ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง

ไฟไหม้ป่าพรุซับจำปา สู่วิกฤตจำปีสิรินธร พันธุ์ไม้ถิ่นเดียวของไทย
ดอกจำปีสิรินธร (ภาพ : ดร.พงษ์ศักดิ์ พลเสนา)

กลางเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ เกิดเหตุไฟไหม้ป่าพรุซับจำปา จังหวัดลพบุรี แม้พื้นที่แห่งนี้จะเผชิญไฟป่ามาแล้วหลายครั้งตลอด ๓-๔ ปีที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์คราวนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนหน้า เปลวไฟเผาผลาญผืนป่าซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองโบราณซับจำปากว่า ๓๐ ไร่

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม และยืดเยื้อถึงวันที่ ๑๘ มีนาคม ก่อนจะควบคุมเพลิงได้ สร้างความเสียหายต่อป่าพรุซับจำป่าและพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะจำปีสิรินธร พันธุ์ไม้ถิ่นเดียวและหายากของไทย

“ป่าซับจําปา” หรือ “ป่าจําปีสิรินธร” ตั้งอยู่ในหมู่ ๑ และ ๗ ตำบลซับจําปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ประมาณ ๙๖ ไร่ เป็นป่าพรุน้ำจืดที่มีน้ำท่วมขังและน้ำซับตลอดทั้งปี โดยผืนป่าแห่งนี้รองรับน้ำจากฝน และจากเขาหินปูนที่ไหลซึมลงสู่ใต้ดิน ก่อนจะสะสมตัวจนก่อเกิดเป็น “พรุ”

subjumpa02
ดอกจำปีสิรินธร (ภาพ : ดร.วัฒนา ตันมิ่ง)
subjumpa03
เจ้าหน้าที่พยายามดับไฟที่ลุกไหม้ป่าซับจำปา กลางเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ (ภาพ : สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์)

ป่าพรุ (peat swamp forest) เป็นหนึ่งในสังคมพืชที่มีน้ำท่วมหรือน้ำขัง จำแนกได้เป็น ๑. ป่าเลนน้ำเค็ม หรือป่าชายเลน (mangrove forest) ๒.ป่าบึงน้ำจืด (freshwater swamp forest) และ ๓.ป่าพรุ จัดเป็นสังคมพืชป่าไม้ไม่ผลัดใบ (evergreen) ที่จมอยู่ในน้ำจืดตลอดปี มักพบในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือแอ่งน้ำจืด

โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึง “ป่าพรุ” เรามักนึกถึงพื้นที่ทางภาคใต้ ซึ่งคำว่า “พรุ” เป็นภาษาถิ่นที่ใช้เรียกพื้นที่ลุ่มชุ่มชื้น มีน้ำขังและซากพืชผุพังถับถมกัน เมื่อเหยียบย่ำจะรู้สึกหยุ่นเพราะพื้นดินยุบตัว

อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคอีสาน ก็มีพื้นที่ลักษณะเช่นเดียวกัน โดยชาวบ้านภาคกลางเรียกว่า “ซับ” ซึ่งสอดคล้องกับคำภาษาอังกฤษว่า “bog” 

ซากพืช ซากสัตว์ และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่ทับถมกันในสภาพน้ำท่วมขังเหนือชั้นดินเดิม ส่งผลให้พืชพรรณในป่าพรุส่วนใหญ่ปรับตัวทางโครงสร้างเพื่อดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เช่น โคนต้นมีพูพอน ระบบรากแก้วสั้นแต่มีแผ่รากแขนงกว้าง รวมถึงมีรากค้ำยันหรือรากหายใจโผล่พ้นชั้นดินอินทรีย์ซึ่งมีน้ำท่วมขัง

สำรวย อริเดช หัวหน้าโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี กรมป่าไม้อธิบายว่าป่าซับจำปาเป็นป่าพรุน้ำจืดที่พบได้ไม่กี่แห่งในประเทศไทย โดยมีแหล่งน้ำซับจากเขาหินปูนซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสิบกิโลเมตร และจากผืนป่าดงพญาเย็น คอยหล่อเลี้ยงผ่านน้ำใต้ดินตลอดทั้งปี

ในทางพฤกษศาสตร์ จำปีกับจำปามีข้อแตกต่างหลายประการ ลักษณะภายนอกที่เห็นชัดคือสีของดอก ดอกสีขาวเรียกว่า “จำปี” ดอกสีเหลืองเรียกว่า “จำปา”

ชื่อ “ซับจำปา” หมายถึงพื้นที่มีน้ำซับและมีต้นจำปาขึ้นอยู่ อย่างไรก็ตาม ในอดีตชาวบ้านมักไม่ค่อยได้เห็นดอกสดบนต้น สิ่งที่พบส่วนใหญ่คือดอกที่แก่และร่วงหล่นลงมา โดยดอกบนต้นจะมีสีขาวนวล เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลคล้ายดอกจำปา จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นต้นจำปา และเรียกกันต่อมาจนกลายเป็นชื่อพื้นที่

ในปี ๒๕๔๑ ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้เดินทางเข้าไปสำรวจป่าพรุแห่งนี้ พบว่าพันธุ์ไม้ที่ปรากฏมีลักษณะแตกต่างจากต้นจำปีและต้นจำปาที่พบทั่วไป

โดยทั่วไปแล้ว จำปาและจำปีมักขึ้นในพื้นที่ดอนบริเวณภูเขา หรือพื้นที่ที่มีการระบายน้ำดี ขณะที่พันธุ์ไม้นี้กลับเจริญเติบโตได้ดีในป่าพรุซึ่งมีน้ำท่วมขัง

เดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ คณะของ ดร.ปิยะ กลับมาสำรวจป่าซับจำปาอีกครั้ง เพื่อเก็บตัวอย่างดอก หลังจากขึ้นไปสำรวจบนเรือนยอด จึงพบว่าก่อนดอกแย้มบาน บริเวณโคนดอกด้านนอกจะมีสีเขียวอ่อน และเมื่อบานแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีขาว

ผลการสํารวจครั้งนี้ทําให้สามารถสรุปได้ว่าพันธุ์ไม้ดังกล่าว คือ ต้นจําปี

ในเดือนตุลาคม ๒๕๔๒ คณะของ ดร.ปิยะ ได้เข้าไปเก็บรวมรวมผลอ่อนและผลแก่ เพื่อนำไปตรวจสอบรายละเอียดที่สำนักงานหอพรรณไม้ เมืองไลเดน ประเทศเนเธอแลนด์ ผลการวิเคราะห์พบว่าเป็นต้นจำปีชนิดใหม่ของโลก (new species)

จากนั้นจึงกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับพระราชทานพระนามให้เป็นชื่อพันธุ์ไม้ชนิดใหม่นี้ว่า “จำปีสิรินธร” เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๓

ต่อมารายละเอียดของพืชชนิดใหม่นี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Blumea ซึ่งเป็นวารสารด้านอนุกรมวิธานพืชนานาชาติ

สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (Botanical Society of Thailand) บรรยายลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของจำปีสิรินธร (Magnolia Sirindhorniae Noot.& Chalermglin) ซึ่งอยู่ในวงศ์ MAGNOLIACEAE ว่าเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงประมาณ ๑๕-๒๕ เมตร

กิ่งอ่อนมีแผลระบายอากาศ ใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรี ผิวใบเกลี้ยง ปลายใบมน ออกดอกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมของทุกปี โดยเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบและปลายยอด

ดอกตูมเป็นรูปกระสวยสีขาว ยาวประมาณ ๒-๔ เซนติเมตร กลีบดอกส่วนกลางกว้าง ปลายกลีบมนกลม หนึ่งดอกมี ๑๒ – ๑๕ กลีบ และออกผลเป็นกลุ่ม โดยมีผลย่อยประมาณ ๑๕-๒๖ ผล

ปัจจุบัน ถิ่นที่อยู่อาศัยของจำปีสิรินธรบริเวณป่าซับจำปา จังหวัดลพบุรี กำลังเผชิญสภาพแห้งแล้งจากการสูบน้ำใต้ดินมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงปัญหาไฟไหม้ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

subjumpa04
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี กรมป่าไม้ หน่วยงานสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายาก (ภาพ : ดร.ศศิวิมล โฉมเฉลา แสวงผล)
subjumpa05
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี กรมป่าไม้ หน่วยงานสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายาก (ภาพ : ดร.ศศิวิมล โฉมเฉลา แสวงผล)

