นการเนรมิตแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  ภาพด้านบนเป็นตัวอย่างจากอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)

tepa04

เอกสารราชการในช่วงที่มีเวทีรับฟังความคิดเห็น ค.๓ ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลก่อความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ เนื้อความตอนหนึ่งระบุว่า “จากการประมวลข้อมูลข่าวสาร  สามารถสรุปสถานการณ์  อาจมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่มีความเห็นต่างในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา อันอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่อำเภอเทพา กลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการโรงไฟฟ้า แต่ไม่ได้ร่วมเดินทางมากรุงเทพฯ ได้รวมกลุ่มอ่านแถลงการณ์ ปกป้องเทพา จากถ่านหิน ความตอนหนึ่งว่า “กระบวนการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเป็นการดำเนินการทำไปเพียงเพื่อให้ครบตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้สนใจมิติผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง มีการใช้เวลาในการศึกษาเพียง ๙ เดือน สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ”

ก่อนหน้านี้ราวเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ โครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ กำลังการผลิต ๘๐๐ เมกกะวัตต์ ดำเนินการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาประมาณ ๕-๖ ปี ได้ถูกคัดค้านจนต้องยกเลิกทั้งส่วนรายงานอีเอชไอเอโรงไฟฟ้าถ่านหิน และอีไอเอท่าเทียบเรือ ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อทบทวนถึงความจำเป็นในการก่อสร้าง

ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามีขนาด ๒,๒๐๐ เมกกะวัตต์ หรือใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เกือบ ๓ เท่า ทว่าโครงการนี้กลับใช้เวลาศึกษาผลกระทบเพียง ๙ เดือนเท่านั้น

เมื่อมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการรีบเร่งที่จะสร้าง รวมทั้งกำหนดขนาดที่ใหญ่โตถึง ๒,๒๐๐ เมกกะวัตต์ เป็นผลมาจากโครงการโรงฟ้าถ่านหินถูกต่อต้านมาจากจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ ทางผู้ผลักดันได้ยืนยันว่านี่เป็นโครงการตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคง

ดิเรก เหมนคร  ผู้นำเครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ Permatamas ๑ ในชาวบ้าน ๔ คนที่เดินทางมานั่งปักหลักอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งคำถามกับรองปลัดที่ออกมารับหนังสือขอระงับอีเอชไอเอ ต่อหน้าสาธารณชนจำนวนหนึ่งว่า

“ทำไมกระบี่ตั้งคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายทบทวนร่วมกันอีกครั้งได้ ทว่าเทพากลับไม่ กระบี่ทำอีเอชไอเอถึง ๕-๖ ปี แต่เทพาเร่งภายใน ๙ เดือน เมืองเทพาอาจไม่ได้ดัง ไม่ได้รวยเหมือนเมืองกระบี่ แต่คุณค่าของชีวิตคนมันเท่ากัน”

เมื่อ ๑ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามีขนาดใกล้เคียงกับ ๓ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โครงการนี้อาจเป็นตัวชี้วัดว่าเส้นทางถ่านหินเมืองไทยจะเดินไปทางไหน

หมายเหตุ : เก็บตกจากลงพื้นที่ ๑) ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา สิงหาคม ๒๕๕๘ ๒) Green news เสียงเทพา…บ้านเราจะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ? นิตยสารสารคดี ฉบับที่ ๓๖๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘


tei

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

อีกภาคหนึ่งของ “เจ้าชายหัวตะเข้” นักเขียนสารคดีที่เรียนจบมาด้านวิทยาศาสตร์ สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และกีฬาเป็นพิเศษ





You might also like



สารคดี เจาะลึกสถานการณ์ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่ร้อนระอุด้วยสารคดีพิเศษสองเรื่องใหญ่ พร้อมพาผู้อ่านย้อนดู “ประวัติศาสตร์บาดแผล ‘โรงไฟฟ้าถ่านหิน’” ที่กลายเป็นปมแห่งความไม่ไว้วางใจมาถึงปัจจุบัน “จับตาโครงการโรงไฟฟ้าภาคใต้” ที่อาจเข้ามาในอนาคต และชวนค้นหาความกระจ่าง “จริงหรือไม่ คำตอบคือถ่านหินเท่านั้น” ภาพ : Greenpeace เอาถ่านไหม
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๒ ฉบับที่ ๓๘๕ มีนาคม ๒๕๖๐ บทความที่ลงในเว็บไซต์ จากบรรณาธิการ - หน้าหาย เรื่องเด่นในฉบับ เอาถ่านไหม Tales from Coal
วิมลรัตน์ ธัมมิสโร : รายงาน ญาตา สิมะวัฒนะ : ถ่ายภาพ [caption id="attachment_21113" align="alignright" width="800"] เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินนั่งภาวนาจิต ตรงข้ามประตู ๔
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๒ ฉบับที่ ๓๙๐ สิงหาคม ๒๕๖๐ บทความที่ลงในเว็บไซต์ เรื่องเด่นประจำสารคดีฉบับที่ 390 เรื่องเด่นในฉบับ ลิงวอกภูเขา เรื่องเล่าของลิงบนยอดไม้ จากคนเดินตามบนพื้นดิน ระเบิด แก่งโขง หินผา มหานทีรอวันอวสาน สัมภาษณ์ “อำนาจนิยม”
ลิงวอกภูเขา เรื่องเล่าของลิงบนยอดไม้ จากคนเดินตามบนพื้นดิน “เจี๊ยก ๆๆ เป็นเสียงเรียกของลิง ลิงนั้นไม่อยู่นิ่ง มันชอบวิ่งกระโดดไปมา !” หลายคนคงจำเนื้อร้องและท่วงทำนองนี้ได้ และภาพของลิงในความทรงจำของหลายคนก็คือสัตว์จอมซน แต่เรารู้จักลิงมากน้อยแค่ไหน สารคดีเรื่องนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับลิงวอกภูเขาหรือลิงอ้ายเงี้ยะ จากการศึกษาวิจัยติดตามลิงวอกภูเขาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ซึ่งนับเป็นงานวิจัยแห่งแรกที่ได้ศึกษาลิงวอกภูเขาที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติแท้จริงของมัน ไม่ใช่ตามวัดหรือตามแหล่งท่องเที่ยว ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ช่วยรักษาปัจจัยที่มีผลต่อชีวิตฝูงลิง เช่น สัตว์ผู้ล่า อาหารตามธรรมชาติ และที่สำคัญคือพฤติกรรมของลิงซึ่งเป็นญาติมีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด เพราะความจริงแล้วในแง่วิวัฒนาการ มนุษย์และลิงต่างมีประวัติการวิวัฒนาการที่ยาวนานร่วมกัน การศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของลิงวอกภูเขาจึงอาจเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เราเข้าใจตัวเราเอง - “มนุษย์” มากขึ้น ----- ระเบิด แก่งโขง หินผา มหานทีรอวันอวสาน