สื่อไทยกับโลกร้อน

ช่วงเวลาที่ผ่านมา คนทั่วโลกกำลังจับตาไปที่ผลการประชุม ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ประมาณว่าเฝ้าดูผลด้วยใจระทึกมากกว่าประกาศผลการแบ่งสายฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้เสียอีก

เป็นการประชุมที่มีผู้นำจากประเทศทั่วโลกมาประชุมโดยพร้อมเพรียงกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์การประชุมของโลก ถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด บางฝ่ายประท้วง บอยคอตและกลับมาประชุมกันใหม่ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร้ายแรงที่สุดของมนุษยชาติ ก่อนที่จะสายเกินไป

คือปัญหาโลกร้อน ที่กำลังเป็นปัญหาโลกแตกกันอยู่ในขณะนี้

การประชุมครั้งนี้ผู้แทนจากประเทศทั่วโลกจะต้องมาทำความตกลงให้แน่ชัดว่า จะมีมาตรการที่บังคับให้แต่ละประเทศ ทั้งรวย ทั้งจน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างไร  เพราะพันธกรณีจากพิธีสารเกียวโตที่บังคับให้ประเทศทั่วโลกใช้นั้น  จะสิ้นสุดลงในปีพ.ศ. 2555

บทสรุปพิธีสารโคเปนเฮเกน จึงเหมือนข้อบังคับใหม่ที่ทั่วโลกต้องปฏิบัติตาม  เพราะหากการประชุมนี้ไร้ผล ปัญหาน้ำทะเลท่วมโลก ปัญหาฝนฟ้าวิปริต ปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ปัญหาน้ำแข็งขั้วโลกละลายจนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงท่วมโลกอาจเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ปี

ตัวอย่างล่าสุดที่คนทางซีกโลกใต้กำลังตื่นตกใจคือ ก้อนภูเขาน้ำแข็งยักษ์ความสูง 40 เมตร ขนาด 250,000 ไร่ ที่แตกตัวจากทวีปแอนตาร์ติกา กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศออสเตรเลียทุกขณะ

แต่ก่อนที่ผลการประชุมจะออกมา เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา กลุ่มประชาคมจาก 132 ประเทศได้นัดหมายกันชุมนุมกันทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่บราซิล ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ กรุงเทพมหานคร เนปาล ประเทศทางแถบยุโรป และในทวีปแอฟริกา มีชาวโลกสิบกว่าล้านคนร่วมลงชื่อ เพื่อแสดงเจตจำนงให้การประชุมครั้งนี้ส่งผลต่อการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

บ่ายแก่ ๆวันนั้น พรรคพวกได้ชักชวนให้ผู้สนใจขี่จักรยานไปรวมตัวกันที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลากลางกรุงเทพมหานคร เพื่อรวมตัวกันในฐานะประชาชนตัวแทนของประเทศไทยที่มีความสนใจต่อการแก้ปัญหาโลกร้อน โดยมีมูลนิธิโลกสีเขียวเป็นตัวตั้งตัวตี

ผมมีโอกาสขี่จักรยานไปร่วมสมทบกับเขาด้วย มีคนไทยหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่เด็กประถมไปจนถึง ผู้ใหญ่ ประมาณ50-60 คนมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ และอ่านแถลงการณ์เรียกร้องต่อที่ประชุมในกรุงโคเปนเฮเกน โดยมีเนื้อหาเดียวกับแถลงการณ์ของประชาคมทั่วโลกคือ

ทุกวันนี้โลกมีความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูงถึง 380 ppm หรือ 380ส่วนต่ออากาศล้านส่วน ทำให้โลกร้อนขึ้น 0.7 องศาเซลเซียส และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ  ดังนั้นกลุ่มประชาคมทั่วโลกจึงเรียกร้องให้

1.  ทั่วโลกต้องลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง ลงเหลือระดับ 350 ppm ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัย ภายในสิบปีข้างหน้า

2.  ให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว จัดสรรทุนปีละ 2 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ยากจนกว่าให้สามารถปรับตัวรับมือกับภาวะโลกร้อนได้

