
“สังคายนา” โดยศัพท์ภาษาบาลี แปลว่าสวดพร้อมกัน “พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์” ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายคำนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า แต่ภายหลัง
“มีความหมายว่าเป็นการประชุมตรวจชําระสอบทาน รักษาพระไตรปิฎกให้บริสุทธิ์ หมดจดจากความผิดพลาดคลาดเคลื่อน โดยกําจัดสิ่งปะปนแปลกปลอมหรือทำให้เข้าใจสับสนออกไป ให้ธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าคงอยู่เป็นแบบแผนอันหนึ่งอันเดียวที่เป็นของแท้แต่เดิม”
ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนเรื่องการสังคายนาพระไตรปิฎก ดูเหมือนเริ่มปรากฏมาแล้วตั้งแต่ในรัชกาลที่ 3 เช่นเมื่อคราวปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ มีการเขียนภาพเรื่องสังคายนาพระไตรปิฎกไว้บนผนังหอพระไตรปิฎก
๏ หอไตรจตุรมุขแม้น ไพชยนต์ อินทร์เอย
ยอดเยี่ยมเวหาดล เด่นฟ้า
พึงพิศจิตรกรรมถกล ผนังวาด ไว้แฮ
ประสาทนับห้องละห้า กระสาปน์จ้างจ่ายรบาย ฯ
๏ ช่างชีคฤหัสถ์ด้วย ฉลุหลาย มือนา
ร่างเรื่องสังคายนาย นพนั้น
ศาลาสี่ทิศราย ชานรอบ
เหลี่ยมสกัดปราการกั้น สี่ซุ้มทวารรวาง ฯ
เรื่องการสังคายนาพระไตรปิฎกทั้ง 9 ครั้ง (นพ แปลว่า 9) นี้ เข้าใจว่าคงเขียนตามเนื้อหาในคัมภีร์ “สังคีติยวงศ์” ซึ่งสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพนฯ นิพนธ์ไว้เป็นภาษาบาลีเมื่อปี 2332 ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 แบ่งออกเป็นการสังคายนาในชมพูทวีป (อินเดีย) 3 ครั้ง ในลังกาทวีป 4 ครั้ง ที่เชียงใหม่ 1 ครั้ง และนับรวมเอาการสังคายนาพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อปี 2331 เข้าไว้ด้วย เป็นครั้งที่ 9
ดังนั้น เนื้อหาของภาพจิตรกรรมฝาผนังกับสิ่งที่ประดิษฐานอยู่ภายใน อันได้แก่พระไตรปิฎก จึงมีความสอดคล้องกัน ทำนองเดียวกับความนิยมเขียนภาพเรื่องตำนานพระพุทธรูปสำคัญไว้ ณ อาคารที่ประดิษฐาน อันได้กล่าวมาแล้ว
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังมีการเขียนภาพเรื่องสังคายนาพระไตรปิฎกทั้ง 9 ครั้ง เป็นภาพจิตรกรรมบริเวณผนังเหนือหน้าต่างในพระอุโบสถ วัดมหาพฤฒาราม กรุงเทพฯ ด้วย
นอกจากนั้น ในราวรัชกาลที่ 4 ยังมีการเขียนภาพเรื่องสังคายนาเป็นลายรดน้ำบนตู้พระธรรมด้วย ได้แก่ชุดตู้ลายรดน้ำสี่ใบ (ได้รับเลขทะเบียนจากกรมศิลปากร แยกเป็นรายตู้ คือ 79/79.1/79.2/79.3) เมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้เคยตั้งอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี แต่ปัจจุบันย้ายมาจัดแสดงไว้ ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ข้างสนามหลวง กรุงเทพฯ
ตู้ทั้งสี่ใบนี้ใหญ่เป็นพิเศษ คือสูงถึง 245 เซนติเมตร และล้วนมีขนาดเท่ากัน เพราะออกแบบมาเพื่อตั้งวางประชิดกันเป็นกลุ่ม จึงเขียนลายรดน้ำไว้เฉพาะแต่ด้านที่หันออกข้างนอกเพียงสองด้าน ส่วนด้านข้างกับด้านหลังซึ่งหันไปติดกับตู้ใบอื่นๆ ในชุดจะไม่ปรากฏลวดลาย
ภาพที่เขียนเป็นเรื่องการสังคายนาพระไตรปิฎกสามครั้งแรก ณ แดนชมพูทวีป ได้แก่ครั้งแรกคือปฐมสังคายนา ครั้งที่ 2 ทุติยสังคายนา และครั้งที่ 3 ตติยสังคายนา จากนั้นข้ามไปฉัฏฐสังคายนา หรือสังคายนาครั้งที่ 6 ที่ลังกาทวีป เมื่อพระพุทธโฆสะข้ามไปแปลพระธรรมคัมภีร์จากภาษาสิงหฬกลับมาเป็นภาษาบาลี
การเขียนภาพชุดสังคายนาไว้บนตู้ลายรดน้ำชุดนี้ก็อาจเทียบเคียงได้กับกรณีของหอไตรวัดพระเชตุพน ถือเป็นการนำเสนอเนื้อหาที่สอดคล้องกัน ระหว่างภาพลายรดน้ำปิดทองคำเปลวด้านนอก กับพระธรรมคัมภีร์อันเคยบรรจุอยู่ภายใน

