ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง
ประเวช ตันตราภิรมย์ : ภาพ

“สิ่งที่พวกเราค้านคือรายงาน EHIA พวกเราไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่จะทำอย่างไรให้สมดุล หาก EHIA ที่จัดทำขึ้นมีความบกพร่องโดยเฉพาะส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจ ว่าโครงการนั้นควรเกิดหรือไม่ ข้อมูลพื้นฐานที่ผิดพลาดจะส่งผลต่อการประเมินมูลค่าความเสียหาย มาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้ก็จะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง”
อรยุพา สังขะมาน เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ให้ความเห็นถึงรายงาน EHIA โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ของกรมชลประทาน
EHIA ย่อมาจาก Environmental-Health Impact Assessmentหรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้นทางของการตัดสินใจว่าจะอนุมัติให้มีหรือไม่มีโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ หัวใจสำคัญคือรายงาน EHIA ฉบับนี้
“กี่โครงการแล้วที่ข้อมูลในรายงาน EHIA คลาดเคลื่อน กี่โครงการแล้วที่ทรัพยากรธรรมชาติเสียหาย เราจะพัฒนาประเทศกันแบบนี้ต่อไปจริง ๆ หรือ หวังว่าสิ่งที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการตั้งคำถามต่อระบบการตรวจสอบทางสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และหวังว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต”
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดย เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผู้รับมอบอำนาจ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ, กรมชลประทาน เพื่อเพิกถอนมติที่ให้ความเห็นชอบ/มติความเห็น EHIA โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด หรือเขื่อนวังโตนด และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ศาลมีคำสั่งระงับการนำ EHIA ไปใช้ในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น


โครงการเขื่อนวังโตนด มีพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำรวม 11,982 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง 5,791 ไร่ และอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น 6,191 ไร่
อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 122 ของประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าตะวันออก อยู่ตรงกลางระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เป็นแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศที่คอยเชื่อมพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสองแห่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด 2 อันดับแรกในกลุ่มป่าตะวันออกให้เกิดการแลกเปลี่ยนพันธุกรรม การอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นอาศัยและเพิ่มพูนประชากรของสัตว์ป่า
แม้อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นจะมีเนื้อที่ 73,729 ไร่ เป็นลำดับที่ 5 ของกลุ่มป่าตะวันออก แต่กลับเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับการเป็นแหล่งอาศัยและดำรงชีพของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น กระทิง ช้างป่า ฯลฯ
ที่ผ่านมามูลนิธิสืบฯ แสดงเจตนารมณ์คัดค้านโครงการเขื่องวังโตนดไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ลดขนาดอ่างเก็บน้ำไม่ให้ท่วมพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น เพื่อรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และประชาชนยังมีน้ำใช้พอสมควร
นอกจากมูลนิธิสืบฯ แล้วยังมีหลายองค์กรออกมาร่วมโต้แย้งและชี้ให้เห็นความบกพร่องของข้อมูลในรายงาน EHIA ฉบับนี้ แต่กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย


หนึ่งในข้อสังเกตสำคัญ คือผลการศึกษาทรัพยากรสัตว์ป่าโดยเฉพาะด้านนกของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
ทางสมาคมตั้งข้อสังเกตว่ารายงานฉบับนี้ใช้ข้อมูลการประเมินสถานภาพทางการอนุรักษ์ระดับประเทศที่จัดทำในปี 2548 ทั้ง ๆ ที่สำนักงานนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เผยแพร่ข้อมูลการประเมินครั้งล่าสุดที่จัดทำในปี 2563 ซึ่งอาจถูกเพ่งเล็งได้ว่า จงใจให้รายงานมีจำนวนชนิดสัตว์ป่าที่อยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือใกล้ถูกคุกคามน้อยลง และอาจสะท้อนถึงความพยายามบิดเบือนว่าป่าผืนนี้ไม่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์
นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงกังวลเรื่องช้างป่า จากข้อมูลการกระจายตัวของช้างป่าของศููนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุุทยานแห่งชาติ จังหวดเพชรบุุรี กรมอุุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในปี 2564 พบว่าช้างป่ากระจุกตัวอยู่บริเวณพื้นที่ที่ถูกระบุว่าจะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
หากผืนป่าต้องถูกน้ำท่วม นอกจากสูญเสียป่าพื้นราบขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพรองรับการกลับมาของช้างป่าและสัตว์ป่าจากพื้นที่อื่น ๆ แล้ว ช้างป่าส่วนหนึ่งที่หากินอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ มีโอกาสที่จะอพยพออกนอกป่าไปยังพื้นที่ชุมชน ซึ่งจะสร้างผลเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเครื่องมือที่หากใช้ให้เกิดประสิทธิภาพจะสามารถพัฒนาประเทศควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ได้ แต่ทุกวันนี้กระบวนการดังกล่าวมักถูกเรียกว่าเป็นเพียง “พิธีกรรม” เพื่อให้กระบวนการครบถ้วนตามกฎหมาย มากกว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการอนุรักษ์อย่างแท้จริง
“การฟ้องคดีเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น เรามุ่งหวังว่ามันอาจจะเกิดแรงสั่นสะเทือนหรือเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างกับกระบวนการตรวจสอบทางสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย พวกเราไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่การพัฒนาควรมาจากฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะถ้าข้อมูลผิดมันจะเป็นนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
“หลังจากนี้ยังมีกระบวนการทางศาลที่ต้องเดินหน้ากันต่อไป จะแพ้หรือชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือทุกคนได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว”
