สามแพร่ง - สารคดี.คอม

สามแพร่ง

มกราคม 29, 2018 
0


ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต


ตามธรรมเนียมไทย เวลาเอาของไปเซ่นผี ต้องเอาใส่ “กระบะ”

“กระบะ” นี้ โบราณเขาทำด้วยกาบกล้วย (ว่าที่จริงก็ถือเป็นภาชนะ “ย่อยสลายได้” แบบ “รักโลก” อยู่เหมือนกัน) ที่ใช้อย่างนี้คงเพราะเป็นของใช้ชั่วครั้งชั่วคราว จึงไม่พึงใช้ถ้วยชามจริงๆ ให้สิ้นเปลือง วิธีคือลอกกาบกล้วยมาเป็นแผ่นๆ ตัดท่อนๆ วางเป็นพื้นและหักพับตั้งยกเป็นขอบ แล้วเอาไม้กลัดกลัดกาบกล้วยเป็นปาก ให้คงรูปร่างเป็นกระบะสี่เหลี่ยม ข้างในใส่อาหารหวานคาว หมากพลู บุหรี่

เวลาเอาไปกระบะตั้งเซ่นผีก็ต้องเอาไปวางที่ตรง “ทางสามแพร่ง” แล้วจุดธูปบอกกล่าว

จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเห็นกระบะเซ่นไหว้ผีอยู่เสมอๆ ตามทางแยกต่างๆ ทั้งถนนใหญ่หรือตามในซอย เพียงแต่เปลี่ยนรูปไปตามสมัย คือแทนที่จะเป็นกาบกล้วยอย่างแต่ก่อน สมัยนี้ก็กลายร่างเป็นถาดโฟมกล่องโฟมไปแทน (เคยเห็นเอาไก่ทอดยี่ห้อดังยกกล่องมาเปิดตั้งพร้อมน้ำอัดลมให้ผีเลยก็มี)

“ทางสามแพร่ง” คือทางแยกสามทาง เป็นจุดที่มีทางสัญจรสามสายมาชนกัน หรือใช้ตำแหน่งที่มีทางตรงมาแล้วมีแยกออกไปทั้งซ้ายขวาก็ได้ คนไทยเชื่อกันว่าตรงทางสามแพร่งนี้เป็น “จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ” หรือเป็น “พื้นที่อ่อนไหว” ยิ่งยวด

บางคนก็ว่าเป็น “ทางผีผ่าน” เหมือนประตูสู่ภพภูมิที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ของเซ่นไหว้จึงต้องมาวางรอผีไว้ตรงนี้

ความเชื่อเรื่องทางสามแพร่งยังต่อเนื่องไปถึงเรื่องอื่นๆ นอกจากของไหว้ผีด้วย เช่นมีน้องชายคนหนึ่งอธิบายให้ฟังว่าสาเหตุที่ “ว่ากันว่า” บ้านเขามีผี สืบเนื่องจาก “บ้านอยู่ทางสามแพร่งพอดีเป๊ะ!”

น่าสนใจว่าคติเรื่องทางสามแพร่งนี้ มิได้มีเฉพาะแต่ข้างฝ่ายไทย ทางฝ่ายจีนก็มีความเชื่อเรื่องนี้ ในแง่ที่ว่า บ้านหรือร้านค้าที่มีถนนพุ่งเข้าใส่ คือตั้งอยู่บนทางแยก ก็เป็นที่ “แรง” ต้องมีการแก้ไข “ฮวงจุ้ย” ขจัดปัดเป่าพลังด้านลบ หรือสิ่งไม่ดีไม่งามต่างๆ ด้วยสัญลักษณ์จำพวก “โป๊ยก่วย” คือยันต์แปดทิศ หรือรูปสิงห์คาบกั้นหยั่น (สิงโตจีนคาบดาบสองคม) ดังที่เห็นได้ทั่วไป มีตั้งแต่ทำเป็นรูปขนาดเล็กๆ แปะติดไว้หน้าบ้านหน้าร้าน ไปจนถึงบ้านที่ทำไว้แผ่เต็มรั้วบ้านประตูบ้าน ก็มี

อย่างย่าน “สำเพ็ง” Chinatown ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ก่อนยุคที่ห้วยขวางจะกลายเป็น Chinatown ริมเส้นทางรถไฟใต้ดินอย่างในปัจจุบัน ที่ผ่านมาเคยมีนักคิดนักค้นสืบหาที่มาชื่อนี้กันมาช้านาน แต่ละคนก็เชื่อกันไปต่างๆ เช่นบางท่านก็ว่าเป็นคำเขมร หมายถึงหญิงโสเภณี บ้างก็ว่าเป็นชื่อเดิมวัดสามปลื้ม ฯลฯ

