ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง
ประเวช ตันตราภิรมย์ : ภาพ

“หน้าฝนก็เห็ด หน้าแล้งก็แมลงต่าง ๆ พืชผักตามฤดูกาล ผืนป่าศักดิ์สิทธิ์เป็นป่าต้องห้าม หาได้เฉพาะเห็ดกับหน่อไม้”
ภายในศาลากลางหมู่บ้านยางงอย ใกล้แม่น้ำสงคราม นิคม บุพศิริ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เล่าถึงระบบนิเวศต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับการหาอยู่หากินของชาวบ้านยางงอย
“ดอนปู่ตาเป็นผืนป่าศักดิ์สิทธิ์ขนาดร้อยกว่าไร่ มีป่าโคกวังยาง น้ำท่วมไม่ถึง ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นต้นยางเหียงหรือต้นซาดตามชื่อเรียกท้องถิ่น มีป่าติ้ว ป่ากะเม็กหรือเสม็ดแดงเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ว่าหน้าฝน หน้าแล้ง อาหารจากป่ามีทุกฤดูกาล เรามีป่าทามที่น้ำท่วมทุกปี ทรัพยากรส่วนใหญ่เป็นหน่อไม้ มันแซง ไข่มดแดง เห็ดต่าง ๆ และมีทำเลเลี้ยงสัตว์ โซนป่าหญ้าแฝกน้ำท่วมเหมือนกัน ตั้งแต่ดิฉันเกิดมาไม่มีปีไหนไม่ท่วม ขึ้นอยู่กับพายุว่าน้ำจะท่วมน้อยหรือท่วมมาก อิทธิพลจากน้ำหนุนลำน้ำสาขา น้ำโขงหนุนขึ้นมาสู่แม่น้ำสงคราม”
บ้านยางงอยเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายเสนอพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตคุ้มครอง หรือ OECMs เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 300 หลังคาเรือน มีป่าชุมชน 7-8 แห่งอยู่รายรอบ
ผู้ใหญ่บ้านนิคมเล่าต่อว่า “พื้นที่หนองจอก 50 กว่าไร่ ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร มีลักษณะพิเศษคือสูงกว่าพื้นที่นาปรัง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แล้วอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกช่วยกระจายน้ำ ส่วนคุยหนองบั่วมีมันแซง เห็ด หน่อไม้ ไข่มดแดง กะเดื่อ มาก”
“คุยคืออะไรครับ ?” ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง OECMs จาก สปป.ลาว เอ่ยถาม
“คุยต่ำกว่าดอน ต่ำกว่าโคก แต่สูงกว่าทามนิดหนึ่ง” ผู้ใหญ่บ้านหญิงตอบ
คุย (khuy) คล้ายร่องน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของป่าทามหรือป่าที่ราบต่ำริมแม่น้ำสงคราม มักมีน้ำขังหรือมีความชื้นสูง
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตคุ้มครอง หรือ OECMs (other effective area-based conservation measures) เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย นำโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศไทย และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงาน สปป.ลาว ภายใต้การบูรณาการเป้าหมายเชิงอนุรักษ์และงบประมาณของฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ (Forest Conservation Programme) และฝ่ายปกป้องและเชื่อมต่อถิ่นอาศัยสัตว์ป่า (Habitat Protection & Connectivity)
ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2568 นักอนุรักษ์หลายภาคส่วนของ สปป.ลาว ที่มีทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม ประชาชน อาทิ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ตัวแทนสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ(IUCN) กลุ่มอนุรักษ์หนองคำแสน นักอนุรักษ์ที่เคยได้รับรางวัล ASEAN biodiversity heroes ฯลฯ กับชาวไทยที่อาศัยอยู่แถบลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ต่างร่วมแลกเปลี่ยนเรื่อง OECMs ในบริบทภาคอีสาน ดินแดนซึ่งเชื่อมร้อยเป็นพื้นดินเดียวกับ สปป.ลาว ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง







