จิตรกรรมโกศล #35 - ช่างเขียนผู้หญิง

ช่างเขียนยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นที่กล่าวถึงมาแล้ว คือกลุ่มขุนนางข้าราชการ พระสงฆ์ และคนจีน ล้วนเป็นช่างผู้ชาย หากยังมีข้อมูลว่ามีกลุ่มช่างเขียนที่เป็นผู้หญิงด้วย ซึ่งแม้พบเรื่องราวไม่มากนัก แต่ก็อยากกล่าวถึงไว้ด้วย เผื่อเป็นแนวทางให้ได้สืบค้นหลักฐานกันต่อไป

ในหนังสือ “นางนพมาส” ซึ่งคงแต่งขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มีตอนหนึ่งบรรยายการเรียนวิชาช่างของบรรดาชายหญิงไว้ว่า

“หมู่มนุษย์ก็ประกอบไปด้วยสติปัญญาโดยมาก ต่างร่ำเรียนสรรพวิชาต่างๆ…บางพวกก็เรียนวิชาเป็นช่างสุวรรณหิรัญรัตน์ วัฒกี วาดเขียน แกะจำหลัก ปั้นกลึง หล่อหลอมสรรพวิชาต่างๆ ชำนิชำนาญโดยมาก ฝ่ายสตรีก็ต่างร่ำเรียนวิชาช่างสุวรรณลายแล่นเลขา แกะปั้น ปักทอ ร้อยกรองเย็บย้อมเป็นที่ทำกิน”

อาจตีความทางอ้อมได้ว่าในหมู่ผู้หญิงชั้นสูงยุคต้นกรุงเทพฯ วิชาช่างที่ฝึกหัดเรียนรู้กัน ได้แก่ วิชาช่างทอง ช่างแกะ ช่างปั้น และการเย็บปักถักร้อย ดังปรากฏนามสตรีผู้มีบรรดาศักดิ์หลายท่านว่าเชี่ยวชาญวิชาช่างทอง หม่อมเจ้าชิดชนก กฤดากร (2447-2541) ทรงบันทึกในอัตชีวประวัติ “นิทานชีวิตจริงบางตอนของข้าพเจ้า” ว่าด้วยเจ้าจอมมารดากลิ่นในรัชกาลที่ 4 (2378-2468) ซึ่งเป็นคุณย่าของท่านว่า “ชอบทำแหวนทอง กำไลทอง และโซ่ทอง เป็นรางวัลให้บริวาร ในวันขึ้นปีใหม่ คือวันสงกรานต์…เป็นผู้รีดทองและหลอมทองเอง ไม่ค่อยอนุญาตให้ใครเข้าไปช่วย”

แม้วิชาช่างอย่างอื่นๆ เช่นช่างไม้ ช่างตีเหล็ก ก็มีการฝึกหัดกันในหมู่สตรีชนชั้นสูงด้วย หม่อมหลวงยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา เล่าไว้ในหนังสือ “ประวัติเจ้าคุณพ่อ” ว่า หม่อมมารดาของเจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (เย็น อิศรเสนา 2405-2484) ซึ่งเป็นคนรุ่นรัชกาลที่ 3 – 4 “มีฝีมือทางช่างไม้ ทำโต๊ะตู้ และเครื่องมือเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างดี…แม้ที่สุดตีเหล็ก…ท่านก็ตีเป็น และท่านเคยเผาเหล็กตีเป็นรูปแล้วแต่งด้วยตะไบชุบให้กล้าแล้วประกอบขึ้นเป็นกรรไกรตัดทองขายได้เล่มละสองบาทๆ อยู่พักใหญ่”

ในราชสำนักยังมีช่างเขียนผู้หญิงด้วย พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ (2395-2478) ทรงเล่าถึงบรรยากาศในท้องพระโรงวังท่าพระ สมัยเมื่อพระบิดา คือกรมขุนราชสีหวิกรม (2360-2411) อธิบดีกรมช่างสิบหมู่สมัยรัชกาลที่ 4 ประทับอยู่ ว่า “โดยปรกติใช้เป็นโรงงาน ช่างไม้ ช่างเขียน ช่างสลัก ช่างประดับกระจก จนถึงช่างเขียนผู้หญิง ออกมาเขียนทองผ้าลายทรงก็เขียนที่ท้องพระโรง” ดังนั้น โดยปรกติแล้ว ช่างกลุ่มนี้คงมีหน้าที่เขียนลายทองสำหรับพระภูษา คือเขียนเส้นลายทองทับบนผ้าพิมพ์ที่เรียกกันว่า “ผ้าลาย” หรือ “ผ้าลายอย่าง” อีกทีหนึ่ง ให้งดงามยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นยังมีกล่าวถึงใน “จดหมายเหตุพระราชพิธีลงสรงสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ 5” ว่า ในปี 2429 เมื่อมีการซ่อมแซมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อเตรียมการสำหรับพระราชพิธีลงสรงสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร “ได้ซ่อมแซมเขียนลายผนังแลเพดานใหม่ทั่วไป ใช้ช่างเขียนผู้หญิงแลช่างเขียนมหาดเล็กในพระบรมมหาราชวังแลฝ่ายพระราชวังบวร ตัวช่างไม่พอได้จัดเป็นการจ้างเพิ่มเติมขึ้นบ้าง”

หมายความว่าช่างเขียนผู้หญิงในพระบรมมหาราชวังนี้ สามารถปีนขึ้นไปเขียนภาพจิตรกรรมบนฝาผนังและเพดานได้ด้วย!

ช่างเขียนผู้หญิงนับเป็นช่างหลวง จึงต้องมีสังกัด มีเจ้านายเป็นผู้กำกับดูแล ดังที่หนังสือ “ราชสกุลวงศ์” ของกรมศิลปากร ระบุว่าในรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้กรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์ (2370-2435) กำกับราชการมหาดเล็กช่างกระดาษ ช่างเขียนผู้หญิง และคลังพิมานอากาศ อันเป็นหน่วยงานที่เก็บรักษาเสื่อ พรม ฉาก โคม ตะเกียงแก้ว และถ้วยแก้วของหลวง

แต่ช่างเขียนผู้หญิงเป็นใครมาจากไหน มีวิธีฝึกหัดถ่ายทอดกันมาอย่างไร เกิดขึ้นและหมดสิ้นไปเมื่อใด ล้วนยังไม่ปรากฏหลักฐาน