ของ “เล่น”

ตุลาคม 7, 2017 
0


ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต


01-phra-ruang

หลายคนคงเคยเห็นตามหิ้ง “กุมารทอง” ของร้านค้าต่างๆ ที่ต้องจัดหา “ของเล่น” ประเภทรถยนต์ เครื่องบิน หรือชุดเด็ก ตั้งไว้เป็นของบูชา หรืออย่างศาล “ท่านพ่อสิทธิชัย” ที่วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา ซึ่งว่ากันว่าเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณโอรสในพระครรภ์ของ “พระนางเรือล่ม” ก็มีคนเอาตุ๊กตาสารพัดมาถวายจนล้นหลาม

ไม่ใช่เฉพาะ “ผีเด็ก” เท่านั้นที่ชอบของเล่น แม้แต่ “ผี” และ “พระ” หลายตนหลายองค์ก็ยังต้องแก้บนด้วยของเล่นเหมือนกัน โดยเฉพาะ “ว่าว”

02-wat-mahan

แน่นอนว่าบ้างก็มีประวัติเกี่ยวพันกับ “ว่าว” อยู่ เช่นในตำนานกล่าวว่าพระร่วงกษัตริย์สุโขทัย โปรดปรานการ “เล่น” เป็นพิเศษ หนังสือ “พงศาวดารเหนือ” เล่าว่า “แลพระยาร่วงขณะนั้นคะนองนัก มักเล่นเบี้ยแลเล่นว่าว ไม่ถือตัวว่าเปนท้าวเปนพระยา เสด็จไปไหนก็ไปคนหนึ่งคนเดียว”

ครั้งหนึ่ง พระร่วงวิ่งตามว่าวที่ขาดหลุดลอยไปจนถึงเมืองตองอู แล้วไปลักลอบได้เสียกับพระธิดากษัตริย์ตองอู เมื่อมีเรื่องเล่ามาดังนั้น ของแก้บนในศาลพระร่วงที่เมืองเก่าสุโขทัยจึงย่อมต้องเป็นว่าว กระทั่ง “หลวงพ่อพระร่วง” พระพุทธรูปสุโขทัยที่อัญเชิญมาเป็นพระประธานในวิหารวัดมหรรณพาราม กรุงเทพฯ เมื่อมีพระนามอย่างเดียวกันก็ย่อมหนีไม่พ้นที่จะได้ของถวายเป็นว่าว แถมด้วยลูกตะกร้อที่ก็คงเข้าข่ายเป็น “ของเล่น” ด้วย

03-wat-mahabut 04-wat-saphan

นอกจากนั้นแล้ว พระพุทธรูปอีกหลายองค์ก็มีตำราให้แก้บนด้วยว่าว เช่นหลวงพ่อยิ้มที่วัดมหาบุศย์ (วัดแม่นาคพระโขนง) หรืออย่างหลวงพ่อโต วัดสะพาน ริมคลองบางน้อย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ชาวบ้านในละแวกนั้นเล่าว่าสมัยก่อนโน้นมีคนเคยเห็นท่านวิ่งเล่นว่าวอยู่กลางทุ่ง (!) จึงนิยมเอาว่าวมาถวายกัน

ว่าวยังเป็นของโปรดของ “เจ้าพ่อ” ประจำสถาบันการศึกษา อย่างเจ้าพ่อขุนทุ่ง (หรือเจ้าพ่อจันทุ่ง) ด้วย ปากคำของคนทรงว่า ท่านเป็น “เจ้าที่เจ้าทาง” แต่เดิมของย่านนั้น จึงมีการตั้งศาลขึ้นด้านข้างวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยให้ข้อมูลศาลแห่งนี้ไว้ในหมวด “สิ่งที่ชาวมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ให้ความเคารพบูชา” ว่า

