๘ เรื่องไม่ค่อยหวานของน้ำตาลไทยในต่างแดน

กันยายน 26, 2018 
0


เก็บตก
บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม


การตัดอ้อยนอกจากจะเกิดขึ้นเมื่อต้นอ้อยมีอายุได้ที่ ยังขึ้นอยู่กับเวลาเปิดหีบของโรงงานผลิตน้ำตาล

-๑

การลงทุนข้ามพรมแดนของไทยใน “CLMV” ประกอบด้วยกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม มีทั้งโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าถ่านหิน เหมืองดีบุก โรงงานปูนซีเมนต์ ท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฯลฯ เฉพาะในกัมพูชา การลงทุนของนักลงทุนไทยที่น่าจับตาคือการรับสัมปทานที่ดินเพาะปลูกอ้อยและตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลใน ๒ จังหวัด คือ จังหวัดเกาะกง (Koh Kong) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ติดชายทะเล และจังหวัดโอดอร์เมียนเจย (Oddar Meanchey) ตั้งอยู่ทางเหนือ ติดชายแดนจังหวัดสุรินทร์ของประเทศไทย

-๒-

กฎหมายที่ดินของกัมพูชา (Land Law of Cambodia 2001) ระบุว่าการให้สัมปทานที่ดินแก่ภาคเอกชนจะให้ได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ เฮกตาร์ ต่อ ๑ ราย (๑ เฮกตาร์ มีขนาดประมาณ ๖.๒๖ ไร่ ๑๐,๐๐๐ เฮกตาร์จึงเท่ากับประมาณ ๖๒,๖๐๐๐ ไร่) ด้วยเหตุนี้ทุนไทยที่เข้าไปลงทุนทำน้ำตาลในกัมพูชาจึงมักจะใช้วิธีตั้งบริษัทในเครือหรือ “บริษัทย่อย” ขึ้นมาหลายบริษัท ส่วนใหญ่ได้รับสัมปทานที่ดินบริษัทละเกือบ ๑๐,๐๐๐ เฮกตาร์ เพื่อให้ได้ที่ดินรวมกันมากกว่าที่กฎหมายกำหนด และดึงดูดพอที่จะประกอบกิจการเพาะปลูกอ้อยและตั้งโรงงานผลิตน้ำตาล

๑๒ การลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ โดยคณะทำงานติดตามการลงทุนข้ามพรมแดน มีโครงการปลูกอ้อยและตั้งโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ ๒ จังหวัดของกัมพูชาด้วย (ภาพ : The Mekong Butterfly)

-๓-

บริเวณที่ตั้งโครงการสัมปทานที่ดินเพื่อปลูกอ้อยและตั้งโรงงานในจังหวัดเกาะกง เคยเป็นพื้นที่เกษตรที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกสับปะรด มะม่วง ทุเรียน และถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ตามนโยบายการใช้ที่ดินอย่างมีส่วนร่วม (Participatory Land Use Planning) ที่มีคนอยู่อาศัย ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์อย่างเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะมายาวนาน ๕ ปี เข้าข่ายข้อกำหนดของผู้มีคุณสมบัติในการขอรับเอกสารที่ดิน โฉนดที่ดิน ทั้งนี้ ชาวบ้านบางส่วนยังเข้ามาบุกเบิกพื้นที่เป็นเวลามากกว่า ๗๐ ปีแล้ว

มีรายงานว่าโครงการปลูกอ้อยและผลิตน้ำตาลที่จังหวัดเกาะกงทำให้เกิดการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ อีกทั้งยังมีการทำร้ายร่างกาย ทำลายเรือกสวนไร่นา ยึดสัตว์เลี้ยงและของมีค่า ครั้งหนึ่งชาวบ้านบันทึกภาพขณะมีรถไถเข้ามาทำลายบ้านเรือน ในปีต่อมาชาวบ้านคนนั้นถูกลอบสังหารเสียชีวิต ทนายความและนักเคลื่อนไหวถูกติดตามและคุกคามระหว่างการลงพื้นที่เก็บข้อมูล

