จิตรกรรมโกศล #36 - ครูทองอยู่กับครูคงแป๊ะ

ความรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะยุคต้นรัตนโกสินทร์ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ จำนวนไม่น้อยมีแหล่งที่มาจากบันทึกความทรงจำของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นลายพระหัตถ์ใน “สาส์นสมเด็จ” หรือพระนิพนธ์อื่น ๆ ด้วยเหตุว่าสมเด็จฯ ทรงเอาพระทัยใส่ในเรื่องงานช่างเป็นพิเศษ กระทั่งตกทอดมาให้เราท่านได้อาศัยอ้างอิงสืบต่อกันมา

ช่างเขียนคู่แข่งคนสำคัญที่ปรากฏนามและผลงานจากความทรงจำของ “สมเด็จครู” ได้แก่ครูทองอยู่และครูคงแป๊ะ

หลักฐานแรกสุดเท่าที่ค้นพบ คือลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี ร.ศ. 123 (2447) ว่าด้วยเรื่องสร้างพระบฏหลวง เล่าว่าทั้งสองมักรับเขียนภาพจิตรกรรมบนผนังที่อยู่เคียงข้างกัน เป็นทำนอง “ประชัน” ฝีมืออยู่ในที

“คงแป๊ะเปนช่างเอกคนหนึ่งในแผ่นดินพระนั่งเกล้า เปนคู่ขันกับครูทองอยู่ ที่วัดอรุณก็เขียนเคียงประชันกัน คือคงแป๊ะเขียนห้องอุมงค์ตรงที่ประทับ ครูทองอยู่เขียนห้องคันปราสาทที่ชักรอกเตี้ยค่อม ที่วัดสุวรรณก็เขียนเคียงแข่งกันอีก คงแป๊ะเขียนธรรมยุทธ ครูทองอยู่เขียนเนมีย์ ทำอย่างดีด้วยกันทั้ง 2 ห้อง แต่ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยเกล้า ฯ ว่าสู้ครูทองอยู่ไม่ได้ เพราะเขียนกนกไม่แขง แลตัวเองก็รู้ตัวจนไม่ใคร่เขียน ยักเขียนเปนลายอื่นไป แต่ลเอียดแลเรียบมากกว่าครูทองอยู่” 

ถัดมาในปี 2463 หอพระสมุดวชิรญาณ อันมีสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นสภานายกฯ ได้คัดเลือกต้นฉบับ “ตำราสร้างพระพุทธรูป” สมัยรัชกาลที่ 3 ให้พิมพ์เป็นหนังสือแจกเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงเปรื่องคดีราษฎร์ (หริ่ง คทวณิช) ส่วนหนึ่งของตำราฉบับนี้คือ “คำไหว้ครูช่างครั้งกรุงเทพฯ” มีบทหนึ่งกล่าวออกนาม “หลวงวิจิตรเจษฎา” ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทานคำอธิบายว่า

“หลวงวิจิตรเจษฎา ผู้ที่ปรากฎฟุตโนตว่าชื่อทองอยู่นี้ไม่มีที่สงไสย พวกช่างเรียกกันว่าครูทองอยู่ เปนมือคู่ขันกับคงแป๊ะ เขียนประชันกันร่ำไป เช่นที่ในพระอุโบสถวัดอรุณ ซึ่งเพลิงไม่เสียแล้ว เขียนห้องเคียงกัน เรื่องมโหสถด้วยกัน คงแป๊ะเขียนห้องอุมงค์ ครูทองอยู่เขียนห้องชักรอกเตี้ยค่อม แล้วไปเขียนประชันกันที่วัดสุวรรณารามอยู่เคียงกันอิก ครูทองอยู่เขียนเนมีราช คงแป๊ะเขียนมโหสถ ยังคงอยู่ดูได้ดีจนทุกวันนี้ คนทั้งสองนี้ล่ำฦๅด้วยกัน บางพวกถือว่าคงแป๊ะดีกว่า บางพวกถือว่าครูทองอยู่ดีกว่า เกล้ากระหม่อมเปนพวกนับถือครูทองอยู่ แลผู้ที่ใช้คำไหว้ครูนั้นก็นับถือครูทองอยู่ ไม่ไหว้คงแป๊ะ แต่ที่จริงควรจะไหว้ด้วย เพราะฝีมือดีเปนเอกทัดเทียมกัน ไม่มีเสมอสามในรัชกาลที่ 3 ที่ไม่ไหว้จะเปนด้วยคงแป๊ะอายุอ่อน ฤๅมิฉนั้นก็รังเกียจความชั่ว ได้ทราบว่ากระทำผิดฆ่าคนตาย แต่เห็นจะไม่ใช่โดยสัญเจตนา ลูกขุนพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดยกโทษพระราชทาน ตรัสว่าช่างฝีมือดีหาใช้ยาก”

ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นคือครูทองอยู่เป็นช่างหลวง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ “หลวงวิจิตรเจษฎา” ส่วนครูคงแป๊ะ น่าจะเป็นช่างจีน หรือมีเชื้อสายจีน (จึงเรียกว่า “แป๊ะ) มีประวัติอาชญากรรม เคยฆ่าคนตาย แต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษ เพราะเหตุเป็นผู้มีฝีมือทางช่าง

ครั้งหลังสุดที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงกล่าวถึงครูทองอยู่กับครูคงแป๊ะ คือในลายพระหัตถ์ “จดหมายเวร” ที่ทรงมีไปยังสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อเดือนเมษายน 2484 และภายหลังรวบรวมพิมพ์อยู่ใน “สาส์นสมเด็จ” เล่ม 21

“ช่างเขียนที่ดีในรัชกาลที่ 3 มีอีกคนหนึ่งเรียกกันว่าครูทองอยู่ มีฝีมือเขียนอะไรไว้มาก เช่น ห้องพระเนมีย์ในพระอุโบสถวัดสุวรรณาราม เป็นต้น ที่นั่นมีห้องมโหสถอยู่เคียงกัน เห็นได้ว่าตั้งใจจะเขียนประมูล เขาพูดกันว่าฝีมือคงแป๊ะ เขาว่าเป็นพระ แต่ไม่เห็นฝีมือมีที่ไหนอีก เห็นจะตาย”

ดังนั้น ตามความรับรู้ของ “สมเด็จครู” นอกจากครูคงแป๊ะเคยก่อคดีฆาตกรรมแล้ว ยังเป็นพระภิกษุอีกด้วย นำไปสู่ข้อสรุปของบางท่านว่า เมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษจากคดีฆ่าคนตายแล้ว ครูคงแป๊ะตัดสินใจบวชถวายเป็นพระราชกุศลและอยู่ในสมณเพศจนตลอดชีวิต

ข้อมูลจากความทรงจำของ “สมเด็จครู” ดังกล่าวมาแล้วนี้เอง คือความรู้ทั้งหมดที่เรามีอยู่ เกี่ยวกับครูทองอยู่ (หลวงวิจิตรเจษฎา) และครูคงแป๊ะ ช่างเขียนผู้มีฝีมือโดดเด่น “ไม่มีเสมอสาม” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3