ห้างเอ็มโพเรียม กับการทารุณสัตว์

36495

เดือน ตุลาคมนี้ อยากรณรงค์ให้คนที่มีใจรักสัตว์ หรือรักความยุติธรรมช่วยกันประท้วงไม่ไปซื้อของหรือเดินเข้าห้างเอ็มโพเรียม

8-18 ตุลาคม ทางห้างกำลังจัดอีเวนท์มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการจัดงาน “King of The Jungle”  ด้วยการเอาสัตว์ป่าและพืชหายากมาตั้งไว้ภายนอกและภายในบริเวณหน้าห้าง

หรือพูดง่าย ๆคือยกสวนสัตว์มาไว้ในห้างชั่วคราว เพื่อดึงลูกค้ามาจับจ่ายใช้สอยภายในห้างแห่งนี้  โดยไม่สนใจว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับสัตว์ป่าเพียงใดที่ต้องอยู่ในกรงแคบ ๆ ท่ามกลางเสียงสนั่นดังลั่นของลำโพงมหึมาที่แผดเสียงสร้างบรรยากาศแบบป่าเถื่อน

ผมเห็นลูกช้างยืนตากแดดแกว่งงวงไปมาให้เรียกแขกอยู่หน้าทางเข้า  ศักดิ์ศรีของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมีเพียงแค่นี้ ไม่ต่างอะไรจากการที่เราประนามเจ้าของช้างที่เอาลูกช้างมาเดินขอทานตามท้องถนน

ผมเห็นลูกเสือขาว หรือลูกเสือไซบีเรียที่มีถิ่นอาศัยเดิมอยู่ในดินแดนอันหนาวเย็น กลับต้องมาอยู่ในกรงแคบ ๆ ขนาดยืนแล้วพอดีตัว มันนอนหมอบอยู่แสดงสีหน้าเครียดอย่างชัดเจน เพราะไม่สามารถเดินไปมาได้

กรงข้าง ๆเป็นนกกระจอกเทศผอมโซสองตัวยืนเศร้าซึม ไม่มีชีวิตชีวา

พอเดินเข้าไปในห้างที่ถูกเนรมิตรให้มีบรรยากาศแบบซาฮาร่า  ดีเจเปิดเพลงอย่างไม่เกรงใจสัตว์  ผมเห็นตู้กระจกขนาดเล็กวางเรียงรายอยู่ตรงทางเดินตรงกลาง ภายในมีหนูแปลก ๆพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลก มาจัดแสดงให้เห็น แต่ที่น่าอนาถใจคือ แทบทุกตัว นอนคุดคู้อยู่มุมใดมุมหนึ่ง ของตู้กระจก ราวกับหาที่หลบภัย จากแสงสว่าง หรือแฟล็ชจากกล้องนานาชนิดที่รุมถ่าย แม้ว่าจะมีป้ายห้ามใช้แฟลชแล้วก็ตาม

ถัดมาผมเห็น เตกูสีแดง กิ้งก่าขนาดยักษ์จากอเมริกาใต้ขนาดตัวโตเต็มที่เมตรเศษ  อยู่ในตู้กระจกขนาดเท่าตัวมันพอดี จนไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ โดยธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้ มักจะลงไปอยู่ใต้พื้นดินเพื่อพักผ่อน ผมเห็นมันพยายามใช้อุ้งเล็บตะกุยพื้นกระจกที่มีทรายอยู่เล็กน้อย จนเล็บเริ่มสึก

กรงสัตว์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้พอดีกับขนาดของสัตว์ เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ของห้าง

พอเดินขึ้นชั้นสอง ไฮไลท์อยู่ที่ตัวลีเมอร์ สัตว์ตระกูลลิงจากเกาะมาดากัสการ์  ปรากฏว่ามันเครียดมากอย่างเห็นได้ชัด จากการที่ต้องมาอยู่ในที่จำกัดมาก

นกแสกสัตว์หากินในกลางคืน ยังคงถูกลูกค้าของห้างกระหน่ำแฟลชเข้าลูกตาอย่างไม่ปรานี

สัตว์เหล่านี้เช่ามาสวนสัตว์เขาดิน และสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี ให้ยืมสัตว์มาจัดแสดง ซึ่งสมควรจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหมาะสมแล้วหรือกับวิธีการหาเงินกับสัตว์ป่าแบบนี้

แต่ที่ตลกร้ายคือ ผมได้รับแผ่นพับโฆษณา ข้างในมีสโลแกนของงานนี้ว่า  Save The World Save The Wildlife  มีคำบรรยายถึงปัญหาโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และเรียกร้องให้ช่วยกันอนุรักษ์โลก อนุรักษ์สัตว์ป่าเหล่านี้

