๕ ที่สุด (ค่าย) สารคดี ปี ๒๕๖๐

ธันวาคม 31, 2017 
0


วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี


ภาพโดย วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

ใครจะว่ากาลเวลาหรือรอบปีเป็นเรื่องสมมติ แต่ในแง่หนึ่งมันก็เป็นหลักหมายให้เราได้ทบทวนทางที่ผ่านมาเมื่อขวบปี-ในแต่ละด้าน

ในรอบปี ๒๕๖๐ ผมมีโอกาสได้ไปร่วมห้องเรียนและค่ายการเขียนสารคดีรวมราว ๒๑ งาน ทั้งแบบครั้งเดียววันเดียว ครั้งเดียวหลายวัน รวมทั้งที่เป็นค่ายต่อเนื่องเป็นหลายเดือนเป็นเทอม

ไปร่วมในฐานะคนสอนการเขียน (สารคดี) แต่ก็มีหลายแง่มุมที่เราเป็นฝ่ายได้เรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นชีพจรของยุคสมัย คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ย่อมรู้ดีคลุกคลีอยู่มากกว่าคนที่ผ่านวัยไปแล้ว

ภาพโดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

โดยภาพรวม มุมหนึ่งที่ได้เห็นคือ แม้ในระยะหลังมานี้เป็นช่วงขาลงของวงการสื่อสิ่งพิมพ์ กระทั่งพูดกันไปถึงว่าอาจถึงคราต้องปิดคณะสาขาวิชาสายวารสารศาสตร์กันแล้วกระมัง

แต่ภาพจริงในรั้วมหาวิทยาลัย ยังคงมีคนสนใจศาสตร์วิชานี้กันอยู่ไม่น้อย ห้องเรียนและค่ายฝึกการเขียนยังคึกคักและได้รับความสนใจไม่ลดน้อยกว่าที่เคยเป็นมา

วงการสิ่งพิมพ์ซบเซา แต่คนใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนยังมีอยู่ไม่น้อย

แต่ในขณะเดียวกันการขยายตัวของโลกออนไลน์ ก็ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความจดจ่อและให้ใจกับบทเรียน โดยเฉพาะห้องเรียนในมหาวิทยาลัยในส่วนกลาง ในช่วงหลังโดยเฉพาะในรอบปีที่ผ่านมานี้ จอ (มือถือ) มีส่วนมากต่อการทำลายบรรยากาศระหว่างการเรียนรู้วิชาเขียนอย่างสร้างสรรค์

ภาพโดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

คงเพราะอยากให้สนุกและมีสีสันกับเรื่องที่เป็นสาระและไม่เป็นสาระ ใครหลายเจ้าจึงมักจัดอันดับเรื่องถูกใจไม่ถูกใจ เรื่องที่เป็นที่สุดในรอบปีที่ผันผ่าน

นึกครึ้มใจขึ้นมา ผมจึงลองหยิบวิธีการนี้มาใช้ย้อนมองค่ายการเขียนที่ได้ผ่านพบร่วมคลุกคลีตลอดปีที่ผ่านมาบ้าง

ภาพโดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

เสียดายที่สุด : “ค่ายวรรณรรมสัญจร” มมส.

เป็นค่ายการเขียนที่จัดต่อเนื่องยาวนานที่สุดในเมืองไทยถึง ๒๕ ปี โดยการริเริ่มของ ผศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพรฑูรย์ ธัญญา แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สร้างนักเขียนนักอ่านและแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวรั้วมหาลัยในถิ่นภูธรมานับร้อยนับพัน แต่แล้วต้องมาถึงกาลอวสานปิดตัวเป็นตำนานไปตามการเกษียณอายุราชการของผู้ก่อตั้ง หลังจบค่ายครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

แฟ๊บ รักษ์เขาชะเมา

เตรียมการยาวนานที่สุด : “ค่ายเด็กสร้างเรื่อง”

โดยสถาบันลูกโลกสีเขียว และกลุ่ม เด็กรักษ์เขาชะเมา ระยอง เราคุยเตรียมการจะจัดค่ายอบรมการเขียนให้กับนักในพื้นที่ภาคตะวันออก วางแผนจะจัดกันช่วงปิดเทอมแรก เดือนตุลาปี ๒๕๕๙ แต่ติดขัดเงื่อนไขต่างๆ เพิ่งได้มาจัดรุ่นแรกกันจริงๆ เมื่อปิดภาคการศึกษาแรกปีนี้ ช่วงกลางเดือนตุลาคม ๒๕๖๐

