จาก “พระพิมพ์” สู่ “พระเครื่อง” (๑) - สารคดี.คอม

จาก “พระพิมพ์” สู่ “พระเครื่อง” (๑)

พฤษภาคม 7, 2018 
0


จาก “พระพิมพ์” สู่ “พระเครื่อง” (๑)

ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต


ในบทความเรื่อง “ตำนานพระพิมพ์” ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ นักปราชญ์ฝ่ายวิชาโบราณคดีชาวฝรั่งเศสผู้ลือนาม เสนอไว้ว่า ธรรมเนียมการสร้างพระพิมพ์ คือพระพุทธรูปเล็กๆ ตีพิมพ์ด้วยดิน เริ่มต้นจากการเป็น “ของที่ระลึก” ที่พุทธศาสนิกชนนำติดตัวกลับบ้าน หลังจากไปสักการะสังเวชนียสถานสี่ตำบลในอินเดียโบราณ ก่อนที่จะคลี่คลายกลายเป็นการสร้างขึ้นเพื่อหวังผลบุญกุศล พร้อมกับจารึกบาทคาถาที่เป็น “หัวใจ” ของพระพุทธศาสนา คือคาถา เย ธมฺมา ไว้ด้วย โดยอาจมีจุดมุ่งหมายดังที่ท่านเซเดส์พรรณนาไว้ว่า

“บุคคลผู้ได้ทำรูปพระพิมพ์แล้วและบรรจุไว้ในถ้ำและสถูปต่างๆ เป็นจำนวนตั้งหลายพันองค์นั้นจะต้องคิดถึงการประกาศศาสนาในอนาคตอันไกลเป็นแท้ และหวังว่าจะเป็นเครื่องช่วยประกาศศาสนาให้แพร่หลายไปได้อีกหลายพันปี ดูเหมือนพวกพุทธมามกบุคคลจะได้มีความรู้สึกว่าเมื่อครบอายุพระพุทธศาสนาๆ จะเสื่อมลง การได้พบเห็นรูปพระศาสดาจารย์เจ้าและคาถาย่อ อันเป็นคำสั่งสอนของพระองค์ อาจเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้พบกลับเกิดความเลื่อมใสและเชื่อถือขึ้นอีก”

หรืออีกนัยหนึ่ง ตามข้อเสนอของนักวิชาการท่านนี้ คนโบราณคิดทำพระพิมพ์ให้เป็นเหมือน “ไทม์แคปซูล” บรรจุข้อมูลของศาสนาพุทธแบบสรุปย่อ พร้อมรูปภาพประกอบไว้ เพื่อรอวันเวลาแห่งอนาคตเมื่อถึงสมัยที่คนไม่รู้จักพระพุทธศาสนาอีกต่อไป ว่าหากพวกเขาและเธอเหล่านั้นบังเอิญได้มาพบเห็นพระพิมพ์เหล่านี้เข้า ก็อาจสนใจใฝ่รู้ ค้นคว้าศึกษาจนแจ้งใจ แล้วรื้อฟื้นพระพุทธศาสนาขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ดังนั้น สำหรับคนโบราณ พระพิมพ์เหล่านี้จึงมิได้มีฐานะเป็นเครื่องรางของขลังด้วยซ้ำ แต่เป็นการสั่งสมบุญกุศลไว้เพื่อกาลข้างหน้า

คนไทยสมัยก่อนอาจจะโพกผ้าประเจียด แขวนตะกรุด หรือสวมเสื้อยันต์ (ตลอดจนสักยันต์ลงไปบนผิวหนัง) เป็นเครื่องรางของขลังสำหรับตัว แต่ไม่ใช่พระพุทธรูป

ส่วนหนึ่งก็คงเพราะเห็นว่าเป็น “ของสูง” คือเป็นรูปพระพุทธเจ้า อันพึงเคารพสักการะ ตั้งไว้ในสถานที่อันเหมาะอันควร ไม่อาจจะนำมาติดตัว หรือไว้กับร่างกายสังขารของมนุษย์ผู้ต่ำตม ให้พระท่านต้องแปดเปื้อน

