
แฟนบอล “ไดโนเสาร์พิฆาต” ขอนแก่น เอฟซี ถ่ายภาพหน้าสนามไอ-โมบาย สเตเดียม สนามเหย้า
ของทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ พีอีเอ ก่อนการพบกันระหว่างสองทีมจากถิ่นอีสาน

การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกได้รับความสนใจจากแฟนบอลทุกเพศทุกวัย
กฎ กติกา มารยาท พัฒนาการสู่ลีกอาชีพ
“ฟุตบอลไทยวันนี้แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เมื่อก่อนคนดูไม่มี เล่นกันเองดูกันเอง บางครั้งเอาตลกมาเล่นช่วงพักครึ่ง แต่วันนี้ฟุตบอลไทยกำลังเดินไปถูกทาง ท้องถิ่นนิยม คนดูเยอะ สินค้าที่ระลึกขายดี แต่ก็มีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าเรื่องโปรแกรมหรือมาตรฐานผู้ตัดสิน ซึ่งถ้าทุกฝ่ายช่วยกันผมเชื่อว่าเราทำได้ ไม่อย่างนั้นฟุตบอลไทยคงไม่พัฒนามาจนทุกวันนี้”
เทิดศักดิ์ ใจมั่น ตอบคำถามเรื่องพัฒนาการของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ดาวเตะแกนหลักสโมสรชลบุรี เอฟซี ผู้นี้เคยออกไปค้าแข้งที่ประเทศสิงคโปร์ คว้าแชมป์เอสลีกหลายสมัย ก่อนจะกลับมาค้าแข้งในประเทศไทยเมื่อฟุตบอลลีกไทยเฟื่องฟู
ขณะที่ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานกรรมการบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ในฐานะอดีตนักฟุตบอลทีมชาติและสังกัดสโมสรธนาคารกรุงเทพ เล่าว่า
“สมัยผมติดทีมชาติเมื่อ ๕๐ ปีก่อน จนมาถึงยุค ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว คนไทยคลั่งไคล้ฟุตบอลไทยเพราะไม่ค่อยมีถ่ายทอดสดฟุตบอลนอก ข่าวกีฬาต่างประเทศก็ยังไม่มากนัก แต่มายุคหลังเมื่อมีบอลนอกให้ดู ข่าวสารเข้าถึงง่าย บอลไทยก็เริ่มเสื่อมความนิยม
“อย่างไรก็ตาม เมื่อคนไทยรู้สึกอินกับฟุตบอลไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ถูกฟุตบอลนอกแย่งความรักความนิยมไป หากรู้จักบริหารจัดการให้ดีก็จะดึงความรู้สึกนี้ออกมาได้ คนไทยต้องกลับมาเทใจให้ฟุตบอลไทยอย่างแน่นอน”
…………………………………
เบื้องหลังการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรที่ได้รับความนิยมมากเป็นประวัติการณ์ ล้างภาพอัฒจันทร์ร้าง–ไร้กองเชียร์ นักเตะวิ่งเหยาะแหยะเหมือนหมดแรงเพราะอ่อนซ้อม กลับมาวิ่งลืมตายเมื่อได้ยินเสียงเชียร์ดังกึกก้อง จึงเป็นความพยายามเดินตามมาตรฐานที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียกำหนดไว้
ตั้งแต่เรื่องหัวหน้าผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลซึ่งต้องมีประกาศนียบัตรระดับ A License (ควบคุมโดยฟีฟ่า หรือสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย)
นักฟุตบอลต้องเซ็นสัญญาว่าจ้างกับสโมสรต้นสังกัดเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุถึงค่าจ้างรวมทั้งกำหนดระยะเวลาของสัญญาชัดเจน ไม่ใช่อยู่ในรูปแบบ “สัญญาใจ” ที่เพียงแค่พูดคุยกันเพียงลมปาก ไม่มีหลักฐานยืนยันเหมือนในอดีต หากเป็นนักฟุตบอลต่างชาติต้องมีใบไอซีที (International Transfer Certificate) จึงมีสิทธิ์ค้าแข้งในลีกไทย
