เรื่องและภาพ : ทีม Roamimg Teller ค่ายนักเล่าความสุข

ดอกบัว ดอกไม้ที่ชาวพุทธนำมาบูชา กราบไหว้พระพุทธรูป เปรียบเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งในพระพุทธศาสนา

ดอกบัว ดอกไม้ที่ชาวพุทธนำมาบูชา กราบไหว้พระพุทธรูป เปรียบเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งในพระพุทธศาสนา

นับตั้งแต่ฉันจำความได้ เกิดมาก็นับถือศาสนาพุทธ กรอกข้อมูลเอกสารก็ใส่ว่า ศาสนาพุทธ

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประชาชนชาวไทยร้อยละ ๙๓.๕ นับถือศาสนาพุทธ

แต่จะมีชาวพุทธสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ตอบคำถามนี้ได้บ้างว่า “หัวใจของศาสนาพุทธคืออะไร?”

และ “ความสุขที่แท้จริงคือสิ่งใด?”

 เทียน สิ่งที่ชาวพุทธจุดเพื่อสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมือนแสงสว่างนำทางให้ชีวิต

เทียน สิ่งที่ชาวพุทธจุดเพื่อสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมือนแสงสว่างนำทางให้ชีวิต

คนกระซิบหนู ความเชื่อเกี่ยวกับเทพองค์หนึ่งคือพระพิฆเนศ เชื่อกันว่าหนูมุสิกะเป็นพาหนะของพระพิฆเนศ เพื่อนำคำอธิษฐานไปส่งต่อแก่พระพิฆเนศ จะทำให้เห็นผลเร็วขึ้น

คนกระซิบหนู ความเชื่อเกี่ยวกับเทพองค์หนึ่งคือพระพิฆเนศ เชื่อกันว่าหนูมุสิกะเป็นพาหนะของพระพิฆเนศ เพื่อนำคำอธิษฐานไปส่งต่อแก่พระพิฆเนศ จะทำให้เห็นผลเร็วขึ้น

ศรัทธา

“ผมเคยนับถือพระพิฆเนศ ไหว้สารพัดเทพในวัดแขก เคยเลี้ยงดูบูชาตุ๊กตาลูกเทพ เครื่องรางของขลังสารพัดสารเพ ที่ไหน อะไรที่เขาว่าดีผมไปหมด จนกระทั่งวันหนึ่งผมเกือบหมดตัว ไม่มีบ้านจะอยู่ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรช่วยได้เลย จนผมหันหน้าเข้าหาธรรมะ”

เศรษฐวิทย์ แก้วศรีสุข หนึ่งในแอดมินเพจ “พุทธที่แท้จริง” บนสื่อโซเชียลเฟซบุ๊ก เล่าถึงเรื่องราวชีวิตของตนที่เคยเชื่อในสิ่งลี้ลับ

หรือที่มนุษย์ปุถุชนจำนวนไม่น้อยเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์”

ชีวิตของเศรษฐวิทย์ผูกพันกับพุทธศาสนามาตั้งแต่วัยเยาว์ ครั้งอาศัยอยู่กับคุณยายที่บ้านในจังหวัดมหาสารคามได้ติดสอยห้อยตามคุณยายไปวัด ทำบุญ ตักบาตรตามวิถีชาวพุทธ

เมื่อเริ่มรู้ประสาจึงย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับคุณแม่ที่จังหวัดนนทบุรี ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็ได้บวชเณรบ้างตามโอกาส

“ตอนผมเป็นนาคยังดื่มเหล้ากับเพื่อนอยู่เลย” เศรษฐวิทย์พูดติดตลก ฉันถึงกับขำไปด้วย

“งานบวชผมจัดเต็มมาก ปิดบ้าน ปิดถนน จัดงานเลี้ยงใหญ่โต มีวงดนตรี หมดเงินไป ๔ แสนบาท เพื่อนฝูงเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป รู้แค่บวชเพราะเขาบอกว่าทดแทนคุณบุพการี”

