เรื่องจริงกับความสมจริง

เมษายน 15, 2018 
0


เรื่องจริงกับความสมจริง

วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี



ICT ห้อง JR3 ปี 2560 / เครดิตภาพ : Banyong Suwanpong

จุลนิพนธ์นิเทศศาสตร์ ของนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา ๒๕๖๐ เสร็จสิ้นลงในช่วงที่ละครบุพเพสันนิวาสกำลังฮอตฮิตกระหึ่มเมือง

เป็นสองเรื่องที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน บุพเพฯ เป็นนิยาย เป็นเรื่องแต่ง (fiction) จุลนิพนธ์ของนักศึกษาไอซีทีถ่ายทอดเรื่องจริง (non fiction) เป็นสารคดี

แต่ทั้งสองเรื่องนี้ก็มีจุดที่เกี่ยวกระหวัดกันอยู่

รายวิชาจุลนิพนธ์ (นิเทศศาสตร์) กำหนดให้ผลิตงานเขียน ๑ ชิ้น โดยมีมืออาชีพเป็นที่ปรึกษา ดูแลแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเป็นชิ้นงาน ห้อง JR3 เกือบทั้งห้อง เลือกทำสารคดี

น้องสองคนที่อยู่ในความดูแลของผม ทำสารคดีชีวิตผู้ตกเป็นแพะในคดีอาญา กับอีกคนทำสารคดีชีวิตนักเขียนนิยายแฟนตาซีขวัญใจผู้อ่าน

ใช้เวลา ๖ เดือน ตั้งแต่กำหนดประเด็นหลัก-รอง วางโครงเรื่อง วางแผนการเก็บข้อมูล ลงพื้นที่ สัมภาษณ์และถอดเทปสัมภาษณ์ ย่อยข้อมูลเป็นงานเขียน ขัดเกลาปรับแก้ จนออกมาเป็นหนังสือเล่มที่สมบูรณ์ตามศักยภาพในระดับมือใหม่ หลายเล่มมีคุณภาพในระดับพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณชนได้ ทั้งโดยประเด็นและฝีมือการนำเสนอ

ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งที่พบเห็นมากในหมู่นักเขียนใหม่คือ “ความสมจริง” หรือความมีเหตุมีผลอันน่าเชื่อถือว่าจริง

ซึ่งความสมจริงนั้น แม้แต่ในเรื่องแต่งก็จำเป็น

ในกรณีของ fiction แม้จะรู้กันแต่ต้นว่าเป็นเรื่องแต่ง แต่ผู้เขียนก็ต้องปูเรื่องให้คนอ่านเห็นคล้อยตาม-อย่างไม่รู้สึกติดขัดหรือโต้แย้งต่อการดำเนินไปของเรื่องราว

อย่างสมมติให้ตัวละครนั่งรถไฟไปปราจีนบุรี นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เพราะเรามีรถไฟสายตะวันออกไปอรัญประเทศ แต่ถ้าให้ตัวละครนั่งรถไฟไปจันทบุรี คนอ่านจะเริ่มดักคอว่าคนเขียนไม่รู้จริงนี่นา

หรือแม้กระทั่งเรื่องแนวแฟนตาซีเหนือจริง ที่ตัวละครอาจเหาะเหินเดินอากาศได้ ผู้เขียนก็ต้องปูพื้นให้เห็นที่มาที่ไปว่าทำไมเขาจึงทำเช่นนั้นได้ อาจด้วยมีมนต์วิเศษ หรือมีอะไรพิเศษเหนือสามัญมนุษย์ ผู้อ่านจึงจะยอมติดตามเรื่องไปต่อ

ตัวอย่างนวนิยายแนวซ้อนยุคที่มีการเชื่อมเหตุการณ์ต่างยุคสมัยไว้ด้วยกัน ที่นักอ่านยุคนี้ยังรู้จักดีก็อย่าง “ทวิภพ” ที่ผู้เขียนวางเงื่อนไขให้คนต่างยุคเจอกันได้ผ่านกระจกเงา หรือเรื่อง “หุบเขากินคน” ของ มาลา คำจันทร์ ที่ใช้เครือเถาวัลย์เป็นเส้นแบ่งภพ ตัวละครที่ก้าวข้ามไปจะเข้าสู่โลกอีกยุคหนึ่ง ซึ่งดำเนินอยู่คู่ขนานไปพร้อมกับโลกปัจจุบันของเรา เพียงแต่มีบางอย่างคั่นแบ่งมิติเอาไว้

ตามตัวบทใน “บุพเพสันนิวาส” มีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ ที่ชักนำให้ดวงวิญญาณของหญิงสาวนักโบราณคดียุคนี้ ข้ามภพไปเข้าร่างสาวแก่นแก้วจอมเกเรในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราชได้?