แลกเปลี่ยน–เรียนรู้
ด้วยภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ลาวจึงมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และมีป่าเขตร้อนหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พื้นที่อนุรักษ์ของลาวแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ โดยทั่วไปแล้วมักอ้างอิงถึงเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย (national protected areas – NPAs) แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามวัตถุประสงค์และการบริหาร ได้แก่ เขตคุ้มครองทรัพยากร (resource conservation areas) เขตคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity conservation areas) และเขตคุ้มครองภูมิทัศน์/ธรรมชาติ (landscape/nature conservation areas)
สำหรับประเทศไทย พื้นที่คุ้มครอง (protected areas) แบ่งออกเป็น 7 รูปแบบ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ (national park) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (wildlife sanctuary) วนอุทยาน (forest park) เขตห้ามล่าสัตว์ป่า (non-hunting areas) พื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง (marine protected area) พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม (environmental protection area) และเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ (marine sanctuary, fish conservation zone) กลุ่มนี้มีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
นอกจากนี้ยังมี พื้นที่อนุรักษ์ (conserved area) ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชุมชน พื้นที่สงวนชีวมณฑล พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ อุทยานธรณี เขตลุ่มน้ำชั้น 1 ฯลฯ กลุ่มนี้หน่วยงานรับผิดชอบหลัก อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น
นอกจากพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ข้างต้น ในแวดวงสิ่งแวดล้อมยังให้ความสำคัญกับพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของเขตคุ้มครอง หรือ OECMs หมายถึง พื้นที่อื่น ๆ นอกพื้นที่คุ้มครองที่บริหารจัดการให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยคำนึงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ เศรษฐกิจ คุณค่าดั้งเดิมของคนท้องถิ่น
พิทักษ์ จงนรังสิน ผู้จัดการโครงการความหลากหลายทางชีวภาพสากล (Mekong in Balance) ฝ่ายปกป้องและเชื่อมต่อถิ่นอาศัยสัตว์ป่า ให้รายละเอียดว่า WWF ประเทศไทย เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีพันธกิจหลักในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ปัจจุบันได้เริ่มโครงการปกป้องและฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม ที่มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ ปี พ.ศ. 2566-2570 รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานพื้นที่ OECMs ให้ได้ร้อยละ 30 ของสัดส่วนพื้นที่ทางบกและทะเล (เป้าหมาย 30×30) ภายในปี พ.ศ.2570 สอดรับกับกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal global biodiversity framework) ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี ลำดับที่ 188 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2547
“เราพยายามสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน โดยเฉพาะการร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นที่มีความสำคัญมาก ทำให้เกิดการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรต่อไป”









กว่าจะเป็น OECMs
“หนองไชยวานดง หนองไชยวานใหญ่ และป่าชุมชนดงส้มโฮง มีศักยภาพเสนอเป็น OECMs พื้นที่ 1,724 ไร่”
นักสิทธิ์ สังข์จันทร์ ผู้จัดการโครงการปกป้องและฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศไทย กล่าวหลังนำคณะนักอนุรักษ์จาก สปป.ลาว เดินทางมาถึงบ้านดอนแดง ตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
พื้นที่ชุ่มน้ำกว้างสุดตา มีป่าชุมชนดงสัมโฮงอยู่ริมน้ำ ห่างออกไปเป็นพื้นที่ทำกิน พืชเด่นในป่า เช่น ไชยวาน (ทางภาคเหนือเรียกต้นอั้น) ช้างน้าว กันเกรา หนามแท่ง กะอวม เสม็ดแดง หม้อข้าวหม้อแกงลิง ฯลฯ ต้นไม้ใหญ่บางต้นมีไลเคนและเกล็ดมังกรขึ้นตามกิ่ง
ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม มีป่าชุมชนเป้าหมาย 16 แห่ง ใน 29 หมู่บ้าน ที่มีศักยภาพในการเสนอเป็นพื้นที่พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง อำเภอศรีสงคราม และอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม บริเวณแม่น้ำสงครามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ ระยะทาง 92 กิโลเมตร มีพื้นที่ป่าชุมชนที่มีการจัดการป่าอย่างเข้มแข็งโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศไทย ทั้งหมด 49 ป่าชุมชน ใน 50 หมู่บ้าน มีพื้นที่รวม 12,657 ไร่ โดยอนุรักษ์ความหลากหลายนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 10,807 ไร่
ผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าบุ่งป่าทาม ป่าริมน้ำ ป่าบก ที่มีคุณลักษณะเฉพาะและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง จำเป็นอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงระบบนิเวศทางบกและทางน้ำ
นักสิทธิ์ให้รายละเอียดเพิ่มว่าประเทศไทยอยู่ในเส้นทางทางการอพยพของนกในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก–ออสเตรเลีย (EAAF : East Asian-Australasian Flyway) ลุ่มน้ำสงครามตอนล่างเป็นจุดแวะพักที่สำคัญ มีนกอพยพบินผ่านและแวะพัก ถึงแม้จะไม่ได้เป็นฝูงใหญ่
พื้นที่ตั้งแต่บริเวณปากน้ำไชยบุรี ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ถึงบ้านปากยาม ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม รวมระยะทาง 92 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ 6 ตำบล 50 หมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 2,420 ของโลก และลำดับที่ 15 ของประเทศไทย
แรมซาร์ไซต์ คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นตัวแทนหายากหรือมีลักษณะพิเศษ มีความสำคัญระหว่างประเทศสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับชนิดพันธุ์ จำนวนประชากรนกน้ำและปลา
ระบบนิเวศของแม่น้ำสงครามตอนล่างที่มีความสำคัญ คือ ป่าบุ่งป่าทาม เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาน้ำจืดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์โดยเฉพาะปลาบึก เป็นแหล่งประมงพื้นบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของคนท้องถิ่น ตลอดจนเป็นแหล่งอพยพเพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ของปลาจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก พบปลาอย่างน้อย 142 ชนิด พืช 208 ชนิด นก 151 ชนิด รวมทั้งมีความสำคัญในเชิงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ลุ่มน้ำแห่งนี้ยังรักษาป่าที่ราบน้ำท่วมถึงที่หลงเหลือไม่กี่แห่งของประเทศไทยเอาไว้