ถึงท่อนนี้ฉันอดคิดตามไม่ได้ว่าเรื่องแบบนี้ยังคงมีอยู่ในสังคมชาวพุทธจริงๆ

เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงจุดหักมุม จากที่เคยอยู่อย่างสุขสบาย ที่บ้านทำธุรกิจขายปุ๋ยรายได้เดือนละหลายแสน กลับกลายเป็นโดนพิษเศรษฐกิจโจมตี ภัยธรรมชาติโหมกระหน่ำ

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด บ้านที่เคยมีกลับต้องขาย ย้ายไปอยู่บ้านเช่า แทบไม่เหลืออะไรเลย เพื่อนฝูงที่เคยพึ่งพากันได้ก็หายหน้าหายตาไปทีละคน สองคน

ชายหนุ่มวัย ๓๕ หยุดคิด นึกย้อนไปถึงวันวานในอดีต แล้วเล่าให้ฟังต่อว่า

“ก่อนหน้าที่ผมเกือบหมดตัว พอเริ่มรู้ว่าธุรกิจมีปัญหาก็เริ่มไปกราบไหว้อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ไหนว่าดังว่าดีผมไปหมด ผมเชื่อเพราะคำคนอื่นที่เขาบอกว่าดี ลูกเทพยังเคยมีเลย สามตัว เอาไปเที่ยวเกาหลีด้วยนะ ไกด์ก็มองเราด้วยความเวทนา แต่เขาพูดไม่ได้ไง คิดถึงเหตุการณ์นี้ยังขำตัวเองอยู่เลย” เขาหัวเราะเสียงดัง

“จนกระทั่งวันหนึ่งเริ่มรู้สึกตัวว่าเรามาผิดทาง ไม่เหลืออะไรแล้ว และไม่เห็นผล ผมเริ่มหาทางออกโดยการหันหน้าเข้าหาธรรมะ”

จากความทุกข์ที่เกิดขึ้น ผกผันชีวิตของชายที่เชื่อในเทวดา เครื่องรางของขลัง การบนบานศาลกล่าวที่จะทำให้เขาพ้นทุกข์ เขาเริ่มสนใจศึกษาธรรมะมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากการเลื่อนดูเพจเฟซบุ๊ก จนกระทั่งเจอเพจหนึ่งที่มีชื่อว่า “พุทธที่แท้จริง”

เมื่อเริ่มเข้าใจ ได้ฟัง อ่าน และถกหาคำตอบในความสงสัย เขาก็เริ่มรู้ซึ้งและเข้าใจในรสพระธรรมมากขึ้น จนได้เป็นส่วนหนึ่งในผู้ดูแลสมาชิกของเพจ

น่าแปลก เมื่อได้ฟังและลองศึกษาธรรมะจริงๆ แล้ว พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้บูชากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้กระทั่งการกรวดน้ำ

สิ่งเหล่านี้ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่เราได้รับมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมและวิถีชาวพุทธไปแล้ว เสมือนว่าความเชื่อเหล่านี้เป็นคำสอน คำแนะนำจากพระพุทธองค์

หรือแท้จริงสิ่งเหล่านี้ไม่มีจริง…
สิ่งที่เราเชื่อว่าดี มันดีจริงหรือ?
สิ่งที่เราเชื่อว่าช่วยเราได้ เขาช่วยเราจริงหรือ?
หรือจริงๆ แล้ว เราเองที่เป็นเหตุและผลของการกระทำ

เศรษฐวิทย์บอกว่า วิญญาณ เทวดามีจริง ในพระไตรปิฎกก็มีบอกไว้ แต่ผีไม่มี เมื่อก่อนเขากลัวผีมาก คำเรียกว่าผีนั้นในสมัยพระพุทธกาลพระพุทธองค์ทรงแยกไว้ชัดเจน ว่าเป็นเปรต ยักษ์ วิญญาณ เดรัจฉาน มนุษย์ หรือแม้กระทั่งเทวดาที่มีหลายวรรณะชั้นยังรวมเป็นผีด้วย

เราเหล่ามนุษย์มักกราบไหว้ขอพรจากผี ขอให้ตนมีความสุข ขอให้รวย ขอให้ไม่เจ็บไม่ป่วย แต่ลืมไปแล้วว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา เหตุและผลของการกระทำอยู่ที่เรา