เงียบๆ เรียบง่าย แต่งดงาม : “ค่ายการเขียนสารคดีท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” ม.บูรพา

ค่ายที่ก่อตัวอย่างง่ายๆ โดยคณาจารย์ไม่กี่คนในภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลับบูรพา เชิญชวนผมไปร่วมติวเข้มให้กับนักเรียนนักศึกษาหลายจังหวัดในปริมณฑลรายรอบมหาวิทยาลัยบูรพา รุ่นละ ๕๐-๖๐ คน ในปี ๒๕๖๐ เป็นรุ่นที่ ๖ แล้ว ทำมาแบบเงียบๆ ไม่แถลงข่าว ไม่ทำประชาสัมพันธ์ออกสื่อ แต่สร้างผลสะเทือนเชิงคุณภาพได้จริงจัง ช่วยให้เด็ก ม.ปลาย ไม่น้อยได้พบเส้นทางและ “ไปต่อ” ได้ ยืนยันตัวได้ เป็นตัวชี้วัดเชิงรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุด

ภาพโดย ภาณุรุจ พงษ์วะสา

ครบเครื่องที่สุด : ค่ายสารคดี นิตยสารสารคดี

เป็นค่ายเดียวในเมืองไทยที่อบรมกันแบบครบครันในเรื่องสารคดี ทั้งการเขียนและถ่ายภาพ ทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติหลากหลายด่าน รวมทั้งฝึกทำงานจริงตอนท้ายค่าย เป็นค่ายต่อเนื่องรุ่นละ ๔ เดือน จบแล้วเขียนได้ถ่ายรูปเป็นแน่นอน เก่งไม่เก่งไปว่าต่อกันเอง

ภาพโดย วัชรวร วงศ์กัณหา

สดที่สุด : ค่ายวรรณศิลป์สัญจร ม.กาฬสินธุ์

ค่ายตามความรับรู้ความเข้าใจของคนทั่วไปคือการมาใช้ชีวิตรวมหมู่อยู่ด้วยกันเพื่อฝึกอบรมเรื่องใดเรื่องหนึ่งตลอดช่วงเวลาในค่าย โดยมักเน้นเรียบง่าย ลุยๆ แบบนอนกลางดินกินกลางทราย แต่ในช่วงหลังค่ายส่วนใหญ่ขยับปรับตัวไปอยู่ตามโรงแรมรีสอร์ท ตามปัจจัยเงื่อนไขอันเอื้ออำนวย แต่ค่ายวรรณศิลป์สัญจร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ยังยึดถือหัวใจความเป็นค่ายแบบเดิมๆ ไว้ได้ครบถ้วน ในรุ่นที่ ๕ ปี ๒๕๖๐ ไปจัดกันกลางป่า (ภูเขียว) นอนเต็นท์ กินข้าวหม้อแกงหม้อด้วยกัน มีช่วงเวลาให้เดินป่าศึกษาและซึมซับธรรมชาติ กลางคืนล้อมวงรอบกองไฟคุยเรื่องการเขียนการอ่าน แน่นอนว่าผู้ผ่านค่ายไม่ได้โตไปเป็นนักเขียนกันทุกคน แต่ทุกคนต่างได้ห้วงเวลาที่น่าจดจำติดตัวไปตลอดกาล


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
31 ธันวาคม
Next Article
1 มกราคม




