" /> บรมราชาภิเษกบรมกษัตริย์ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

บรมราชาภิเษกบรมกษัตริย์ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒

พฤษภาคม 7, 2019 
0


บรมราชาภิเษกบรมกษัตริย์
เฉลิมสวัสดิ์รัฐสีมา
พระบารมีเกริกก้องฟ้า
ปกประชาราษฎร์ร่มเย็น

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงานนิตยสาร สารคดี 
บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด

วันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒

ภาพ : ฝ​่ายภาพสารคดี

รู้จักศิลปินจากโมซัมบิก ที่ผลงานของเขาจัดแสดงในประเทศไทยอยู่ภายชื่อ “ทำลายเขตแดนวัฒนธรรม: ปลดกับดักความคิด”
สุเจน กรรพฤทธิ์ : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ คนไทยเริ่มเห็นข่าว “นิตยสารปิดตัว” ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเหตุการณ์นี้เริ่มกลายเป็นเรื่องที่ไม่แปลกประหลาด และจนถึงตอนนี้เชื่อว่าคนจำนวนมากทราบแล้วว่า “ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์” ทั้งระบบกำลังอยู่ในช่วง “ขาลง” ในแบบที่คนในวงการสื่อสิ่งพิมพ์เองก็ไม่ปฏิเสธ อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิจัยอิสระ ได้นำเสนองานวิจัยของเขาเรื่อง Re-defining Thailand’s New Media : Challenges in the Changing Political Regime โดยการนิยาม “สื่อใหม่” ว่าควรมีลักษณะเช่นไร งานของเขาน่าสนใจเพราะจับความเปลี่ยนแปลงที่สื่อสารมวลชนทุกรายต้อง “ออนไลน์” อย่างเลี่ยงไม่ได้ และทำตัวเองเป็น “สื่อใหม่” ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่สร้างข้อจำกัดและท้าทายจำนวนมาก โดยพื้นฐานอรรคณัฐไม่ได้เป็นแค่นักวิชาการ เขาเป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจสมัยใหม่หลายแขนง เช่น เป็นเจ้าของที่พักหลายแห่งบนแพลตฟอร์ม Airbnb ธุรกิจสื่อสารการตลาด รวมถึงธุรกิจจัดนิทรรศการและการประชุม  ในอีกมิติเขาศึกษามาทั้งสายวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จบปริญญาโทจากโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) และปัจจุบันศึกษาระดับปริญญาเอกที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สำคัญเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าในวงการสื่อสารมวลชนเพราะเป็นหนึ่งในบอร์ด “ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)” มีบทความตีพิมพ์ในสื่อต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง สารคดี ชวนอรรคณัฐมาวิเคราะห์สถานการณ์ของวงการสื่อและนิตยสารไทยโดยภาพรวม และอนาคตของสื่อควรจะเดินไปข้างหน้าและปรับตัวอย่างไร อยากให้คุณเล่าถึงงานวิจัยที่กำลังทำ
สุเจน กรรพฤทธิ์ : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ หมายเหตุ : Katja อ่านว่า “คัด-ย่า” เป็นการอ่านออกเสียงแบบเยอรมัน ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาข่าว “รับน้องโหด” “ครูตีเด็กเกินกว่าเหตุ” “ครูทำร้ายเด็ก” และสารพัดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแทบกลายเป็นเรื่อง “ปรกติ” จนกลายเป็น “ดราม่า” อยู่บ่อยครั้ง อาจเพราะโซเชียลมีเดียทำให้เห็นปรากฏการณ์นี้แพร่หลายและคงมีหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาไทยซึ่งผ่านกระบวนการ “ปฏิรูป” หลายครั้ง หมดงบประมาณแผ่นดินนับพันล้าน แต่เหมือนเรายังคงเจอกับปัญหาซ้ำซากอยู่ทุกปี กลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐ ในการประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษาครั้งที่ ๑๓ (13th International Conference on Thai Studies - ICTS13) ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการนำเสนอบทความวิชาการเรื่อง “The Authoritarian Personality in Thailand” ว่าด้วยผลการสำรวจทัศนคติและวิเคราะห์ “บุคลิกอำนาจนิยม” ของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ที่น่าสนใจคือผู้นำเสนอ ดร. คัทยา* รังสิเวค เป็นคนเยอรมันที่รู้จักเมืองไทยดี ด้วยเธอสัมผัสระบบการศึกษาไทยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน ในขณะที่เธอเป็นผลผลิตของระบบการศึกษาที่ก้าวหน้าของยุโรปตะวันตก ยิ่งไปกว่านั้นครอบครัวของเธอยังมาจาก “เยอรมนีตะวันออก” อดีตประเทศคอมมิวนิสต์ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นซึ่งล่มสลายในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ ๑๙๙๐ จึงเรียกได้ว่า ดร. คัทยานั้นมาจากส่วนที่ “ด้อยโอกาส” ของสังคมเยอรมันหลังการรวมประเทศ


ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

รู้จักศิลปินจากโมซัมบิก ที่ผลงานของเขาจัดแสดงในประเทศไทยอยู่ภายชื่อ “ทำลายเขตแดนวัฒนธรรม: ปลดกับดักความคิด”
สุเจน กรรพฤทธิ์ : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ คนไทยเริ่มเห็นข่าว “นิตยสารปิดตัว” ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเหตุการณ์นี้เริ่มกลายเป็นเรื่องที่ไม่แปลกประหลาด และจนถึงตอนนี้เชื่อว่าคนจำนวนมากทราบแล้วว่า “ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์” ทั้งระบบกำลังอยู่ในช่วง “ขาลง” ในแบบที่คนในวงการสื่อสิ่งพิมพ์เองก็ไม่ปฏิเสธ อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิจัยอิสระ ได้นำเสนองานวิจัยของเขาเรื่อง Re-defining Thailand’s New Media : Challenges in the Changing Political Regime โดยการนิยาม “สื่อใหม่” ว่าควรมีลักษณะเช่นไร งานของเขาน่าสนใจเพราะจับความเปลี่ยนแปลงที่สื่อสารมวลชนทุกรายต้อง “ออนไลน์” อย่างเลี่ยงไม่ได้ และทำตัวเองเป็น “สื่อใหม่” ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่สร้างข้อจำกัดและท้าทายจำนวนมาก โดยพื้นฐานอรรคณัฐไม่ได้เป็นแค่นักวิชาการ เขาเป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจสมัยใหม่หลายแขนง เช่น เป็นเจ้าของที่พักหลายแห่งบนแพลตฟอร์ม Airbnb ธุรกิจสื่อสารการตลาด รวมถึงธุรกิจจัดนิทรรศการและการประชุม  ในอีกมิติเขาศึกษามาทั้งสายวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จบปริญญาโทจากโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) และปัจจุบันศึกษาระดับปริญญาเอกที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สำคัญเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าในวงการสื่อสารมวลชนเพราะเป็นหนึ่งในบอร์ด “ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)” มีบทความตีพิมพ์ในสื่อต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง สารคดี ชวนอรรคณัฐมาวิเคราะห์สถานการณ์ของวงการสื่อและนิตยสารไทยโดยภาพรวม และอนาคตของสื่อควรจะเดินไปข้างหน้าและปรับตัวอย่างไร อยากให้คุณเล่าถึงงานวิจัยที่กำลังทำ
สุเจน กรรพฤทธิ์ : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ หมายเหตุ : Katja อ่านว่า “คัด-ย่า” เป็นการอ่านออกเสียงแบบเยอรมัน ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาข่าว “รับน้องโหด” “ครูตีเด็กเกินกว่าเหตุ” “ครูทำร้ายเด็ก” และสารพัดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแทบกลายเป็นเรื่อง “ปรกติ” จนกลายเป็น “ดราม่า” อยู่บ่อยครั้ง อาจเพราะโซเชียลมีเดียทำให้เห็นปรากฏการณ์นี้แพร่หลายและคงมีหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาไทยซึ่งผ่านกระบวนการ “ปฏิรูป” หลายครั้ง หมดงบประมาณแผ่นดินนับพันล้าน แต่เหมือนเรายังคงเจอกับปัญหาซ้ำซากอยู่ทุกปี กลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐ ในการประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษาครั้งที่ ๑๓ (13th International Conference on Thai Studies - ICTS13) ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการนำเสนอบทความวิชาการเรื่อง “The Authoritarian Personality in Thailand” ว่าด้วยผลการสำรวจทัศนคติและวิเคราะห์ “บุคลิกอำนาจนิยม” ของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ที่น่าสนใจคือผู้นำเสนอ ดร. คัทยา* รังสิเวค เป็นคนเยอรมันที่รู้จักเมืองไทยดี ด้วยเธอสัมผัสระบบการศึกษาไทยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน ในขณะที่เธอเป็นผลผลิตของระบบการศึกษาที่ก้าวหน้าของยุโรปตะวันตก ยิ่งไปกว่านั้นครอบครัวของเธอยังมาจาก “เยอรมนีตะวันออก” อดีตประเทศคอมมิวนิสต์ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นซึ่งล่มสลายในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ ๑๙๙๐ จึงเรียกได้ว่า ดร. คัทยานั้นมาจากส่วนที่ “ด้อยโอกาส” ของสังคมเยอรมันหลังการรวมประเทศ