“เชื่อกันว่าเจ้าพ่อขุนทุ่งเป็นชายร่างใหญ่ หวีผมแสกกลาง ท่าทางนักเลง นุ่งโสร่งตาหมากรุก ใส่เสื้อคอกลมไว้หนวด ชอบสีม่วง ควรบูชาด้วยควายธนู ว่าว หมากพลู บุหรี่ และเหล้าขาว”

05-mahidol-salaya

เมื่อเจ้าพ่อมี “ท่าทางนักเลง” ก็ต้องจัดหาของถวายที่คู่ควร แน่นอนว่าว่าวไม่ใช่ของหายากอะไรอยู่แล้ว ดังที่เห็นมีราวแขวนว่าวเรียงเป็นตับ แต่ “ควายธนู” นั้น นักศึกษามหิดลก็คงไม่รู้จะไปหามาจากที่ไหนได้ เลยมีการขยับความ เลื่อนไปเป็นการเอา “ควาย” เฉยๆ มาถวายแทน รอบศาลเจ้าพ่อขุนทุ่งจึงเต็มไปด้วยบริวารควายตุ๊กตาทุกขนาดนับร้อยนับพัน มีตั้งแต่ตัวเกือบเท่าควายจริง ไปจนถึงตัวเล็กตัวน้อย

แถมด้วย “ไก่” จำนวนพอๆ กัน เพื่อเสริมบุคลิกชายชาตรีของเจ้าพ่อให้ครันครบ


srun

ศรัณย์ ทองปาน

เกิดที่จังหวัดพระนคร ปัจจุบันเป็น “นนทบุเรี่ยน” และเป็นบรรณาธิการสร้างสรรค์ นิตยสาร สารคดี




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
7 ตุลาคม
Next Article
8 ตุลาคม




ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ครุฑเป็น “สัตว์หิมพานต์” หรือสัตว์ในจินตนาการของคนอินเดียโบราณ ครึ่งคนครึ่งนก ในศาสนาพราหมณ์ฮินดู ถือเป็นพาหนะของพระนารายณ์ ส่วนในจักรวาลทางพุทธศาสนา ครุฑเป็นสัตว์อย่างหนึ่งที่อาศัยอยู่บนต้นงิ้วใหญ่ หรือ “วิมานฉิมพลี” เชิงเขาพระสุเมรุ
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต นายเรือง ที่ซุ้มประตูทางเข้าเขตพุทธวาสของวัดอรุณราชวราราม มีประติมากรรมทาสีทองสองรูปตั้งคู่กันซ้ายขวา เป็นรูปของนายบุญเรือง หรือนายเรือง กับนายนก คนรุ่นต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เหตุที่มีการสร้างรูปของบุคคลทั้งสองนี้ไว้ก็สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ต่างเผาตัวตายภายในบริเวณวัดอรุณฯ โดยนายเรืองเริ่มก่อนเป็นคนแรกเมื่อปี 2333 สมัยรัชกาลที่
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต หมอสุก หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า “หมอเทวดา” เป็นหมอพื้นบ้านที่รักษาโรคด้วยเครื่องยาสมุนไพร เกิดสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อปี 2375 และถึงแก่กรรมในเดือนกรกฎาคม 2453 ก่อนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเสด็จสวรรคตเพียงไม่กี่เดือน
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ช่วงปลายทศวรรษ ๒๕๔๐ ต่อต้นทศวรรษ ๒๕๕๐ หรือเมื่อราว ๑๐ กว่าปีมาแล้ว ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของ “จตุคามรามเทพ” ผู้เขียนเคยเห็น “จตุคามรามเทพ”
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ตุ๊กตาม้าอย่างที่ตั้งคู่กับช้างตามศาลก็เคยพูดถึงมาบ้างแล้ว หรืออย่างตุ๊กตาม้าลาย แก้บน “เจ้าพ่อม้าลาย” ก็เคยเล่ามาบ้างแล้ว แต่ยังมี “ม้า” อีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นของพิเศษ ใช้แก้บนหลวงพ่อพระศาสดา พระประธานในพระอุโบสถวัดสุวรรณาราม

ปิดโหมดสีเทา