วีระศักร จันทร์ส่งแสง : เรื่อง
ประเวช ตันตราภิรมย์ : ภาพ
การเรียนรู้เรื่องสมุนไพรจากหมอยาพื้นบ้านของหมอต้อม
หรือ เภสัชกรหญิง ดอกเตอร์สุภาภรณ์ ปิติพร ไม่ได้ทำเพียง
แค่เก็บข้อมูลเชิงเอกสารอย่างการวิจัยของนักวิชาการโดยทั่วไป
แต่เธอทำโดยลงไปคลุกคลี สร้างความสัมพันธ์ และเรียนรู้โดยการสัมผัสจริง
ทั้งการเดินป่าเก็บตัวอย่าง ดม ชม ชิม เพื่อทำความรู้จักกับตัวยาดัวยตนเองด้วย
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ในวัย ๕๐ ปี บอกว่าถือเป็นช่วงที่ดีของชีวิต
กับการได้อยู่กับงานเก็บความรู้เรื่องยาสมุนไพร
และล่าสุดเธอเพิ่งเข้ารับพระราชทานรางวัลบุคคลดีเด่นของชาติ
สาขาเผยแพร่เกียรติภูมิไทย (ด้านการแพทย์แผนไทย)
จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี มาเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓
๑
คุณเพิ่งได้รับรางวัลระดับชาติ “บุคคลดีเด่นของชาติ” ด้านการแพทย์แผนไทย มาเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ซึ่งคงเป็นความปีติยินดีของคนรอบข้าง แต่กับตัวเองคุณคงรู้อยู่แก่ใจว่า รางวัลนั้นเป็นแค่เรื่องชั่วขณะ งานที่คุณทำอยู่นั่นต่างหากที่ยาวนานยิ่งกว่า
เมื่อถูกถามว่าทำอย่างไร–ในช่วงเวลาเพียงไม่ถึง ๑๐ ปี ผลิตภัณฑ์ตราอภัยภูเบศรก็ก้าวมาอยู่แถวหน้าสุดของประเทศในด้านสมุนไพร
คุณตอบว่า ไม่รู้
คนฟังไม่กังขาว่าคุณพูดอย่างเล่นลิ้น ก็คุณไม่ใช่แม่ค้า ไม่ใช่นักการตลาด คุณเป็นแค่นักฝัน นักสู้ นักธรรมชาตินิยม และนักมนุษยนิยม ที่เชื่อเรื่องความรู้สึกมากกว่าเหตุผลในบางกรณี
อาจมีหลายเรื่องที่คุณไม่รู้ แต่คุณรู้จักตัวเอง คุณบอกว่าในช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ดีของชีวิต
คุณเป็นข้าราชการ ชื่อตามตำแหน่งของคุณคือ เภสัชกรหญิง ดอกเตอร์สุภาภรณ์ ปิติพร เภสัชกร ๙ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม แต่ใครๆ มักเรียกคุณด้วยชื่อเล่นกันติดปากว่า “หมอต้อม” ในวันเวลาราชการคุณปฏิบัติงานราชการไปตามหน้าที่ อยู่ในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดปราจีนบุรี และใช้เวลาในช่วงวันหยุดรวมทั้งยามว่างระหว่างวันไปกับงานเก็บรวบรวมความรู้ เรื่องยาสมุนไพรจากหมอยาพื้นบ้าน จนพวกน้องๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยบอกว่า คุณน่ะทำงานวันละ ๒๕ ชั่วโมง
ซึ่งคุณเองก็ดูจะนิยามตัวเองในทำนองนั้น คุณชอบ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กับบุคลิกที่หัวยุ่งฟูอย่างคนที่ตื่นตัวกับความคิดและการงานอยู่ตลอดเวลา คุณชื่นชม โทมัส เอดิสัน จากเกร็ดชีวิตเขาบางตอนที่เคยอ่านเจอ
เมื่อเห็นสามีโหมทำงานหนักอย่างไม่มีเวลาหยุดพัก ภรรยาก็เตือนด้วยความห่วงใย
“ที่รัก-คุณน่าจะหาเวลาพักผ่อนบ้าง” คุณนายเอดิสันวอนสามี
“จะให้ผมไปไหนเล่า ?”