ผลงานค่ายสารคดีครั้งที่ 13 งานเขียนสารคดีดีเด่น เรื่อง : ภาวิณี คงฤทธิ์ ภาพ : มานิตา ตันติพิมลพันธ์ สมาชิกกลุ่ม Mayday กำลังเริ่มต้นประชุมเกี่ยวกับอนาคตของระบบรถเมล์กรุงเทพ ป้ายรถเมล์ที่กลุ่ม
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต วัดค้างคาวตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในเขตตำบลบางไผ่ อำเภอเมือง นนทบุรี ตรงข้ามกับวัดเขมาภิรตารามที่อยู่ทางฝั่งตะวันออก ทุกวันนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้คนรู้จักวัดค้างคาวมากที่สุดคือกิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของ “หลวงพ่อเก้า” ที่แปลกก็คือ “หลวงพ่อเก้า” องค์นี้มิได้เป็นพระประธานในโบสถ์วิหาร
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี เวลาชวนเด็กหัดเขียนหนังสือ วิชาเรียงความที่ทุกคนเคยเรียนมาแต่ชั้นประถม เป็นพื้นฐานที่นำมาใช้ต่อได้อย่างได้ผล ด้วยการย้อนทวนไปถึงองค์ประกอบของเรียงความ ทุกคนตอบได้พร้อมเพรียงว่าประกอบด้วย บทนำ เนื้อเรื่อง สรุป บทนำ อาจเป็นการเกริ่นอารัมภบทถึงเรื่องที่จะเล่าแบบรวมๆ
ถึงช่วงสิ้นปีเก่า ขึ้นปีใหม่ ก็นึกถึง ส.ค.ส. - ส่งความสุข ขอให้สมหวัง ขอให้ฝันเป็นจริง ขอให้มีความสุข ว่าแต่ “ความสุข” คืออะไร บางคนว่าคือความรู้สึกดี ๆ เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ  บางคนขอแค่ว่าถ้าไม่มีทุกข์ ก็ถือว่าสุขแล้ว ชีวิตที่ไม่มีความสุขหรือถึงกับเป็นทุกข์ ก็เพราะสิ่งที่อยากได้ยังไม่ได้ หรือกลับต้องได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้ ใคร ๆ ก็อยากได้ชีวิตที่มีแต่ความสุข เราไขว่คว้าหาความสุขทุกวัน โดยเฉพาะความสุขชั่วขณะจากรูปรสภายนอก กินอาหารอร่อย ๆ มีรถสวย ๆ มีนาฬิกาหรู ๆ และมีเงินในกระเป๋ามาก ๆ แต่งานวิจัยชิ้นหนึ่งกลับพบว่า ชีวิตไม่ได้ต้องการแค่ความสุข ชีวิตยังต้องการ “ความหมาย” เอมิลี เอสฟาฮานี สมิท (Emily Esfahani Smith) นักจิตวิทยาที่สำรวจชีวิตคนอเมริกันทั่วประเทศ พบว่า แม้จะมีความสุข แต่คนจำนวนมากยังเต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง อ้างว้างและโดดเดี่ยว  ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมากแม้ในประเทศที่คุณภาพชีวิตสูงเกินมาตรฐาน เพราะชีวิตขาด “ความหมาย” ไม่ใช่เพราะขาดความสุข เธอบอกว่าชีวิตที่มีความหมายต่างจากชีวิตที่มีความสุข  “ความสุข” เป็นเรื่องของการขวนขวายให้ “ได้รับ” ความรู้สึกพึงพอใจชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แต่ “ความหมาย” เป็นเรื่องของการ “ให้” และการสร้าง “คุณค่า” ในตัวเราเองที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่า จากการวิจัยเธอสรุปว่า สิ่งที่ค้ำจุนให้ชีวิตมีความหมายแจกแจงได้สี่อย่าง เหมือนสี่เสาหลักของบ้าน “การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม” - ความผูกพัน ความสัมพันธ์ ความรัก ที่มีต่อครอบครัว เพื่อนฝูง ชุมชน กลุ่มกิจกรรม ฯลฯ “การมีเป้าหมายเพื่อผู้อื่น” - การใช้ศักยภาพของเราเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น พ่อแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงลูก พี่ตูนที่วิ่งเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล พยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ ฯลฯ  สิ่งนี้ให้คำตอบว่า “ทำไม” เราถึงยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป “สภาวะลืมตัวตน” - transcendence เป็นสภาวะที่ตัวเรากับสิ่งที่กำลังทำตรงหน้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือเรียกได้ว่าการมีสติและสมาธิกับสิ่งที่ทำอย่างสูง  อาจเกิดขึ้นขณะที่กำลังอ่านหนังสือ ทำสวน วาดรูป สวดมนต์ ฯลฯ  ประสบการณ์ของสภาวะลืมตัวตนช่วยให้ตระหนักถึงการเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา
ผลงานจากค่ายสารคดีครั้งที่ 13 งานภาพสารคดีดีเด่น เรื่อง : ณัฐมน สะเภาคำ ภาพ : นิสากร ปิตุยะ pole dance กีฬาชนิดหนึ่งสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย ที่ต้องใช้ทั้งความแข็งแรงและความอ่อนช้อยของร่างกาย