-๔-

ที่จังหวัดโอดอร์เมียนเจย ทุนน้ำตาลไทยที่เข้าไปลงทุนเป็นบริษัทน้ำตาลยักษ์ไทยของประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในเอเชีย ได้รับอนุมัติสัมปทานผ่าน ๓ บริษัทที่จดทะเบียนในกัมพูชา โดยได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกัมพูชาอย่างถูกต้องให้เพาะปลูกไร่อ้อยและตั้งโรงงานน้ำตาลเป็นเวลานาน ๗๐ ปี ทั้ง ๓ บริษัทได้รับสัมปทานที่ดินรวมกัน ๑๙,๗๓๖ เฮกตาร์ หรือราว ๑๒๓,๕๔๗ ไร่

ต่อมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยได้ตรวจสอบการดำเนินการของทุนน้ำตาลไทยในจังหวัดโอดอร์เมียนเจย รายงานว่า การแผ้วถางที่ดินสัมปทานเพื่อทำไร่อ้อยของบริษัทส่งผลให้ที่ดินสาธารณะและป่าชุมชนจำนวนมากถูกทำลาย แม้ว่าจะไม่ได้ถูกทำลายไปทั้งหมดในพื้นที่ทับซ้อนบนสัมปทานของทั้ง ๓ บริษัท แต่ก็สังเกตได้ชัดเจนว่าความอุดมสมบูรณ์ของป่าลดลง เห็ดป่าลดลง ต้นไม้ไม่มียางไม้ที่สามารถเผาออกมาใช้ประโยชน์ได้เหมือนก่อน

อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยและกัมพูชา การทำไร่อ้อยและตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลเป็นการลงทุนข้ามพรมแดนของไทยในต่างประเทศ เช่นเดียวกับ เขื่อน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ท่าเรือน้ำลึก ฯลฯ

-๕-

ตัวอย่างปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดโอดอร์เมียนเจย อาทิ การไล่รื้อและเผาบ้าน ยกตัวอย่างหมู่บ้านโอบัดมุนมีการรื้อถอนและเผาทำลาย ๑๕๔ ครัวเรือนในครั้งแรก ครั้งต่อมาอีก ๑๐๐ หลังคาเรือน รวมเป็น ๒๕๔ หลังคาเรือน ขณะที่หมู่บ้านบอสก็มีเจ้าหน้าที่เข้ารื้อทำลายและเผาบ้านเรือน แม้ชาวบ้านบางส่วนจะได้รับค่าชดเชยเยียวยา ซึ่งคาดว่ามาจากหน่วยงานรัฐ แต่ก็เป็นค่าชดเชยที่ต่ำกว่าความเสียหาย บางครอบครัวได้บ้านบนที่ดินใหม่ แต่ก็ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงไม่อาจนอนใจในสิทธิของตนเองบนที่ดิน ชาวบ้านบางรายได้รับอนุญาตให้ทำงานในไร่อ้อย ๑๐-๑๒ ชั่วโมงต่อวัน ได้ค่าจ้างคนละ ๑๐,๐๐๐ เรียล หรือประมาณ ๒.๕ เหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่พอกับการดำรงชีพ

-๖-

ช่องว่างของกฎหมายทั้งกรณีจังหวัดเกาะกงและจังหวัดโอดอร์เมียนเจย คือไม่มีหน่วยงานใดของไทยหรือกฎระเบียบใดๆ มีอำนาจดูแลการลงทุนของไทยในต่างประเทศโดยตรง หน่วยงานเท่าที่มีทำได้เพียงกำกับดูแลเอกชนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย

อ้อย ใบอ้อย และน้ำตาล สินค้าเศรษฐกิจจากภาคการเกษตรที่เปลี่ยนชีวิตคน

-๗-

วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๑ ชาวกัมพูชา ๒ คนซึ่งเป็นตัวแทนชาวกัมพูชาประมาณ ๖๐๐ ครัวเรือนจาก ๕ หมู่บ้าน ในจังหวัดโอดอร์เมียนเจยได้เข้ายื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อบริษัทไทยที่ลงทุนข้ามพรมแดนที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ชาวบ้านจากกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากการแย่งยึดที่ดินไปทำเป็นไร่อ้อย ขับไล่ชาวบ้าน เผาทำลายบ้านเรือน แม้ว่าบริษัทถอนตัวออกไปจากพื้นที่แล้ว