และสาเหตุอีกประการหนึ่งก็อาจจะมาจากว่า ไม่รู้จะนำพระพิมพ์เหล่านั้น มาพกไว้กับตัวได้อย่างไร

ในภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยเก่าๆ เราจึงอาจเคยพบรูปคนโพกผ้าประเจียด สักยันต์ ซึ่งถ้าไม่ใช่โจรก็ต้องเป็นพวกทหาร แต่จะไม่เคยพบรูปวาดที่แสดงภาพคนห้อยแขวนพระเครื่องไว้ที่คอเลย


srun

ศรัณย์ ทองปาน

เกิดที่จังหวัดพระนคร ปัจจุบันเป็น “นนทบุเรี่ยน” และเป็นบรรณาธิการสร้างสรรค์นิตยสาร สารคดี




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








จาก “พระพิมพ์” สู่ “พระเครื่อง” (๒) (อ่านต่อแรกได้ ที่นี่) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต แล้วจาก “ไทม์แคปซูล” ที่มุ่งหมายประกาศศาสนาแก่ผู้คนในอนาคต พระพิมพ์กลายเป็น
อุตสาหกรรมแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในโลกสมัยใหม่ที่ติดต่อไปมาหาสู่กันได้สะดวกรวดเร็ว ผู้คน สินค้า และข่าวสารข้อมูลเคลื่อนย้ายไปมาอย่างทะลักทลาย เครื่องรางของขลังก็เดินทางไปมาข้ามเส้นเขตแดนของรัฐชาติอย่างมหาศาล ยิ่งเมื่อผนวกกับการผลิตระดับ “อุตสาหกรรม” ของเครื่องรางของขลังในเมืองไทย ยิ่งทำให้ “วัตถุศักดิ์สิทธิ์”
เฉลว-สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคนตระกูลไต ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต “เฉลว [ฉะเหฺลว] เครื่องจักสานชนิดหนึ่ง ทําด้วยตอกหักขัดกันเป็นมุม ๆ ตั้งแต่ ๕ มุมขึ้นไป สําหรับปักหม้อยา ปักเป็นเครื่องหมายที่สิ่งของซึ่งจะขาย ปักบอกเขต หรือปักบอกเขตด่านเสียค่าขนอน
เรายกวัดมาไว้ในห้าง... ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ใกล้เทศกาลสงกรานต์อย่างนี้ เมื่อผ่านไปหน้าห้างสรรพสินค้าก็เห็นมีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานให้คนสรงน้ำกันเนื่องในเทศกาล และเมื่อก้าวเท้าเข้าไปข้างในห้าง หน้าร้านอาหารบางแห่งก็ยังตั้งพระพุทธรูปหน้าร้านของตัวให้คนมาสรงน้ำอีกต่างหากก็มี ธรรมเนียมนี้คลับคล้ายว่าน่าจะเกิดใหม่เมื่อไม่เกิน ๒๐ ปีมานี้เอง เพราะก่อนหน้านี้จำไม่ได้ว่าเคยเห็น นอกจากนำเอาพระพุทธรูปมาให้คนสรงน้ำแล้ว
ส่วนหนึ่งของสกู๊ปวันและเวลานิตยสารไทย รวบรวมและเรียบเรียง : ศรัณย์ ทองปาน ในทศวรรษ 2490 มีนิตยสารสำหรับผู้หญิง/แม่บ้าน ปรากฏตัวมากขึ้น โดยทั่วไปมักมีคอลัมน์ปกิณกะ ความรู้สำหรับแม่บ้าน งานฝีมือ เรื่องสั้น และที่สำคัญคือการตีพิมพ์นวนิยายต่อเนื่องกันเป็นหลัก ที่โดดเด่นคือนิตยสารรายสัปดาห์