แต่ก็มีบางคนเชื่อว่าคำนี้เองคือคำว่า “สามแพร่ง” ในภาษาไทยนั่นแหละ แต่เมื่อถูกเรียกซ้ำเลียนเสียงโดยคนจีน เลยเพี้ยนไปเป็น “สำเพ็ง” แล้วคนไทยก็กลับไปเรียกตามคนจีนอีกต่อหนึ่ง

เหมือนกับที่มีผู้ยกตัวอย่างคำว่า “ล้ง” ซึ่งว่ากันว่ามาจากคำว่า “โรง” ในภาษาไทย แต่คนจีนเรียกทับศัพท์ไปเป็นสำเนียงจีน แล้วเลยกลับมาในภาษาไทยในรูปคำใหม่จนทุกวันนี้ อย่างที่ใช้เรียก “ล้ง” เช่น ล้งมังคุด ล้งทุเรียน ที่รับซื้อผลไม้ทางภาคตะวันออก หรือล้งมะพร้าวแถบอัมพวา เป็นต้น


srun

ศรัณย์ ทองปาน

เกิดที่จังหวัดพระนคร ปัจจุบันเป็น “นนทบุเรี่ยน” และเป็นบรรณาธิการสร้างสรรค์ นิตยสาร สารคดี




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








จาก “พระพิมพ์” สู่ “พระเครื่อง” (๑) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในบทความเรื่อง “ตำนานพระพิมพ์” ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ นักปราชญ์ฝ่ายวิชาโบราณคดีชาวฝรั่งเศสผู้ลือนาม
อุตสาหกรรมแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในโลกสมัยใหม่ที่ติดต่อไปมาหาสู่กันได้สะดวกรวดเร็ว ผู้คน สินค้า และข่าวสารข้อมูลเคลื่อนย้ายไปมาอย่างทะลักทลาย เครื่องรางของขลังก็เดินทางไปมาข้ามเส้นเขตแดนของรัฐชาติอย่างมหาศาล ยิ่งเมื่อผนวกกับการผลิตระดับ “อุตสาหกรรม” ของเครื่องรางของขลังในเมืองไทย ยิ่งทำให้ “วัตถุศักดิ์สิทธิ์”
เฉลว-สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคนตระกูลไต ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต “เฉลว [ฉะเหฺลว] เครื่องจักสานชนิดหนึ่ง ทําด้วยตอกหักขัดกันเป็นมุม ๆ ตั้งแต่ ๕ มุมขึ้นไป สําหรับปักหม้อยา ปักเป็นเครื่องหมายที่สิ่งของซึ่งจะขาย ปักบอกเขต หรือปักบอกเขตด่านเสียค่าขนอน
เรายกวัดมาไว้ในห้าง... ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ใกล้เทศกาลสงกรานต์อย่างนี้ เมื่อผ่านไปหน้าห้างสรรพสินค้าก็เห็นมีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานให้คนสรงน้ำกันเนื่องในเทศกาล และเมื่อก้าวเท้าเข้าไปข้างในห้าง หน้าร้านอาหารบางแห่งก็ยังตั้งพระพุทธรูปหน้าร้านของตัวให้คนมาสรงน้ำอีกต่างหากก็มี ธรรมเนียมนี้คลับคล้ายว่าน่าจะเกิดใหม่เมื่อไม่เกิน ๒๐ ปีมานี้เอง เพราะก่อนหน้านี้จำไม่ได้ว่าเคยเห็น นอกจากนำเอาพระพุทธรูปมาให้คนสรงน้ำแล้ว
ส่วนหนึ่งของสกู๊ปวันและเวลานิตยสารไทย รวบรวมและเรียบเรียง : ศรัณย์ ทองปาน ในทศวรรษ 2490 มีนิตยสารสำหรับผู้หญิง/แม่บ้าน ปรากฏตัวมากขึ้น โดยทั่วไปมักมีคอลัมน์ปกิณกะ ความรู้สำหรับแม่บ้าน งานฝีมือ เรื่องสั้น และที่สำคัญคือการตีพิมพ์นวนิยายต่อเนื่องกันเป็นหลัก ที่โดดเด่นคือนิตยสารรายสัปดาห์