การยื่นฟ้องคดีนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้กลไกทางกระบวนการยุติธรรมของไทยในทางแพ่งเพื่อเยียวยาความเสียหายอันเกิดจากการลงทุนข้ามพรมแดน และเพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวทางในกระบวนการยุติธรรมที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิดการเคารพต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนและคุ้มครองการลงทุนข้ามพรมแดน

-๘-

ครึ่งปีต่อมาคือวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๑ ฝ่ายสื่อสารองค์กรกลุ่มมิตรผลออกเอกสารชี้แจงกรณีชาวกัมพูชายื่นฟ้องบริษัทฯ ต่อศาลไทย สยบข่าวลือว่าศาลไทยรับฟ้องคดีกว้านซื้อที่ดินในกัมพูชา ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ศาลยังไม่ได้มีการรับฟ้อง หรือเริ่มการเจรจาไต่สวนแต่อย่างใด เนื่องจากฝ่ายโจทย์ชาวกัมพูชาแถลงต่อศาลว่ายังเตรียมข้อมูลไม่พร้อม ยืนยันว่าทางบริษัทยึดมั่นต่อจรรยาบรรณทางธุรกิจและให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งการเคารพและถือปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุน

เก็บตกจาก :

  • ๑๒ ทุนไทยในต่างแดนต้องจับตา
  • การประชุม “ติดตามผลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทยอันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” โดย คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร จันทร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

tei

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

อีกภาคหนึ่งของ “เจ้าชายหัวตะเข้” นักเขียนสารคดีที่เรียนจบมาด้านวิทยาศาสตร์ สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และกีฬาเป็นพิเศษ

เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี ด.ญ.ระริน สถิตธนาสาร หรือลิลลี่ เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มวิชา eco education เป็นวิชาบังคับในหลักสูตรทุกระดับชั้น “สวัสดีค่ะ หนูชื่อลิลลี่ หนูอายุ ๑๑ ปี หนูมีวัตถุประสงค์อยากเข้าพบท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี เครือข่ายภาคประชาสังคมชุมนุมอย่างสงบและจัดเวทีคู่ขนานการประชุมสมัชชาไฟฟ้าพลังน้ำโลก ชี้ให้เห็นผลกระทบจากเขื่อนทั้งทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (ภาพ : Todd Southgate) “เราไม่สามารถทำตัวเป็นเพียงผู้รับชมอย่างเงียบๆ โดยปล่อยให้นักค้ากำไรในนามของบรรษัท นักการเงิน และพันธมิตรของพวกเขา ออกมาโฆษณาชวนเชื่อทางออกที่ผิดๆ
เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม อาสาสมัครจำนวน ๕๓ คนออกเก็บขยะบนหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เนื่องในวันวันทำความสะอาดโลก (World Cleanup Day)



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี ด.ญ.ระริน สถิตธนาสาร หรือลิลลี่ เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มวิชา eco education เป็นวิชาบังคับในหลักสูตรทุกระดับชั้น “สวัสดีค่ะ หนูชื่อลิลลี่ หนูอายุ ๑๑ ปี หนูมีวัตถุประสงค์อยากเข้าพบท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี เครือข่ายภาคประชาสังคมชุมนุมอย่างสงบและจัดเวทีคู่ขนานการประชุมสมัชชาไฟฟ้าพลังน้ำโลก ชี้ให้เห็นผลกระทบจากเขื่อนทั้งทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน (ภาพ : Todd Southgate) “เราไม่สามารถทำตัวเป็นเพียงผู้รับชมอย่างเงียบๆ โดยปล่อยให้นักค้ากำไรในนามของบรรษัท นักการเงิน และพันธมิตรของพวกเขา ออกมาโฆษณาชวนเชื่อทางออกที่ผิดๆ
เก็บตก บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม [caption id="attachment_28341" align="aligncenter" width="800"] อาสาสมัครจำนวน ๕๓ คนออกเก็บขยะบนหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เนื่องในวันวันทำความสะอาดโลก (World Cleanup Day)