ลงรายละเอียดลึกกันไปถึงเรื่องตัวแทนค้าต่าง หรือ “เอเยนต์นักฟุตบอล” บุคคลผู้มีส่วนสำคัญในการ “ซื้อ-ขาย” ผู้เล่นระหว่างสโมสร
แม้มีข้อกำหนดให้เอเยนต์นักฟุตบอลต้องผ่านการทดสอบโดยฟีฟ่าเพื่อเป็นเอเยนต์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งในฐานะนักฟุตบอลและตัวเอเยนต์เอง
ยศรัณย์ โควสุรัตน์ เอเยนต์นักฟุตบอลของไทยเล่าว่า “เรื่องเอเยนต์เป็นสิ่งที่นักบอลไทยไม่ให้ความสำคัญ บ้างก็ใช้เอเยนต์เถื่อน หรือเชื่อระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกมานานในวงการฟุตบอลไทย ไม่เหมือนนักเตะต่างชาติ หากย้ายสโมสรเขาจะนึกถึงเอเยนต์เป็นอันดับแรก เพราะนี่คือคนที่จะคอยติดต่อประสานงาน ดูแลรายได้-ผลประโยชน์ไม่ให้ถูกสโมสรเอาเปรียบ”
ลองคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ของฟีฟ่า (www.fifa.com) ในหมวด Players’ agents List จะเห็นว่าปัจจุบันเมืองไทยมีเอเยนต์นักฟุตบอลขึ้นทะเบียนถูกต้องเพียง ๖ คนเท่านั้น ขณะที่อังกฤษมี ๔๕๐ คน บราซิล ๓๓๙ คน เดนมาร์ก ๔๗ คน ญี่ปุ่น ๒๙ คน อินโดนีเซีย ๑๑ คน จนกล่าวได้ว่านักฟุตบอลไทยแทบทุกคนยังไม่มีเอเยนต์ถูกต้องตามกฎหมายขณะที่นักฟุตบอลต่างชาติจะให้ความสำคัญเรื่องนี้มากกว่า
“บางคนอาจนึกถึง ปินี่ ซาฮาวี เอเยนต์จอมแสบผู้อยู่เบื้องหลังการย้ายทีมครั้งสำคัญ ผู้ปั่นราคานักเตะหรือยุยงให้นักเตะเรียกร้องค่าเหนื่อยสูงๆ ทว่านี่คือผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ หากถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมหรือถูกฉีกสัญญาจ้าง เอเยนต์คือผู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่นักเตะที่อาจไม่มีความรู้ทางกฎหมาย”
นอกจากนี้ในเรื่องสนามแข่งขัน ต้องมีอัฒจันทร์ความจุไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ที่นั่ง มีการแบ่งเขตกองเชียร์ฝั่งเจ้าบ้านกับทีมเยือนชัดเจน มีที่นั่งสื่อมวลชน มีห้องอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน คือห้องพักผู้ตัดสิน ห้องพักนักกีฬา ห้องแถลงข่าวหลังจบเกม หากต้องจัดแข่งขันหลังสี่โมงเย็น ไฟส่องสนามต้องมีความเข้มของแสงไม่ต่ำกว่า ๑,๒๐๐ ลักซ์ เป็นต้น
…………………………………
ทว่าแม้จะมีความพยายามผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาตรฐานของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียสักเพียงใด ปี ๒๕๕๒ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียก็ตัดสินใจถอดสิทธิ์ทีมแชมป์ฟุตบอลไทยไม่ให้ลงเตะรายการเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกโดยอัตโนมัติ กำหนดให้แชมป์ไทยลีกต้องผ่านการเตะรอบคัดเลือกเสียก่อน ทั้งที่สโมสรจากเมืองไทยเป็นขาประจำของฟุตบอลรายการนี้ และเคยมีผลงานดีสุดคือตำแหน่งแชมเปียนฤดูกาล ๒๕๓๗ และ ๒๕๓๘ จากสโมสรธนาคารกสิกรไทย