ลำพังสัตว์หายากเหล่านี้ มันก็เครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่ต้องถูกพรากพ่อพรากแม่ นำตัวมาจากป่าแดนไกลมาอยู่ตามสวนสัตว์ในเมืองไทย  แต่ก็ยังพอโล่งอกได้นิดหนึ่งตรงที่สวนสัตว์ต่าง ๆ อย่างน้อยก็มีพื้นที่กว้างขวางพอวิ่งเล่นได้  แต่เมื่อมันถูกนำมาอยู่ในกรงคับแคบชั่วคราวภายในห้าง  ความเครียดต้องมีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ลองนึกถึงตัวเองที่ต้องอยู่ในกรงแคบ ๆทั้งวันทั้งคืน  เดินแทบไม่ได้ ยืนยังไม่ไหว แล้วจะเข้าอกเข้าใจความเครียดของสัตว์เหล่านี้กันมั่ง

การเอาสัตว์มาโชว์ ไม่ใช่เรื่องของการอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่เป็นเรื่องการหากินกับเครียด ความเหงา ความทุกข์ยากของสัตว์มากกว่า

ในสมุดเซ็นเยี่ยม มีหน้าหนึ่งเขียนว่า  “โหดร้ายมากค่ะ สัตว์หนวกหู สัตว์อยู่ในที่จำกัด และอาจติดเชื้อโรคจากมนุษย์”

เคยถามผู้บริหารห้างบางคน ว่าเมื่อไรจะเลิกจัดสักที เพราะจัดมาหลายปีติดต่อกันแล้ว คำตอบที่ได้ ก็คือ ฝ่ายตลาดบอกว่า ลูกค้าชอบ

มันจะไม่มักง่ายไปหน่อยหรือครับ

แน่นอนว่า เราจะเห็นผู้ปกครองพาเด็กมากมายมาดูสัตว์ เพราะเป็นธรรมชาติของเด็กอยู่แล้วที่รักสัตว์ แต่เบื้องหลังของสิ่งเหล่านี้ที่เด็กคงคิดไม่ทันก็คือ  การทารุณกรรมสัตว์ ที่เอามาอยู่ในกรงแคบ ๆ  เด็กอยากดูสัตว์จริง ๆ ก็ควรจะพาไปที่สวนสัตว์ ไม่ใช่ยกสวนสัตว์ชั่วคราวมาเอาใจเด็กถึงในห้าง

อย่าเอาความมักง่ายของกลยุทธ์ทางการตลาดพาคนเข้าห้างด้วยการทำร้ายสัตว์  อย่าให้คนเขาวิจารณ์ว่า ผู้บริหารกิจการหมื่นล้านสร้างยอดขายบนความทุกข์ของสัตว์ป่า

มันบาปนะครับ ทารุณกับสัตว์ที่ไม่มีทางต่อสู้ได้เลย

กรุงเทพธุรกิจ     15 ตุลาคม 2552

Comments

  1. Pingback: Tweets that mention ห้างเอ็มโพเรียม กับการทารุณสัตว์ | -- Topsy.com

  2. คนคู่

    นับเป็นอีกตัวอย่างของ CSR ที่หลงทาง หลงทิศ และหลงผิดมหันต์

  3. วันวิสา

    ดูในภาพเห็นมีโลโก้ของการท่องเที่ยวด้วยนี่ เอะอะพี่แกจะชวนคนเที่ยวอย่างเดียวจริงๆ

  4. ป๋อง โป๊ยเซียน

    โชคดีที่ตัวเองไม่ชอบเดินทางไปในที่รถราติดขัดทำให้แทบจะไม่เคยไปห้างนี้เลย ยอมรับว่าไม่เคยรู้ว่ามีกิจกรรมทางการตลาดแบบนี้ติดต่อกับหลายปีในห้างนี้
    ไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้ครับ
    นึกเปรียบเทียบว่าเราอยู่บ้านของเรา แล้วมีใครก็ไม่รู้เดินเข้าออกบ้านเราเป็นว่าเล่น แค่นึกก็แย่แล้วครับ
    เสียใจจริงๆที่ยังมีกิจกรรมแบบนี้อีก

  5. แตน ดีไรท์

    จริงก็ไม่ชอบพาลูกไปดูแต่ถ้าเรามองต่างมุมดูก็เป็นการดีที่เราจะได้สอนเด็กถึงความถูกต้องและความไม่ถูกต้องก็ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.