โดย ศรัณย์ ทองปาน

จิตรกรรมโกศล #20 - แลบลิ้นปลิ้นตา

“เมื่อแรกมีช่างถ่ายรูปฉายาลักษณ์เข้ามา มิใคร่มีใครยอมให้ถ่าย ด้วยเกรงว่าจะเอารูปไปใช้ทำร้ายด้วยกฤตยาคม สมเด็จเจ้าพระยา 2 องค์ๆ ใหญ่ไม่ยอมถ่ายรูป ยอมแต่องค์น้อย ใช่แต่เท่านั้น มีใครอีกคน 1 หม่อมฉันลืมชื่อไปเสียแล้ว ไปถ่ายรูปที่ร้านนายจิตรๆ ถ่ายเป็นรูปครึ่งตัว เจ้าของเห็นเข้าตกใจ ตีโพยตีพายว่าจะตัดตัวให้เป็นอันตราย”

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 ผู้ทรงได้รับการเทิดพระเกียรติให้เป็น “บิดาแห่งวิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย” ทรงเล่าไว้ในตอนหนึ่งของลายพระหัตถ์ (จดหมาย) ฉบับวันที่ 7 ตุลาคม 2477 ที่มีไปยังสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ว่าด้วยปฏิกิริยาของ “ลูกค้า” เมื่อได้แลเห็นภาพของตนที่ได้รับมาจากร้านถ่ายรูปแห่งแรกของสยาม คือร้านของนายฟรานซิส จิตร อันเป็นเรือนแพอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

การที่มีผู้ร้อนใจว่ารูปถ่าย “ครึ่งตัว” แลดูเหมือนร่างกายถูกตัดขาดเป็นสองท่อน อาจก่อให้เกิดเภทภัยร้ายแรงแก่ตนเอง คงมีที่มาจากคติความเชื่อในโลกพุทธศาสนาอย่างไทยๆ ว่าการ “ถ่ายแบบ” ที่สมบูรณ์ มิได้เป็นเพียงการ “ถ่ายทอด” รูปลักษณ์ทางกายภาพเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการ “ถ่ายเท” ขวัญ หรือจิตวิญญาณ ไปจากต้นแบบ จนทั้งสองสิ่งเชื่อมต่อติดสนิทแนบเป็นเนื้อเดียวกัน

หรืออีกนัยหนึ่งคือตามโลกทัศน์ของคนไทยโบราณ “ก็อปปี้” อันครบถ้วนสมบูรณ์ มีสถานะเทียบได้กับ “ต้นฉบับ”

ในธรรมเนียมทางไทยจึงนิยมจำลองปูชนียวัตถุสถานที่นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ดังเรามักพบรูปจำลองพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชตามวัดพระธาตุหลายแห่งในภาคใต้ หรือวัดมากมายในภาคอีสานก็สร้างมหาเจดีย์เลียนแบบพระธาตุพนม

ส่วนการจำลองพระพุทธรูปสำคัญก็คือการถ่ายเทเอาพลังอำนาจจากต้นแบบไปสู่รูปปฏิมาที่สถาปนาขึ้นใหม่อีกด้วย เราจึงพบองค์ “จำลอง” ของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร “พระแก้วมรกต” จาก “วัดพระแก้ว” พระพุทธชินราชที่ “วัดใหญ่” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก หรือ “หลวงพ่อโสธร” จากวัดโสธรวราราม ฉะเชิงเทรา ได้ทุกหนทุกแห่ง

ในแวดวงช่างไทยยังมีความเชื่อที่เคยแพร่หลายว่า การคัดลอกที่ “ถูกส่วนถูกสัด” อาจกระตุ้นหรือ “ปลุก” บางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ ซึ่งลำพัง “จิต” ของคนทั่วไปไม่อาจทานทน จนถึงกับทำให้เป็นบ้าเพ้อคลั่งเสียสติได้โดยง่าย ดังนั้น คนที่จะฝึกหัดวิชาช่างเขียนอันต้องเขียนรูปยักษ์รูปมาร เขาจึงต้องให้เข้าพิธีครอบครูเสียก่อน นายเกริ่น ศิลป์เพ็ชร (2436-2523) ช่างเมืองเพชร ยังเคยอ้างถึงคติความเชื่อของช่างรุ่นเก่าทำนองนี้ไว้ในหนังสือ “สมุดภาพเรื่องหนังใหญ่หรือหนังไทยสมัยก่อน” (ไม่ปรากฏปีพิมพ์ น่าจะราวทศวรรษ 2470) ว่า

“อ้ายยักษ์บางตัวน๊ะ ท่านที่เปนครูเขียนครูปั้นชั้นเก่าๆ ท่านเขียนปั้นมันเข้าถูกส่วนเหมาะ มันยังแลบลิ้นปลิ้นตาแยกเขี้ยวแสยะหัวเราะเยาะเอาเลยจะบอกให้ มันแรงถึงเช่นนั้น ทำเปนเล่นกับมันไม่ได้ดอกพวกยักษ์พวกมาร ถ้ามีลูกมีหลานอย่าให้ไปขีดเขียนมันเล่นไม่ได้เปนอันขาด ถ้ามันไปถูกส่วนถูกสัดเข้า จะเปนบ้าหลังคลั่งเพ้อเสียสติสตัง”