รายงาน : สุเจน กรรพฤทธิ์
เอื้อเฟื้อภาพ : คุณชัยสิทธิ์ อังคะปัญญาเดช เจ้าหน้าที่หอสมุดปรีดีฯ

นุ่มนิ่ม และหอสมุดปรีดีฯ ที่ “เปี้ยนไป๋” (เปลี่ยนไป)

ยากจะปฏิเสธว่า ในสมัยหนึ่ง ภาพจำของ “บรรณารักษ์” ห้องสมุดคือ สตรี/บุรุษ สูงวัย ท่าทางไม่เป็นมิตร หวงหนังสือราวไข่ในหิน และถ้าเลือกได้ เด็กๆ ก็ไม่อยากจะไปวุ่นวายในห้องสมุดถ้าไม่จำเป็น

แต่ในศตวรรษที่ ๒๑ ดูเหมือน “ห้องสมุด” หลายแห่งเปลี่ยนไป บางทีบรรณารักษ์เป็นมิตรมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผู้ใช้บริการมากขึ้น ยิ่งในยามวิกฤติโรคระบาด ก็แทบจะเป็นช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ว่า ห้องสมุดจะปรับตัวอย่างไรในภาวะที่ผู้ใช้บริการไม่มาสามารถเดินทางมาใช้งานในสถานที่ต้นทางได้

หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก็เช่นกัน

ในแง่ประวัติศาสตร์ ที่นี่มีชื่อมานานว่าเป็นแหล่งรวมหนังสือด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

ณ ปี ๒๕๖๕ หากใครสังเกตบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าแอดมินเพจจะเป็นใครก็ตาม เขามักจะหยิบกระแสสังคมมาแนะนำหนังสือที่น่าสนใจได้เสมอทางเฟซบุ๊กและช่องทางออนไลน์อื่นๆ

ที่น่าสนใจคือ พวกเขาแสดงออกชัดเจนว่าเป็น “ทาสแมว” ตัวจริง ด้วยหลายครั้งนอกเหนือจากการแนะนำหนังสือและแจ้งข่าวสารต่างๆ มีการโพสต์กระทู้หาบ้านให้แมว และบางครั้งเขาก็นำน้องแมวหาบ้านมานำเสนอกับเหล่าว่าที่ทาสที่ผ่านไปมาในห้องสมุดเพื่อหาบ้านให้น้องๆ ด้วย

หลายกระทู้ประชาสัมพันธ์ของหอสมุดปรีดีฯ Thammasat University Library ยัง มักปรากฏภาพแมวตัวหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น “มาสคอต”

และต่อไปนี้คือเรื่องราวของ “คุณนุ่มนิ่ม”

“นุ่มนิ่ม” และหอสมุดปรีดีฯ ที่ “เปี้ยนไป๋” (เปลี่ยนไป)

numnim01

เรื่องของนุ่มนิ่ม

ชัยสิทธิ์ อังคะปัญญาเดช (เอ) เจ้าหน้าที่หอสมุดปรีดีฯ เล่าว่าต้นปี 2564 พวกเขาเจอแมวเพศเมียวัยแบเบาะ ติดอยู่บนฝ้าของห้องสมุดชั้น U3 โดยถึงแม้ว่าเป็นชั้นที่ลึกที่สุด แต่แมวก็สามารถเข้าถึงได้เพราะฝ้าของหอสมุดนั้นเชื่อมถึงกันจนถึงชั้นที่อยู่บนพื้นดิน และแม่แมวน่าจะหลบเข้ามาคลอดที่นี่

“เราได้ยินเสียงแมวร้อง เลยเปิดฝ้าดูเลยเจอเขา”

ชัยสิทธิ์เล่าว่านุ่มนิ่มมีพี่น้องสามตัว ไม่แน่ชัดว่านุ่มนิ่มเป็นตัวที่สองหรือสาม แต่ที่แน่ๆ มีพี่ชื่อ “บุนแสก” โดยชื่อนั้นได้มาจากลายบนศีรษะที่แหวกกลางคล้ายกับทรงผมแสกกลาง ขณะที่พี่น้องอีกตัวจากไปดาวแมวเสียก่อน