“ก็ไปที่คุณชอบ”
โทมัส เอดิสัน เดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน
นั่นละ ที่ทำให้คุณชื่นชมในตัวเขา คุณก็เช่นกัน คุณบอกว่าความสุขและการพักผ่อนของคุณก็อยู่ในโมงยามการทำงานนั่นแหละ การงานในพื้นที่ งานในการเก็บรวบรวมความรู้เรื่องยาสมุนไพร ที่คุณทำมาตั้งแต่เริ่มรับราชการจนทุกวันนี้
ในวัยใกล้ ๕๐ ปี คุณยังคงทำงานหนักเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ยังพร้อมสำหรับการลงพื้นที่ ไม่ว่าจะกันดารหรือเสี่ยงภัยแค่ไหน–หากรู้ว่าที่นั่นมีหมอยาพื้นบ้านให้คุณ ได้ขอความรู้-ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาสมุนไพร
คุณเคยดั้นด้นเข้าไปถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่อยู่ลึกที่สุดแห่งหนึ่งของ ประเทศไทย เสี่ยงภัยความไม่สงบลงไปถึงแถบ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ตระเวนไปในหมู่บ้านตามแนวชายแดน กระทั่งล่วงลึกเข้าไปถึงหมู่บ้านคนไทยในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ทางภาคอีสาน คุณปีนขึ้นยอดภูหลวง จังหวัดเลย และตามตะเข็บชายแดนภาคเหนือจนถึงดอยไตแลง พื้นที่สู้รบของกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ ต่อมาคุณเดินทางเข้าไปถึงใจกลางรัฐฉาน ประเทศพม่า หลังจากนั้นคุณยังเข้าไปเก็บความรู้จากหมอยาไทใหญ่ในแคว้นไต้คง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ยังไม่นับรวมที่คุณบินข้ามน้ำข้ามฟ้าไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสัมมนา หมอยาพื้นบ้านจากทั่วโลก ที่จัดขึ้นที่ประเทศอินเดีย
การทุ่มเทอย่างน่าเหนื่อยหนักนี้ คุณบอกว่าเพื่อจะเก็บความรู้เอาไว้ อาจยังไม่ได้ใช้ทันทีในวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลาที่คนรุ่นหลังต้องใช้ ก็มีข้อมูลที่จะหันกลับมาใช้ได้
“เมื่อก่อนไม่ใช่อย่างนี้ สมัยหนึ่งการแพทย์แผนไทยกับแผนตะวันตกอาจเคยเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา เราแพ้ตอนเขามีวัคซีน แล้วเราคิดว่าเขาดีทั้งหมด ก็ทิ้งของเราไปพึ่งพิงยาฝรั่ง ซึ่งเขามีสิทธิบัตรยาอยู่ในมือ จะให้จดสิทธิบัตรแข่งกัน เราจะไปสู้อะไรเขาได้”
คุณจึงเลือกหนทางที่จะหันกลับมาหาความรู้ดั้งเดิมให้คนของเราทำยาใช้เองได้
“การต่อสู้นี้อาจชนะหรือไม่ชนะ สู้ได้หรือไม่ได้ แต่ต้องทำ”
ที่ว่างเว้นจากงานราชการไปกับงานลงพื้นที่เก็บความรู้
จากหมอยาพื้นบ้านในท้องถิ่นต่างๆ ปีละหลายครั้ง

เช่นเดียวกับเมื่อคราวลงไปแถบจังหวัดชายแดนใต้
ที่นอกจากได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพรจากหมอยามุสลิม
เธอยังช่วยสอนชาวบ้านที่โละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
ให้เคี่ยวน้ำมันเหลืองจากสมุนไพรพื้นบ้านไว้ใช้เองด้วย
และไม่นานเดือนหลังจากนั้นหมอต้อมก็ขึ้นเหนือ
Pingback: ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร แม่หมอสมุนไพร “อภัยภูเบศร” เรื่องโดย วีระศักร จันทร์ส่งแสง | ⊹⊱✿ What A.S. can'