กลางปี พ.ศ. 2568 ผลการประชุมหารือที่ศาลาประชาคมบ้านดอนแดงให้ความยินยอมต่อการเสนอป่าชุมชนและหนองไชยวานเป็นพื้นที่ OECMs ข้อความในบันทึกข้อตกลงให้ความยินยอมส่วนหนึ่งระบุว่า
“จากการประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับเพื่อเสนอพื้นที่ป่าชุมชนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นคุ้มครอง (OECMs) กรณีป่าชุมชนบ้านดอนแดง-หนองไชยวานดง-หนองไชยวานใหญ่-บ้านดอนแดง ตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2568 โดยมติที่ประชุมมีความเห็นชอบ และยินยอมให้เสนอ” ท้ายบันทึกลงนามผู้เกี่ยวข้อง นำโดยประธานและคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ของป่าชุมชนบ้านดอนแดง, ประธานเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดนครพนม, ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 สาขานครพนม, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบ่อสงคราม, นายกสมาคมพิทักษ์แม่น้ำสงครามตอนล่าง เป็นต้น
ชาติชาย คำเกษ ประธานป่าชุมชนบ้านดอนแดงและเป็นผู้ใหญ่บ้านดอนแดง หมู่ 3 เล่าว่า “ธรรมชาติที่อุดมด้วยพืชพันธุ์นานา สัตว์ปีก นก เป็ด หนู เพราะไม่มีคนไปทำลาย บริเวณหนองห้ามจับนกจับสัตว์ปีกเด็ดขาด เรามีกฎระเบียบของป่า มีกฎระเบียบของหนอง คนในชุมชนช่วยกันดูแลรักษา ส่วนน้อยที่คนบ้านอื่นเข้ามาหากิน ธรรมชาติเลยคงที่”
คูนมี วงดะวง (Khounmy Vondavong) รองหัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์หนองคำแสน กรุงเวียงจันทน์ ยกมือถามถึงกฎระเบียบห้ามคนจากหมู่บ้านอื่นเข้ามาหาของป่าว่ามีเหตุผลและแนวทางปฏิบัติอย่างไร
ผู้ใหญ่บ้านชาติชายอธิบายว่า “เรารักษาไว้ให้ชาวบ้านหาอยู่ หากิน หาขาย พอเป็นคนจากบ้านอื่นเข้ามา คำว่าหาก็หาอย่างเดียว บางครั้งหาไข่มดแดงไปด้วยทำลายกิ่งไม้ไปด้วย ตัดต้น เอารัง ใช้แป้ง ถ้าเป็นคนบ้านเดียวกันบอกแล้วฟัง แต่คนจากนอกบ้านไม่ฟัง”
กฎระเบียบการใช้งานป่าชุมชนบ้านดอนแดง หมู่ 3 เขียนไว้ชัดเจนบนแผ่นป้ายตรงชายป่า
- ห้ามตัดต้นไม้ทุกชนิด ฝ่าฝืนปรับคนละ 500 บาท ต้นใหญ่ 5,000 บาท
- ไม้ที่จะเอาไปทำฝืนให้ใช้เฉพาะไม้ที่ตายแล้วเท่านั้น
- ห้ามเอารังผึ้งและรังต่อในเขตป่าชุมชน ฝ่าฝืนปรับรังละ 500 บาท
- ห้ามราษฎรหมู่บ้านอื่นมาหาของป่าและแมลงต่าง ๆ ในเขตป่าชุมชน
- ห้ามจับสัตว์น้ำทุกชนิดในเขตป่าชุมชน ฝ่าฝืนปรับตัวละ 500 บาท
- ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับรางวัล 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าปรับ
- ให้ชาวบ้านดอนแดงทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าชุมชน
“ที่ออกกฎห้ามคนบ้านอื่นเข้ามา ห้ามไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เพราะป่าเราเข้าได้หลายทาง มีทางเข้าทุกพื้นที่ ถ้าเข้ามาเก็บนิดหน่อย แค่พอกินเราไม่ว่า ยกเว้นทำผิดกฎระเบียบป่าชุมชนโดยเฉพาะการตัด จับ หรือขุด”
ชาวบ้านดอนแดงและผู้เกี่ยวข้องมองว่า OECMs เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยยกระดับงานพัฒนาป่าชุมชน โดยมุ่งเน้นเรื่องการอนุรักษ์และพื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
“เรามีต้นไชยวาน มีต้นอินทหวา มีพืชหลายอย่างใกล้สูญพันธุ์ ถึงมีระบบนิเวศหลากหลายแต่เปราะบาง อนาคตข้างหน้าจึงอยากสำรวจต้นไม้ สำรวจสัตว์อย่างจริงจัง ป่าสมบูรณ์ตรงจุดที่มีต้นไชยวานเหมือนเป็นไข่แดงต้องรักษา พื้นที่รอบ ๆ อาจทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทำจุดชมนก OECMs จะทำให้ชุมชนดูแลพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น”