ส่วน “นุ่มนิ่ม” มาจากขนของเธอที่อ่อนนุ่ม เจ้าหน้าที่ห้องสมุดตั้งชื่อนี้ให้ตอนรับมาเป็นแมวหอสมุดปรีดีฯ ขณะที่บุนแสกเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งรับไปเลี้ยงดูที่บ้าน โดยกรณีนุ่มนิ่ม “นิสัยดี แต่ไม่ใช่แมวพิมพ์นิยม คิดว่าคงหาบ้านยาก เราตัดสินใจช่วยกันดูแล บ้างก็ซื้อคอนโดแมวมาให้ บางคนก็ซื้ออาหารมาให้ อุปกรณ์ต่างๆ ก็ทยอยซื้อมาให้ทีละอย่างและให้เขาอยู่ในหอสมุด”

numnim02

“นุ่มนิ่ม” แห่งหอสมุดปรีดีฯ

ชัยสิทธิ์เล่าว่าหอสมุดปรีดีฯ ไม่เคยมีแมวประจำมาก่อน นุ่มนิ่มถือเป็นแมวตัวแรก และใน มธ. เองก็มีแมวหลายตัว จึงไม่มีปัญหาที่จะมีแมวสักตัวในหอสมุดปรีดี ประกอบกับช่วงต้นปี 2564 โรคโควิดยังคงระบาดอย่างหนัก การมีนุ่มนิ่มก็ทำให้ห้องสมุดมีชีวิตชีวามากขึ้นในขณะที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการออนไซต์ได้ โดยจัดพื้นที่เอาไว้ที่ห้องเล็กๆ มุมหนึ่งของชั้น U1 ที่มีกระบะทราย เบาะนอน และอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับแมว

เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ส่วนมากเป็นทาสแมว ยังช่วยกันลงขัน จัดการเรื่องสุขภาพ (วัคซีน,ทำหมัน, ยาป้องกันเห็บหมัด,ตรวจสุขภาพประจำปี) ให้เรียบร้อยก่อนจะต้อนรับนุ่มนิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของหอสมุดปรีดีฯ

โดยกิจวัตรของมาสคอตประจำหอสมุดคือ
6.00 น. แม่บ้านมาเปิดอาคารสถานที่ นุ่มนิ่มจะออกมาเดินเล่น
7.00 น. นั่งดูนกริมหน้าต่างจนได้เวลาอันควรก็กลับไปนอนในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่
12.00 น. ตื่นมาเข้ากระบะทราย แล้วกลับไปนอนต่อ
16.00 น. ทำหน้าที่มาสคอต ต้อนรับนุด (มนุษย์) ที่เข้ามาเยี่ยมเยือน
19.00 น. หอสมุดปิด กลับไปนอนในห้อง

“แมวยังทำให้ผู้ใช้บริการผ่อนคลายได้ พอเรากลับมาเปิดได้ตามปรกติ นักศึกษาหลายคนก็ชอบ บางคนก็มาหาไม่เจอก็จะมาถามหา” ชัยสิทธิ์เล่าถึงบรรยากาศเมื่อมีแมวในห้องสมุด

ภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์

numnim03
ภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์

แถลงการณ์ “นุ่มนิ่ม”

ถึงนุดทั้งหลายที่มาเยือนหอสมุดปรีดีฯ

ฉันอยู่ที่นี่มาสองปีแล้ว ห้องสมุดคือบ้าน ฉันรักหนังสือมาก คอยเดินตรวจตราดูแลเป็นอย่างดีในช่วงกลางคืน (แต่เขาวางไฟอัตโนมัติไว้ให้ มันติดๆ ดับๆ บางทีฉันก็เล่นสนุกกับของแบบนี้) บางทีก็จัดการหนูที่เข้ามาเพ่นพ่านด้วย ช่วงกลางวัน บางครั้ง พวกนุดก็ชอบมาถ่ายภาพฉันแล้วก็เอาไปโพสต์ แต่ไม่มีปัญหา ฉันถือว่าเป็นเรื่องปรกติที่ฉันจะเป็นที่สนใจ ทาสที่ดูแลฉันเขาบอกว่าได้ยอดวิวดีเสียด้วยเวลาเอาไปพีอาร์