3.  เป็นข้อตกลงที่ต้องมีสัญญาผูกมัด มีข้อบังคับที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่ออกข้อบังคับมาแล้ว ใครไม่ปฏิบัติตามก็ไม่เป็นไร

คืนนั้นสื่อมวลชนทั่วโลกพร้อมใจกันรายงานข่าวว่า แต่ละประเทศได้จัดกิจกรรมเพื่อแสดงเจตจำนงต่อโลกร้อนอย่างไรกันมั่ง

ผู้สังเกตการณ์หลายคนบอกว่า น่าเสียดายที่มีคนไทยมาร่วมกันน้อยกว่าที่คิด เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าอินโดนีเซีย ไต้หวัน หรือฟิลิปปินส์ ที่มีคนจำนวนมากมาร่วมในวันนั้น จนดูเหมือนว่าคนไทยคงรู้สึกว่า ปัญหาเรื่องโลกร้อนยังเป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นเรื่องของต่างประเทศ จึงไม่ค่อยตื่นตัวที่จะมาร่วมกันแสดงพลังให้มากเท่าที่ควร แม้แต่สื่อเองก็ตาม

สื่อมวลชนมาทำข่าวกันน้อย โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รายวัน แม้ว่าผู้จัดงานจะกระหน่ำส่งหมายข่าวเชิญสื่อไปนานหลายวันแล้วก็ตาม และที่ขำ ๆก็คือ แม้แต่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของบ้านเรา ก็พร้อมใจกันลงรูปเหตุการณ์การชุมนุมทั่วโลก ยกเว้นที่ประเทศไทย

ที่ผ่านมาเคยมีงานวิจัยรายงานจำนวนข่าวโลกร้อนในสื่อของบ้านเรา ปรากฏว่าข่าวโลกร้อนในบ้านเราดูเหมือนจะมีการนำเสนอกันเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นข่าวแปลรายงานสถานการณ์โลกร้อนจากต่างประเทศมากกว่าที่จะนำเสนอปัญหาโลกร้อนในเมืองไทย เพราะระดับบก.ข่าวหลายคนยังเชื่อว่าโลกร้อนเป็นเรื่องไกลตัวคนไทย

ขณะที่สื่อต่างประเทศพากันพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง รายงานข่าวการประชุมที่กรุงโคเปนเฮเกน เพราะตระหนักดีว่า โลกร้อนเป็นปัญหาความเป็นความตายของมนุษยชาติครั้งร้ายแรงที่สุด และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิต

แต่การพาดหัวข่าวบ้านเรา ยังวนเวียนกับเรื่องข่าวความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งสี และการจัดฉากในกัมพูชา จนผู้บริโภคข่าวแทบจะอาเจียนออกมาเป็นสีเหลืองแดง

ไม่น่าแปลกใจที่ยอดขายหนังสือพิมพ์ตกลงทุกฉบับ เพราะคนอ่านเอียนกับข่าวแบบนี้มานานแล้ว

ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  17 ธันวาคม 2552

Comments

  1. ป๋อง โป๊ยเซียน

    เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและไม่เคยล้าสมัยครับ

  2. Pingback: Tweets that mention สื่อไทยกับโลกร้อน | -- Topsy.com

  3. เปี๊ยก

    เห็นด้วยเรื่องสภาวะโลกร้อน(ที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว)
    เหมือนทฤษฎีต้มกบในน้ำเย็น(แต่ไฟอยู่ด้านล่างของหม้อ)
    กบไม่มีทางเห็นไฟ แต่กว่าจะรู้ว่าร้อนก็สุกแล้ว

    ปชส.กระทรวงพลังงานจะจัดงาน(อีเวนต์)คิดว่าใหญ่นะ
    ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 15ก.พ.2553 นี้
    โดยหากินกับ(อ้าง)สภาวะโลกร้อนนี่แหละ

    สื่อมวลชนคงมีแต่หน้าเดิมๆ

    จบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.