งานอนุรักษ์ข้ามพรมแดน ความหวังสองฝั่งโขง
“ทางฝั่งลาวเพิ่งจะเริ่มต้น OECMs เราอยากมาเรียนรู้ แลกเปลี่ยน เบิ่งความคืบหน้าของพี่น้องทางฝั่งไทยเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อยากเห็นว่าการใช้ทรัพยากรแบบยืนยงเป็นแบบใด เป็นโอกาสที่ดี ขอขอบใจ” เสาสวรรค์ (Saosavanh) กล่าวในฐานะเจ้าหน้าที่องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงาน สปป.ลาว หลังนั่งเรือชมความงามตามธรรมชาติของแม่น้ำสงคราม สัมผัสชีวิตสองฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์หาปลาและเครื่องมือประมงพื้นบ้านติดตั้งอยู่ตลอดทาง ตั้งแต่หมู่บ้านดงหนองบัว ตำบลบ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม จนมาขึ้นฝั่งที่บ้านท่าโขง
“อนาคตอยากให้มีการแลกเปลี่ยนข้ามโขงอีก พาคนทางนี้ไปเรียนรู้ทางฝั่งลาวบ้าง เพราะบริบทต่าง ๆ ใกล้เคียงกัน ทั้งระบบนิเวศ วัฒนธรรม สังคม อาจแตกต่างเรื่องการเมืองการปกครองแต่เรื่องอื่นคล้ายกัน”นิตสวรรค์ ประวงศ์เวียงคำ (Nitsavanh Pravongviengkam) นักอนุรักษ์ที่เคยได้รับรางวัล ASEAN Biodiversity Heroes ตัวแทน สปป.ลาว เมื่อปี ค.ศ.2017 จากการเก็บรักษาที่ดินชานกรุงเวียงจันทน์ให้คงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ รักษาสภาพดั้งเดิมของระบบนิเวศตามธรรมชาติจนเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสัตว์นานาชนิด ให้ความเห็นว่า “ชุมชนที่นี่เข้มแข็งหลาย ปกปักรักษาผืนดินและแหล่งน้ำไว้ได้ ถ้าเทียบกับบ้านเรา บางครั้งเรากำหนดขอบเขตใหญ่แล้วมันรักษายาก ถ้าเป็นขอบเขตหมู่บ้านก็จะรักษาได้ดี และสร้างได้รายให้ประชาชนในการเก็บของป่า หาอาหาร เมื่อลาวกับไทยมีประเพณีใกล้เคียง วิวทิวทัศน์คล้ายคลึง เมื่อมี OECMs เกิดขึ้นที่นี่เราก็ดีใจ แล้วจะเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้ได้มักได้ผลเหมือนกันที่ลาว”
ลินดา ทิพพะวัน (Linda Thipphavanh) เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ลาวให้ความเห็นหลังเดินทางไปเยือนหลายพื้นทางฝั่งไทยตลอดแนวเขตแม่น้ำสงครามตอนล่าง “การมาทัศนศึกษาครั้งนี้เราได้รับประสบการณ์หลาย ได้ดูพื้นที่หลายแห่งตลอดสองสามวัน ได้เห็นมุมมองของประชาชนในเขตลุ่มน้ำสงคราม เห็นวิถีชีวิตการดำรงอยู่ การมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็ง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชีวะนานาพันธุ์ รวมทั้งใช้ประโยชน์แบบป้องกัน มีระเบียบหลักการ เรื่อง OECMs เราเห็นว่าประเพณี ภูมิลำเนา พื้นฐานต่าง ๆ ของไทยกับลาวคล้ายคลึงกัน ถ้านำจุดนี้ไปพัฒนาที่ลาว ก็น่าพัฒนาส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมทั้งปกปักรักษาชีวะนานาพันธุ์ พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตได้”
เอกสารประกอบการเขียน
- เอกสารแนะนำ โครงการปกป้องและฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม [Protecting and Connecting Thailand’s Forest Landscapes (Forest Forward) Lower Songkram River Basin (LSRB)] โดย องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศไทย
- แม่น้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม แรมซาร์ไซต์ลำดับที่ 15 คุณค่า ความสำคัญ และการดำเนินงานที่ผ่านมาของประเทศไทย โดย นักสิทธิ์ สังข์จันทร์ โครงการปกป้องและฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศไทย

