สมิง - จากบรรณาธิการ ฉบับที่ 493

กลิ่นสาบนั้น บอกให้ทุกคนรู้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าเป็นเสือ !

ฝีเท้าของมันอาจจะเบาลง เมื่อพ้นจากบริเวณป่า แต่กลิ่นสาบแรงกล้าขึ้นทุกทีเมื่อเข้าใกล้ มือซ้ายข้าพเจ้ากุมแน่นอยู่กับไฟฉายซึ่งทาบกับลำกล้องปืน นิ้วชี้ขวาสอดอยู่ในโกร่งไก เสียงลมหายใจของทุกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังได้ยินถนัด พอเงาตะคุ่มเงานั้นพ้นจากร่มครึ้มของต้นไม้สุดท้ายออกมาสู่แสงจันทร์เหนือตลิ่ง ข้าพเจ้าก็ยกปืนขึ้นประทับบ่า เปิดไฟฉายและเตรียมยิง ก็พอดี ไมรา สมิท ร้องขึ้นสุดเสียง

“หยุด ! คุณสาก…อย่ายิง ! นั่นไลสง !”

นวนิยายชุด ล่องไพร ของ “น้อย อินทนนท์” เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมติดงอมแงม ตะลุยนั่งอ่านนอนอ่านนับสิบเล่มแบบหยุดไม่ได้

ตอนแดนสมิงนี้อยู่ในเล่มที่ ๒ เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกับตอน มนุษย์นาคา และหุบผามฤตยูสมิง หรือเสือสมิง ตามนิยามแล้วคือคนที่มีวิชาอาคมกลายร่างเป็นเสือได้ หรือในทางกลับกัน คือเสือที่กินคนมามากจนกลายร่างเป็นคนได้

ความเชื่อเกี่ยวกับเสือสมิงมีมานาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เรื่องเสือสมิงไว้ในคราวเสด็จประพาสจันทบุรีว่า

“…ราษฎรชาวเมืองนี้เชื่อถือกลัวเสือสมิงมาก เล่าว่าที่เมืองเขมร มีอาจารย์ทำน้ำมันเสือสมิงได้ ศิษย์ได้ลักน้ำมันนั้นมาทาตัวเขา กลายเป็นเสือสมิงไปถึง ๓ คน พลัดเข้ามาในแขวงเมืองจันทบุรีตัวหนึ่ง เป็นเสือดุร้าย เที่ยวขบกัดคนตายที่พลิ้ว ๒ คน ที่ปากจั่น ๑ คน ที่ป่าสีเซ็น ๒ คน รวม ๕ คน…บิดามารดาของศิษย์นั้นเขาจะเอาลูก เขาจึงมาเที่ยวตามหา แล้วสั่งไว้ว่าใครได้พบปะเสือนี้แล้ว ให้เอาไม้คานตี หรือมิฉะนั้นให้เอากะลาครอบรอยเท้า เสือนั้นจะกลับเป็นคนได้ แต่วิธีจะแก้นี้ทำได้ก็แต่เมื่อเสือนั้นยังไม่กินคน ถ้ากินคน รังควานทับเสียแล้ว ถึงจะทำวิธีที่บอกก็ไม่กลับเป็นได้เหมือนเมื่อครั้งก่อน…”

ส่วนกรณีเสือแปลงร่างเป็นคน มีเรื่องเล่าจากพรานไพรที่นั่งเฝ้าห้างบนต้นไม้รอส่องสัตว์ในป่ายามค่ำคืน ว่ามักได้ยินเป็นเสียงคนเรียกชื่อ หรือเห็นแสงไฟเหมือนคนถือคบไฟเดินเข้ามาทัก เรียกให้ลงจากห้างไปคุยกัน บางครั้งอาจแปลงเป็นญาติหรือเพื่อนที่รู้จัก มาเรียกให้กลับบ้าน ถ้าไม่เฉลียวใจลงจากห้างก็จะถูกสมิงจับกิน

วิธีทดสอบว่าเป็นสมิงหรือคน คือผูกกล่องไม้ขีดไฟไว้ที่ปลายกระบอกปืน ยื่นลงไปให้คนนั้นช่วยก่อไฟ หากเป็นคนจะเอามือรับ ถ้าเป็นสมิงจะเอาปากรับ ก็ให้ยิงกรอกปากฆ่าเสีย หรือบ้างว่าถ้าเป็นสมิงจะไม่ยอมจุดไฟ

ตำนานสมิงสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติในยุคที่ป่าดงพงพียังปกคลุมโอบล้อมเขตบ้านและชุมชน ขณะที่ผมอ่านล่องไพร ในสมัยหลังที่สัตว์ใหญ่และผืนป่าหดหาย หลงเหลืออยู่เพียงแต่พื้นที่เขตอนุรักษ์ของราชการ

สมิงสามตัวนั้นของจันทบุรีมีจุดจบชะตากรรมเช่นไร วันนี้ “สมิง” ยังคงมีอยู่หรือไม่

ท่ามกลางบ้านเมืองที่ก้าวหน้าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราจะได้กลิ่นสาบเสือบ้างไหม

แก๊งสแกมเมอร์ที่โทร. หลอกคนว่าเป็นเพื่อน ญาติพี่น้อง ตำรวจ เพื่อให้โอนเงินเก็บของเรา

นักการเมืองที่บอกว่าโปรดเลือกเขามาทำหน้าที่เพื่อประเทศ แต่ใช้สารพัดวิธีล้วงเงินภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าตัวเอง

มหาอำนาจที่ประกาศว่าจะกำราบชาติผู้ก่อการร้ายที่เขากล่าวหา

แต่ความจริงเพื่อแสวงผลประโยชน์ของตัวเองทั้งสิ้น

สมิงโลกยุคใหม่อาจไม่ต่างจากสมิงป่าในอดีตสักเท่าไร

คำถามมีแค่ว่าเราจะยังถูกสมิงแปลงร่างหลอกจับกินหรือไม่ และไม้ขีดไฟที่ให้ความสว่างกระจ่างใจนั้น ใครจะยอมจุด

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี
suwatasa@gmail.com