จิตรกรรมโกศล #28 - วัดพระเชตุพนในรัชกาลที่ 3 : ภิกษุสามเณรผู้ชำนาญในวิชาช่าง

ยังมีสิ่งก่อสร้างภายในวัดพระเชตุพนที่ต้องตกแต่งประดับประดาด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังอีกหลายแห่ง ได้แก่ ศาลาหน้าพระมหาเจดีย์สองหลัง พระระเบียงรอบพระมหาเจดีย์ ศาลาทิศรอบหอพระไตรปิฎก ศาลาการเปรียญ และศาลารายรอบเขตพุทธาวาสอีก 16 หลัง เหล่านี้ล้วนสำเร็จลงด้วยช่างพระ หรือ “ชีช่าง” ที่ทางราชการอาราธนาให้มาช่วยงานทั้งสิ้น

ในสมัยรัชกาลที่ 3 การนิมนต์พระภิกษุสามเณรผู้มีฝีมือในงานช่างให้มาช่วยปฏิสังขรณ์พระอารามทำนองนี้ เคยปรากฏมาก่อนแล้วเมื่อครั้งบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ “วัดพระแก้ว” ปี 2374 ดังที่ “จดหมายเหตุเรื่องปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้งรัชกาลที่ 3” ของพระศรีภูมิปรีชาเล่าว่ามีการนิมนต์ผ่านไปตามสายการปกครองคณะสงฆ์

“แล้วทรงพระกรุณาสั่งให้ไปเผดียงสมเด็จพระสังฆราชว่า การปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามครั้งนี้เปนการใหญ่ ช่างกระจกแลช่างเขียนน้อยกว่างาน เห็นการจะเนิ่นช้า ขอให้นิมนต์พระภิกษุแลสามเณรที่ฉลาดในวิชาช่างมาสมทบเข้าด้วยช่วยปฏิสังขรณ์พระอาราม ครั้งนั้นสมเด็จพระสังฆราช กับกรมหมื่นนุชิตชิโนรสศรีสุคตขัตติยวงศ์ทรงทราบความ จึงจัดแจงเลือกสรรบรรดาภิกษุแลสามเณรที่ชำนาญในวิชาช่างทั้งปวง ถวายเข้ามาช่วยประดับการกระจกแลปั้นเขียน ควรแก่สมณะสามเณรจะกระทำ จึงทรงพระกรุณาโปรดให้กรมวังสั่งวิเสศ ถวายสำรับเช้าเพน เวลาบ่ายถวายน้ำร้อนน้ำชาอัชบาลทุกวัน”

นั่นคือการปฏิสังขรณ์พระอารามทั้งนี้ถือเป็นพระราชกุศล โดยพระสงฆ์สามเณรซึ่งได้รับอาราธนามาช่วยงานจะมีวิเสท (คนครัวของหลวง) คอยถวายภัตตาหารเช้าและเพล กับน้ำร้อนน้ำชาและอัฐบาน คือน้ำผลไม้คั้นแปดชนิด (อัฐ แปลว่าแปด) ที่ระบุไว้ในพระวินัยว่าพระพุทธองค์ประทานพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ฉันได้ในยามวิกาล (คือช่วงหลังเพล) อันประกอบด้วยน้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์หรือองุ่น น้ำเหง้าบัว น้ำมะปรางหรือลิ้นจี่ คำว่า “อัฐบาน” นี้ บางทีเรียกว่า “น้ำปานะ” ก็ได้

ในกรณีพระช่างเขียนที่มาร่วมงานการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ก็คงเป็นเช่นเดียวกันกับที่วัดพระแก้ว

“โคลงบอกด้านการปฏิสังขรณ์” ให้ข้อมูลว่าพระช่างเขียนที่มาร่วมงานเขียนภาพที่วัดพระเชตุพนฯ มาจากพระอาราม 18 แห่ง ได้แก่ วัดสามพระยา วัดระฆัง วัดปทุมคงคา วัดกลาง (วัดจันทาราม) วัดเครือวัลย์ วัดหงส์ (วัดหงส์รัตนาราม) วัดชนะสงคราม วัดมหาธาตุ วัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) วัดราชสิทธิ์ (วัดราชสิทธาราม) วัดพระเชตุพน วัดราชคฤห์ วัดปากน้ำ วัดจักรวรรดิ วัดราชบูรณะ วัดสระเกศ วัดอมรินทร์ วัดบางลำภู (วัดสังเวชวิศยาราม)

การที่สามารถนิมนต์พระช่างเขียนจำนวนมากจากวัดต่างๆ ทั่วพระนคร เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของวัดในฐานะ “โรงเรียนช่าง” ของสังคมไทยภาคกลางแต่โบราณ โดยเฉพาะวิชาช่างที่จำเป็นสำหรับการประดับตกแต่งวัดวาอารามและงานพิธีต่างๆ โดยวัดแต่ละวัดอาจมีชื่อเสียงเฉพาะในแต่ละทาง เช่น บางวัดอาจเป็นสำนักของช่างเขียน แต่บางวัดอาจมีชื่อเสียงในทางช่างดอกไม้ไฟ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าวัดทุกวัดจะเป็นสำนักช่าง หากแต่คงเป็นความสนใจของพระภิกษุในวัดมากกว่า อีกทั้งการได้บวชเรียนในวัดที่เป็นสำนักช่างก็คงทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกหัดการช่างไปในตัว