แต่ที่แน่ๆ ฉันมักเห็นภาพตัวเองเป็นภาพพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด บางทีก็เห็นภาพพี่บุนแสกที่ตอนนี้ไปอยู่ที่บ้านใครสักคนโผล่อยู่ด้วย แต่ก็นั่นแหละ งานหลักของฉัน นอกจากคอยดูแลทุกข์สุขของนุดที่เดินเข้ามาในห้องสมุดอย่างพวกเธอคือนอน ตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ บางทีก็มีเพื่อนแมวหลุดเข้ามา บรรดาทาสของฉันก็เลยต้องจัดการประกาศหาบ้านให้ด้วย แต่สำหรับฉันที่นี่ก็ถือเป็นที่นอนที่สงบสุขที่สุดแล้ว

ถ้านุดอยากมาเยี่ยม ก็มาได้ เวลาดีที่สุดคือหลังสี่โมงเย็นไปจนห้องสมุดปิด ฉันนอนกลิ้งเกลือกอยู่ในห้องที่ชั้น U1 นั่นแหละ ไม่ต้องเอาของกินมาให้นะนุด ปรกติฉันได้รับจากผู้ดูแลอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว ที่ผ่านมา ฉันอดไม่ได้ที่จะกินเพื่อให้พวกเธอสบายใจและไม่เสียน้ำใจ รู้ตัวอีกก็น้ำหนักเกินห้ากิโลกรัมแล้ว คุณหมอ (ที่ฉันไม่ค่อยอยากเจอสักเท่าไร) เขาบอกทาสที่ดูแลฉันว่าฉันไม่ควรหนักไปกว่านี้ เพราะถึงแม้จะปุ๊กลุกและพวกเธอลูบได้มันมือ แต่ในที่สุดฉันก็จะป่วย

อ้อเวลาเล่นกับฉัน ฉันก็มักจะเผลอไปเล่นกับมือของนุด ฉันไม่เคยทำใครบาดเจ็บหรอกเพราะเก็บเล็บอย่างดี แต่ดีที่สุดและกันฉันเผลอ เอาของเล่นที่บรรดาทาสเตรียมไว้ในห้องนั้นแหละมาเล่นกันฉัน จะสนุกที่สุด

เอาเป็นว่าเข้าใจตามนี้นะจ้ะ

ประทับตราอุ้งเล็บ
นุ่มนิ่ม
แมวประจำหอสมุดปรีดีฯ

numnim04

ภารกิจทาสแมว ที่หอสมุดปรีดีฯ

“ที่ผ่านมา เราเคยหาบ้านให้กับแมวที่หลงเข้ามาในหอสมุดปรีดีฯ เป็นระยะ อย่างที่คุยกันตอนนี้ (ตุลาคม 2565) ก็มีแม่แมวกับลูกอีก 5 ตัว หาบ้าน เราลงประกาศทั้งในเฟซบุ๊กหอสมุดปรีดีฯ และสื่ออื่นๆ ที่ผ่านมาเกือบร้อยละร้อย นักศึกษาจะรับไปเลี้ยง แต่เราก็พยายามให้แน่ใจว่าที่บ้านอนุญาต และสามารถเลี้ยงได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะบางรายรับไปแล้ว วันรุ่งขึ้นต้องเอามาคืนเพราะปัญหานี้ เรายังมีโครงการทำหมันแมวให้กับชุมชนรอบๆ มหาวิทยาลัยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 เพื่อช่วยกันจัดการปัญหาแมวจรจัดในพื้นที่ ซึ่งก็มีแมวที่จะมารับบริการหลักร้อยตัวแล้ว

“ในมุมมองของเรา การมีแมวส่งผลกับเจ้าหน้าที่ห้องสมุด ทำให้ทุกคนอ่อนโยนและทำงานในบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น และนุ่มนิ่มคือแมวตัวแรกที่มาทำหน้าที่นั้นในหอสมุดปรีดี”

ติดตาม tiktok นุ่มนิ่มได้ที่ : https://www.tiktok.com/@tulib2022/video/7133542679664725253