ความสุขกับความทุกข์นั้นเป็นของคู่กัน

“ทุกวันนี้ผมมีแค่พระประธานอยู่ที่บ้านเพื่อไว้ระลึกถึงพระพุทธองค์เท่านั้น เครื่องรางของขลังที่เคยกราบไหว้บูชา ที่เคยพกติดตัวยกให้คนอื่นหมดแล้ว เดินทางตามคำสอนของพระพุทธองค์ นั่งสมาธิและสาธยายธรรมให้ผู้อื่นได้ฟังตามโอกาสที่เหมาะสม”

ความเชื่อในเรื่องโชคชะตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ผิดถ้าเรารู้เท่าทันและมีสติ อย่าหลงงมงายและยึดติดจนลืมไปว่าไม่มีใครช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้นอกจากตัวของเราเอง ทุกข์สุขอยู่ที่ใจเราทำ

อ้อนวอน ขอพรให้มีความสุข แต่ใจยังติดกับความทุกข์ แล้วสุขจะเกิดได้อย่างไร

“คนชอบถามผมว่าทำไมไม่บวช ผมยังมีความสุขกับการร้องเพลงและเตะบอลอยู่ มีความสุขกับการใช้ชีวิตกับลูกๆ และภรรยา แต่ผมนำคำสอนของท่านมาปรับใช้ ธรรมะเป็นเรื่องของชาวพุทธทุกคน ไม่ใช่แค่พระ
“ไม่ต้องเชื่อผม แต่อยากให้ลองศึกษาเอง”

คนบูชาราหู เทพแห่งความมัวเมา ความมืดมิด อุกกาบาต สุริยุปราคา จันทรุปราคาเชื่อว่าหากกราบไหว้บูชาก็จะหมดเคราะห์ หรือทำให้บรรเทาได้

คนบูชาราหู เทพแห่งความมัวเมา ความมืดมิด อุกกาบาต สุริยุปราคา จันทรุปราคาเชื่อว่าหากกราบไหว้บูชาก็จะหมดเคราะห์ หรือทำให้บรรเทาได้

สลากกินแบ่ง พบเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ บางคนมีความเชื่อว่าหากทำบุญมีบุญเยอะ ก็จะมีโชคตามมา

สลากกินแบ่ง พบเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ บางคนมีความเชื่อว่าหากทำบุญมีบุญเยอะ ก็จะมีโชคตามมา

 

ชะตา

หากโชคชะตาเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว คุณจะสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของคุณได้ไหม?

ความเชื่อทางศาสนาแง่มุมนี้เปรียบเสมือนกฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้กำหนด

แต่ถ้าชะตาชีวิตของคนเราสามารถเปลี่ยนได้จริงๆ การใช้มนต์ เครื่องรางของขลัง บูชา กราบไหว้เทพเจ้า ก็อาจเป็นอีกที่ยึดเหนี่ยวทางใจ เพื่อหวังว่า “ท่าน” จะได้ยินเสียงเล็กๆ ของเราบ้าง

“มูเตลู” หรือคนทั่วไปเรียกสั้นๆ ว่า “มูฯ” เป็นคำที่คุ้นหูและได้ยินกันอย่างแพร่หลายในช่วงระยะเวลาปีสองปีนี้

เข้าใจกันว่าคือการบูชาเทพ บูชาเครื่องรางของขลัง ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด น้ำมัน ผ้ายันต์ต่างๆ

ความจริงแล้วคำว่า “มูเตลู” นั้นมาจากชื่อภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของอินโดนีเซียที่เคยเข้าฉายในประเทศไทย มีชื่อไทยว่า มูเตลู ศึกไสยศาสตร์ เป็นเรื่องของหญิงสาวสองคนต่อสู้กันด้วยมนต์ดำหรือไสยศาสตร์ ซึ่งออกไปทางมนต์ดำเสียมากกว่า โดยให้ความหมายแตกต่างจากของไทยที่มีความเชื่อรวมๆ ในเรื่อง “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับมนต์ดำ ไสยศาสตร์เลยก็ได้