ปลายปีที่ผ่านมา กรมทางหลวงชนบทได้ก่อสร้างถนนตัดผ่านเส้นทางไหลของน้ำเข้าสู่ป่าซับจำปา ส่งผลให้ทิศทางน้ำเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยมีตาน้ำหล่อเลี้ยงถึง ๔๖ ตา ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง ๑ ตา ทําให้น้ำไม่พอต่อเนื้อที่เกือบร้อยไร่ และส่งผลให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงจนเสียสมดุล

สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ปัญหาบางกรณี เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ อาจก่อให้เกิดปัญหาใหม่ในพื้นที่ ขณะดียวกัน ภูเขาหินปูนโดยรอบยังถูกให้สัมปทานทำเหมือง ส่งผลให้แหล่งต้นน้ำของระบบน้ำใต้ดินได้รับความเสียหาย

ทางสมาคมตระหนักดีว่าปัญหานี้มีสาเหตุจากหลายปัจจัย และยากจะแก้ไขโดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง จังยินดีช่วยประสานงานความร่วมมือกับนักวิชาการหลากหลายสาขา ทั้งพฤกษศาสตร์ นิเวศวิทยา ธรณีวิทยา เกษตรศาสตร์ โบราณคดี และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำความรู้มาใช้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา

วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๙ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม พบทั่วประเทศไทยรวม ๓๖๗ จุด ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เกษตร ๑๑๘ จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๗๗ จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๖๔ จุด พื้นที่ เขต ส.ป.ก. ๕๘ จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ ๔๒ จุด และพื้นที่ริมทางหลวง ๘ จุด

และหนึ่งในนั้น คือไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าซับจำปา…

subjumpa06
ผืนป่าซับจำปาในปัจจุบันถูกล้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยทางการเกษตร (ภาพ : Google map)

ดร.ศศิวิมล โฉมเฉลาแสวงผล ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งลงพื้นที่ป่าซับจำปาในวันดังกล่าว เล่าว่า

“ตั้งแต่นั่งรถเข้ามา ก็สังเกตเห็นการทำไร่อ้อยไร่มันที่ใช้ระบบน้ำหยด มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อปั๊มน้ำและเดินท่อ คาดว่ามีการดึงน้ำบาดาลจากใต้ดิน ซึ่งเดิมเป็นน้ำที่ซับจากพรุ จนแห้งเหือด

“สถานการณ์ในปีนี้เลวร้ายถึงขั้นเกิดไฟไหม้ เพราะเมื่อพรุแห้งก็กลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี เหมือนการเผากระดาษซ้อนกัน ไฟที่ลามอยู่ชั้นใต้ดินค่อย ๆ ไหม้ ค่อย ๆ เผา การดับไฟต้องรดน้ำจากผิวดินให้ซึมลงไปจนชุ่มทั้งผืน และในระยะยาว หลังดับไฟแล้ว ยังต้องหาน้ำมาเติมให้ระบบพรุฟื้นตัว”

“ซับ” เป็นพื้นที่ชื้นแฉะที่มีน้ำขัง แต่สำหรับ ‘ซับจำปา’ แล้วกลับแห้งแล้งมาไม่น้อยกว่า ๕ ปี

ดร.ศศิวิมล อธิบายว่าว่า

“คำว่า “ซับ” บ่งบอกถึงพื้นที่หนองน้ำที่ชุ่มแฉะ น้ำจากภูเขาหินปูนซึ่งอยู่ห่างออกไปราว ๑๐ กิโลเมตร จะไหลผ่านใต้ดินมาท่วมพื้นที่บริเวณนี้ เปรียบเสมือนโอเอซิส หรือเกาะของพื้นที่ชุ่มน้ำ

“ความพิเศษคือเป็นพรุที่มีน้ำเป็นด่างสูงจากหินปูน ทำให้ใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกันแทบไม่ย่อยสลาย กระทั่งเมื่อราว ๕ ปีก่อนระดับน้ำเริ่มลดลง และพื้นที่เริ่มแห้ง

“จำปีสิรินธร ซึ่งเป็นพืชหายากใกล้สูญพันธุ์ จะยังคงเหลืออยู่ในแหล่งธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้หรือไม่”