ในงานสารคดี ซึ่งเป็นเรื่องจริง (fiction) เงื่อนไขแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสร้าง เพียงแต่ผู้เขียนต้องใส่ใจ ไม่หลงลืมที่จะนำมาแสดงไว้อย่างไม่ให้ตกหล่น

โดยให้มีข้อคำนึงถึงหลักอย่างน้อย ๒ ข้อ

๑.ความสมเหตุสมผล

เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า “ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย” นั้นมีอยู่จริง แต่เรื่องในข่ายนี้มักฟังดูเหลือเชื่อ และเมื่อนำมาเล่าในงานสารคดี จึงกลายเป็นเรื่องจริงที่คนอ่านเชื่อได้ยาก–แม้ว่าผู้เขียนจะมิได้แต่งเติมหรือบิดเบือนเนื้อหาเลย

เล่าเรื่องจริงแต่คนอ่านไม่เชื่อว่าจริง

นั่นเพราะผู้เขียนไม่ได้แสดงที่มาที่ไปให้คนอ่านเห็นคล้อยตามอย่างสมเหตุสมผล

ถ้าจู่ๆ ผู้เขียนจะบอกคนอ่านว่า มหาเศรษฐีผู้นี้เคยเป็นคนเก็บขยะขายมาก่อน คนอ่านจำนวนไม่น้อยคงยากจะเชื่อ แต่ผู้เขียนสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่ายๆ ด้วยการไม่ลืมเสนอให้เห็นความเป็นมา ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านประจักษ์แจ้ง เห็นและเชื่อเองโดยผู้เขียนไม่ต้องชี้นำ

๒.เลือกใช้น้ำเสียงผู้เล่าให้เหมาะกับข้อมูล

ในการสัมภาษณ์แหล่งข้อมูลอาจพูดอย่างไรก็ได้ อาจคุยโม้โอ้อวด พูดออกไปเพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่างหรือซ่อนเร้นบางอย่าง ซึ่งหลายกรณีอาจดูเว่อร์แบบฟังดูไม่น่าจริงหรือแม้กระทั่งขัดกับข้อเท็จจริง

อย่างเด็กหนุ่มอายุ ๒๐ ต้นๆ บอกว่าเขาถึงจุดหมายในชีวิตหมดทุกด้านแล้ว

ถ้าผู้เขียนจับความนี้มาเขียนเล่าแบบ “อ้างอ้อม” ผ่านน้ำเสียงผู้เขียนเอง ผู้อ่านคงต้องร้องยี้ว่าผู้เขียนอวยแหล่งข้อมูลอย่างตื้นเขิน

แต่การณ์จะกลับกลาย หากเพียงแต่ผู้เขียนพลิกผันน้ำเสียงเป็นการ “อ้างตรง” ให้แหล่งข้อมูลเป็นคนพูดถึงตัวเอง ด้วยน้ำเสียงของเขาเอง คนอ่านก็จะเข้าใจและเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราอาจคุยโม้แบบโอ้อวดตัวเอง หรือไม่เขาก็มีมุมพิเศษบางอย่างถึงกล้าพูดถึงตัวเองแบบนั้น

ความสมจริงแบบมีเหตุมีผล เป็นสิ่งจำเป็นทั้งในเรื่องจริงและเรื่องแต่ง

เป็นเคล็ดสำคัญอีกมุม ที่จะเป็นปัจจัยชุมนุมไปสู่ผลงานที่สมบูรณ์แบบ


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา

เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี ด.ญ.ระริน สถิตธนาสาร หรือลิลลี่ เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มวิชา eco education เป็นวิชาบังคับในหลักสูตรทุกระดับชั้น “สวัสดีค่ะ หนูชื่อลิลลี่ หนูอายุ ๑๑ ปี หนูมีวัตถุประสงค์อยากเข้าพบท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ลงพื้นที่เป็นขั้นตอนต่อจากการคิดประเด็นและวางโครงเรื่อง ลงพื้นที่เพื่อ “เก็บ” ก่อนจะ “กรอง” ออกมาเขียน
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ความจริงเป็นวันเปิดค่าย แต่คล้ายเป็นประเพณีที่ทุกค่ายครั้งใหม่ จะต้องมีพวกรุ่นพี่รุ่นก่อนๆ กลับมาร่วมค่ายด้วยเสมอ เป็นสายสัมพันธ์ต่อเนื่องของคนที่รักชอบในสิ่งเดียวกัน หลังผ่านค่ายพวกเขาอาจไปอยู่ในที่หนึ่งใด



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี ด.ญ.ระริน สถิตธนาสาร หรือลิลลี่ เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มวิชา eco education เป็นวิชาบังคับในหลักสูตรทุกระดับชั้น “สวัสดีค่ะ หนูชื่อลิลลี่ หนูอายุ ๑๑ ปี หนูมีวัตถุประสงค์อยากเข้าพบท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ลงพื้นที่เป็นขั้นตอนต่อจากการคิดประเด็นและวางโครงเรื่อง ลงพื้นที่เพื่อ “เก็บ” ก่อนจะ “กรอง” ออกมาเขียน
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ความจริงเป็นวันเปิดค่าย แต่คล้ายเป็นประเพณีที่ทุกค่ายครั้งใหม่ จะต้องมีพวกรุ่นพี่รุ่นก่อนๆ กลับมาร่วมค่ายด้วยเสมอ เป็นสายสัมพันธ์ต่อเนื่องของคนที่รักชอบในสิ่งเดียวกัน หลังผ่านค่ายพวกเขาอาจไปอยู่ในที่หนึ่งใด