วันนี้ฉันมีนัดพูดคุยกับ “กิ” นักพยากรณ์ผู้มีความรู้เรื่องศาสตร์ตัวเลข เขาดูดวงโดยใช้ไพ่เพื่อบอกปัจจุบัน ทำนายอนาคต และไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญเรื่องการพยากรณ์ดวงชะตา แต่ยังมีความรู้และสนใจเรื่องไสยศาสตร์ การกราบไหว้บูชาเทพ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

เรียกง่ายๆ ตามสมัยปัจจุบันนิยมว่า “สายมูฯ” นั่นเอง

กิเล่าว่าเขาเริ่มมีทักษะนี้มาตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ โดยไม่ได้ศึกษา แต่คงซึมซับจากคุณแม่และพี่สาวซึ่งชอบดูดวง ทำให้เขามีพื้นฐานโดยไม่รู้ตัว เขาเพียงแต่รู้ว่าสามารถอ่านตัวเลข ดูกราฟชีวิต และอธิบายขยายความจากสิ่งที่เห็นได้ตั้งแต่วัยเด็ก

เมื่อถามว่า “นี่คือมีสัมผัสที่หกหรือเปล่า?” กิปฏิเสธแล้วบอกว่า “นี่เป็นพรสวรรค์มากกว่า”

ฉันเปิดประเด็นถึงข้อสังเกตว่า ยุคนี้คนดูดวงกันเยอะขึ้น การดูดวงเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวก เพราะมีทั้งหมอดูในยูทูป เฟซบุ๊ก โทรไลน์คุยกัน ฯลฯ โดยไม่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปดูดวงกับหมอดูชื่อดังอีกแล้ว อีกทั้งยังมีร้านมากมายนำตะกรุด เครื่องรางของขลังมาให้คนบูชาตามห้างสรรพสินค้า มีทั้งคนรับหิ้วตามออนไลน์ บางคนบูชาจนมีตะกรุดเต็มบ้าน ใส่กันเต็มข้อมือ ฯลฯ เขาคิดว่าความเชื่อเรื่องโชคชะตาหรือคนที่ชอบดูดวงถือว่างมงายหรือเปล่า

กิเงียบไปสักครู่ก่อนตอบว่า

“ความงมงายคือการที่เราเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบสุดโต่ง มันไม่มีตรงกลาง สมมุติหมอดูทำนายว่าเดินไปอีกสามก้าวคุณจะล้ม แล้วคุณก็เชื่อว่าจะล้มจริงๆ โดยไม่มองดูทางข้างหน้าเลย

“การดูดวงไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของชีวิต แค่เสมือนเป็นแนวทางให้ระมัดระวังและมีสติในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรมากกว่า ส่วนเรื่องการบูชาเทพ บูชาตะกรุด คนเชื่อเรื่องนี้อาจจะเคยเห็นผลลัพธ์จริงๆ ยกตัวอย่างของผมให้ฟังคือ วันนั้นผมทำงานแล้วอยากปิดจ๊อบมาก ทำยังไงก็ไม่ลงตัวสักที ผมเดินไปยังสิ่งที่ผมนับถือ ไม่ขอบอกแล้วกันว่าคืออะไร ผมกราบท่านแล้วขอพรว่าขอให้ปิดงานนี้สำเร็จ ไม่ถึงชั่วโมงลูกค้าส่งข้อความมาบอกว่า ตกลง โอนเงินให้แล้วเรียบร้อย แล้วก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

“แต่ถ้างมงายคือความเชื่อแบบสุดๆ ไปเลย เขาบอกอันนี้ดีก็ว่าดี เขาว่าต้องมีก็ต้องมี เราต้องศึกษาให้เป็นความรู้สักหน่อย ไม่ใช่บูชาไปบูชามา อ้าว…หวังรวย แต่เอาเงินไปบูชาเครื่องรางของขลังหมด ไม่ทำมาหากินเลย แล้วจะรวยได้ยังไง”

เมื่อให้เปรียบเทียบคำว่า “ไสยศาสตร์” กับ “พระพุทธศาสนา” กิบอกว่าทั้งสองสิ่งนี้ต้องแยกเป็นคนละส่วน ไสยศาสตร์ก็คือไสยศาสตร์ เป็นศาสตร์และวิชาหนึ่งที่มีทั้งขาวและดำ มีทั้งดีและไม่ดี ไสยศาสตร์ทุกแขนงไม่ใช่เป็นเดรัจฉานวิชชาทั้งหมด เพราะในทางขาว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แค่ช่วยเสริมเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น แต่ถ้าไปฆ่า ทำให้คนอื่นทุกข์ทรมาน นั่นถือว่าเป็นเดรัจฉานวิชชา