การหวนคืนสู่สังเวียนลูกหนังระดับทวีปที่มีสโมสรชั้นนำจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย จีน ฯลฯ เป็นบันไดอีกหนึ่งขั้นที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลไทยทุกคนต้องก้าวผ่านไปให้ได้
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่พอจะพูดได้ว่าฟุตบอลลีกของไทยได้มาตรฐาน และมีความเป็น “มืออาชีพ” กว่าที่เป็นอยู่เดิม
ฟุตบอลลีกไทยในยุคสมัยแห่งความหวัง
ทุกเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงธันวาคม
ถนนทุกสายในจังหวัดสมุทรสงครามล้วนมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาจังหวัด เช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัด เช่นที่สนามไอ-โมบาย สเตเดียม จังหวัดบุรีรัมย์ สนามกีฬาจังหวัดขอนแก่น สนาม ศรีนครลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ สนามกีฬามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
ที่จังหวัดชลบุรี ถนนสายลูกหนังแบ่งออกเป็น ๔ สาย ด้วยมีสโมสรฟุตบอลจากจังหวัดชายทะเลโลดแล่นอยู่ใน
ไทยพรีเมียร์ลีกถึง ๔ สโมสร คือ ชลบุรี เอฟซี, พัทยา ยูไนเต็ด, ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี และราชนาวีสโมสร ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร รังเหย้าของสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี, บีอีซี เทโรศาสน, อาร์มี่ ยูไนเต็ด และทีโอที เอสซี
ที่คลอง ๓ จังหวัดปทุมธานี ถนนเลียบคลองรังสิตซึ่งทอดยาวผ่านหน้าสนามลีโอ สเตเดียม คึกคักไปด้วยแฟนบอลทีม “กระต่ายแก้ว”- -บางกอกกล๊าส เอฟซี จนทำให้การจราจรคับคั่งก่อนถึงเวลาแข่งขันนานนับชั่วโมง ไม่ต่างจากลานจอดรถย่านเมืองทองธานีที่เต็มพรึบไปด้วยแฟนบอล “อุลตร้าเมืองทอง” – -เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
ยิ่งหากสัปดาห์ใดมี “บิ๊กแมตช์” สโมสรระดับแม่เหล็กเดินทางมาเยือน รังเหย้าความจุกว่า ๑๕,๐๐๐ ที่นั่งแทบไม่มีที่ว่างพอสำหรับผู้ต้องการเข้าชม–หากใครเคยขับรถผ่านทางด่วนแจ้งวัฒนะ-บางปะอินคงพอสังเกตเห็น
……………………………………………
แม้ค่ำนี้ยังมีฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษยิงสดข้ามทวีปให้ติดตามเชียร์ทีมโปรดอย่าง “ปีศาจแดง” “หงส์แดง” “ปืนใหญ่” “เรือใบสีฟ้า” ฯลฯ
ทว่าตอนนี้คนไทยมีสโมสรฟุตบอลอย่าง “ฉลามชล” “ปลาทูคะนอง” “กิเลนผยอง” “กูปรีอันตราย” “ปราสาทสายฟ้า” “สิงห์เจ้าท่า” “สุภาพบุรุษวงจักร” “กว่างโซ้งมหาภัย” ฯลฯ ให้สัมผัสใกล้ชิดชนิด “จับต้องได้” ถึงขอบสนาม
ฟุตบอลไทยที่หลับใหลมายาวนาน ได้ตื่นขึ้นพร้อมความหวังอันเรืองรอง
ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับมิตรภาพและความอนุเคราะห์
คุณมิตติ ติยะไพรัช คุณกอปรทิพย์ อัจฉริยโสภณ คุณวิทยา เลาหกุล คุณอรรณพ สิงห์โตทอง คุณจีระศักดิ์ โจมทอง คุณเนวิน ชิดชอบ คุณกรุณา ชิดชอบ คุณประมูลชัย นพสุวรรณวงศ์ คุณกิตติภณ นทีทอง คุณยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ คุณรักชนก ไชยรัตน์