ฉันถามต่อว่า ไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลังพวกนี้จะทำให้คนหายจากความทุกข์แล้วนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงได้หรือ ทำไมไสยศาสตร์ถึงถูกโยงเกี่ยวเข้ากับพุทธศาสนา ทำไมคนยังคงกราบไหว้บูชาเทพและพกเครื่องรางของขลัง ทั้งๆ ที่ตัวเองบอกว่าเป็นชาวพุทธ แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องพวกนี้เลย

“ความเชื่อของคนเราไม่เหมือนกัน ผมเองก็เป็นชาวพุทธ เข้าวัด ทำบุญ สวดมนต์ตามโอกาส แต่แค่มีความเชื่อในเรื่องพวกนี้ ซึ่งผมก็ไม่เคยเดือดร้อนและเป็นทุกข์จากเรื่องพวกนี้นะ เวลาไปดูดวงให้เขาก็ไม่เคยบอกให้เขาทำเรื่องไม่ดี ผมว่าคนที่มาดูดวงเป็นทุกข์ด้วยซ้ำ ถ้าคุณไม่ทุกข์ มีความสุขกับชีวิตดี คุณไม่มาดูดวงหรอกจริงไหม ผมรู้สึกว่าเราทำหน้าที่เสมือนกับคนที่เขามาปรับทุกข์ด้วยมากกว่า เหมือนเป็นศิราณีในรูปแบบคนทำนายดวง เราก็ให้คำปรึกษาที่ดี ให้เขาสบายใจขึ้น

“ถ้าถามว่าทางนี้จะนำมาซึ่งความสุขได้จริงไหม ผมขอเปรียบเทียบไสยศาสตร์ว่าเป็นยารักษาแผลซึ่งช่วยบรรเทาความทุกข์ให้จางไปเร็วๆ เหมือนตัวช่วยแล้วกัน ส่วนศาสนาพุทธคือเวลาที่จะช่วยเยียวยาแผลให้หายเป็นปรกติ แต่กว่าจะหาย กว่าจะรู้ซึ้งรสชาติความเจ็บปวดก็ต้องใช้เวลา”

เมื่อถามถึงแนวทางของความสุขกับความเชื่อ กิให้คำตอบว่า

“ผมเป็นคนกลางๆ นะ ไม่สุดไปทางใดทางหนึ่ง บางคนไปบวช ไปวัด แต่ใจยังทุกข์อยู่ บวชไปก็ไม่ช่วยหรอก แต่ถ้าคิดว่าเราเป็นสายมูฯ บูชาเทพ ห้อยตะกรุด เสริมเสน่ห์ และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ตัวเราเองหรือใครต้องเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน เราทำแล้วรู้สึกดี ก็คือหนทางความสุขของเรา แค่นั้นเอง”

 เดินจงกรม เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา เพื่อให้มีสติและมองปัจจุบัน

เดินจงกรม เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา เพื่อให้มีสติและมองปัจจุบัน

คุณป้าปฏิบัติที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น กลับมาปฏิบัติธรรมเพราะปัญหาชีวิต

คุณป้าปฏิบัติที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น กลับมาปฏิบัติธรรมเพราะปัญหาชีวิต

ใบไม้ที่ร่วงโรย เปรียบเสมือนว่าทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง มีเกิด แก่ เจ็บ และร่วงโรยไปตามกาลเวลา

ใบไม้ที่ร่วงโรย เปรียบเสมือนว่าทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง มีเกิด แก่ เจ็บ และร่วงโรยไปตามกาลเวลา

ความสุข

หากจะให้นิยามคำว่า “ความสุข” คงได้คำจำกัดความมากมายจนนับไม่ถ้วน

แต่จะให้ตรงตัว สั้น กระชับที่สุด ก็น่าจะป็นประโยคที่ว่า “สุข ก็คือ ไม่ทุกข์” นั่นเอง

คุณคิดเหมือนกันไหม? ว่าคนเราต่างก็อยากมีความสุขทั้งนั้น ต่างอยากรู้ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “สุข” อยากสุข ไม่อยากทุกข์

มีใครคนหนึ่งค้นพบวิธีดับทุกข์เพื่อความสุขที่แท้จริงได้เมื่อครั้งก่อน ๒๕๖๓ ปีมาแล้ว…ศาสดาเอกของโลก “พระพุทธเจ้า”

ฉันพยายามค้นหาความหมายของชีวิตและความหมายของ “ความสุข” เข้าวัด ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกรม รักษาศีล ๘ ห่มขาว นุ่งขาวอยู่หลายครั้ง

จิตใจสงบเพียงชั่วครู่ แต่พอออกสู่โลกภายนอกที่อย่างไรก็ยังตัดไม่ขาด ก็ต้องเผชิญกับความทุกข์อยู่ดี

เมื่อทุกข์ทีจิตใจวุ่นวายที ก็ต้องมานั่งฟังธรรม อ่านธรรมเสียที กว่าจะเข้าใจต้องใช้เวลาพอสมควร ช่วงขณะที่อ่านก็พอมีสติคิดได้อยู่ แต่พอเลิกอ่าน หันกลับไปดำเนินชีวิตตามปรกติ ก็มีอารมณ์ทุกข์ โศก แวะเวียนมาทำให้รำคาญใจอีก

ออกมาทางโลกก็มากราบพระ ขอพร ขอให้มีความสุข แต่ใจไม่สุขสักที วนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งเปิดเจอคลิปวิดีโอหัวข้อ หัวใจของพระพุทธศาสนาคืออะไร นั่งฟังอยู่ ๘ นาที จึงเข้าใจว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่จะนำพาเราสู่การดับทุกข์ได้ก็คือ “การไม่ยึดมั่นถือมั่น” นั่นเอง

“คราวหนึ่งมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า โดยทูลว่า พระพุทธวจนะทั้งหมดที่ตรัส ถ้าจะสรุปให้สั้นเพียงประโยคเดียวได้หรือไม่จะว่าอย่างไร

“พระพุทธเจ้าท่านว่าได้ พระองค์ตรัสว่า ‘สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย’ สพฺเพ ธมฺมา แปลว่า สิ่งทั้งปวง นาลํ แปลว่า ไม่ควร อภินิเวสาย แปลว่า เพื่อจะยึดมั่นถือมั่น สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

“แล้วพระองค์ก็ยํ้าลงไปอีกทีหนึ่ง ว่าถ้าใครได้ฟังความข้อนี้คือได้ฟังทั้งหมดในพระพุทธศาสนา ถ้าได้ปฏิบัติข้อนี้ก็คือได้ปฏิบัติทั้งหมดในพระพุทธศาสนา ถ้าได้รับผลจากการปฏิบัติข้อนี้ ก็คือได้รับผลทั้งหมดในพระพุทธศาสนา” (แก่นพุทธศาสน์, พุทธทาสภิกขุ)

ระหว่างทางกลับบ้านเย็นวันนี้ฉันทอดสายตาออกไปนอกรถ พลางคิดถึงประโยคหนึ่งที่กลั่นออกมาจากคนทั้งสองที่มีความเชื่อต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ

“ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในสถานภาพใด ถ้าใจเรายังทุกข์ สุขก็คงเกิดไม่ได้”

แหล่งข้อมูล

  • “กิ” (สงวนชื่อจริง) เจ้าของเพจ “คนเปลี่ยนดวง Travel”
  • เศรษฐวิทย์ แก้วศรีสุข สมาชิกผู้ดูแลเพจ “พุทธที่แท้จริง”
  • เว็บไซต์ http://www.pisit.in.th/home/kheruxngrang-khxng-khlang-ni-smay-kxn
  • หนังสือเสียง คู่มือมนุษย์ โดย พุทธทาสภิกขุ
  • แก่นพุทธศาสน์ โดย พุทธทาสภิกขุ
  • ไสยศาสตร์กับพระพุทธศาสนา โดย พุทธทาสภิกขุ
  • ผลสำรวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรม และสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๖๑ โดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