โลกสารคดี
-
Wish Us Luck ขอให้เราโชคดี
Wish Us Luck หรือ ขอให้เราโชคดี เป็นสารคดีบันทึกการเดินทางกลับบ้านด้วยการเลือกนั่งรถไฟทรานไซบีเรียน เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งผ่านถึง ๗ ประเทศ ผ่านสภาพภูมิประเทศ และแวดล้อมอันแตกต่างกัน นั่นคือ อังกฤษ-ฝรั่งเศส-เยอรมัน-รัสเซีย-มองโกเลีย-จีน-เวียดนาม-ลาว-ไทย ซึ่งใช้เวลาเดินทางร่วม ๑ เดือน อย่างไรก็ตามงานชิ้นนี้ไม่ใช่สารคดีเชิงท่องเที่ยว หากเป็นงานกึ่งสารคดีแบบที่สองผู้กำกับถนัด งานชิ้นนี้จึงเป็นการบันทึกชีวิตส่วนตัว ว่าด้วยความสัมพันธ์ของผู้เดินทางสองคนอันได้แก่ตัวผู้กำกับเองซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝด วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ ผ่านเหตุการณ์ที่พวกเธอทั้งคู่ได้ประสบทั้งทุกข์และสุข ต่างจากความคิดแรกๆ ที่คิดว่าเป็นการท่องเที่ยวที่สนุกๆ เท่านั้น ผู้กำกับเผยว่าแนวความคิดในการทำสารคดีมาจากการอ่านหนังสือ “ดาวหางเหนือทางรถไฟ” บันทึกการเดินทางรถไฟสายเดียวกันนี้ของ ทรงกลด บางยี่ขัน อาจเรียกว่า Wish Us Luck เป็นงานสารคดีตามหาแรงบันดาลใจให้กับชีวิต ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ทั้งคู่คืออดีตคนทำหนังสั้น ซึ่งมีผลงานอย่าง คืนวันเสาร(ปี 2006 รางวัลรองชนะเลิศ สาขาช้างเผือก เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 6) และ สมัครงาน (ปี 2007, รางวัลรองชนะเลิศสาขาช้างเผือก เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 11) ตัวหนังเป็นธีสิสสำหรับการเรียนสาขา Artists’ Film Video Photography มหาวิทยาลัย University for the Creative Arts และยังหนังเป็นขนาดยาวเรื่องแรกของทั้งคู่อีกด้วย หลังจากตระเวณฉายในงานเฉพาะกิจหลายแห่ง Wish Us Luck จะเข้าฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ เฮาส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๖ รวมถึงมีบันทึกการเดินทางออกจำหน่ายเป็นพ็อคเก็ตบุ๊คในอีกรูปแบบหนึ่งมานำเสนอ ข้อมูลจาก Press Releas ภาพยนตร์ และ Voice TV ตัวอย่างภาพยนตร์(ด้านล่าง)
-
Mad Hot Ballroom (2006)
สารคดีผลงานของ มาริลีน อาเกรโล ที่จับภาพชีวิตประจำวันของเด็กๆ วัยเพียง 11 ขวบชั้นประถม 5 เหล่านี้ โรงเรียนเทศบาลนิวยอร์ก ที่ตัดสินใจเดินเข้าสู่โลกของการเต้นรำ และค่อยๆ ค้นพบความสามารถที่เร้นอยู่ในที่สุด เพื่อที่จะเข้าร่วมแข่งขันในการเต้นรำนานาชาติปี ค.ศ.2004 ตัวละครหลักในเรื่องมาจาก 3 โรงเรียนด้วยกัน ได้แก่ โรงเรียนโทนี ทริบีกา, วอชิงตัน ไฮต์, เบนซอนเฮิร์ต ทั้งยังต่างเชื้อชาติ ต่างฐานะ Mad Hot Ballroom ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของ เอมี สเวลล์ ซึ่งเธอได้คลุกคลีกับสมาคมเต้นรำท้องถิ่นที่มีเด็กๆ มาร่วมกิจกรรมมากมาย (การจัดกิจกรรมเต้นรำของชุมชนได้รับการสนับสนุนโดย สมาคมเต้นรำแห่งอเมริกา (American Ballroom Theatre – AbrT)) เด็กที่เข้ามาเรียน จะต้องศึกษาการเต้นบอลรูมทุกประเภท อันได้แก่ เมอเรนกิว, ฟ็อกซ์ทรอต, รุมบ้า, แทงโก้, สวิง ทั้งแบบเดี่ยวและคู่ ผู้กำกับ มาริลีน อาเกรโล ใช้เวลา 1 ปีเก็บภาพความเป็นไปในสมาคมแห่งนั้น ผู้กำกับภาพ คลอเดีย ราชเก้ จำเป็นต้องผูกกล้องไว้กับเอวของตัวเธอเอง เพราะเป็นระดับที่จับหน้าเด็กๆ ได้พอดี โดย อาเกรโล เล่าว่า เธอเกิดในประเทศคิวบา ตอนยังเด็กเพื่อนๆ ของเธอก็เป็นเด็กโดมินีกันและชนพื้นเมืองต่างๆ แม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมาอย่างแร้นแค้นเหมือนพวกเขาก็ตาม จึงมีเจตนาต้องการสื่อสารให้เห็นคนกลุ่มเล็กๆ นี้ในนิวยอร์ก ซึ่งยังมีหน่วยงาน และเด็กเก่งอีกมากที่รอการสนับสนุน สารคดีเปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์สารคดี สแลมแดนซ์ และ 2 วันต่อมา นิเคลโลเดียน บริษัททำสื่อสำหรับเด็ก และ พาราเมาท์ วินเทจ แผนกหนังอาร์ตของพาราเมาท์ ก็ติดต่อขอซื้อหนังไปจัดจำหน่าย ก่อนจะติด 1 ใน 10 สารคดียอดเยี่ยมที่สุดในปี 2005 จากหลายสถาบันนักวิจารณ์ รวมถึงได้เข้าชิงและกวาดรางวัลมากว่า 10 สถาบัน นอกจากนี้ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Take The Lead ซึ่งนำแสดงโดย…
-
‘รงค์ วงษ์สวรรค์
‘รงค์ วงษ์สวรรค์ หรือชื่อจริง ณรงค์ วงษ์สวรรค์ เจ้าของสมญาพญาอินทรีย์แห่งสวนอักษร
-
Jiro Dreams of Sushi
ซูชิ อาหารญี่ปุ่นซึ่งคือข้าวปั้นผสมน้ำส้มสายชูมีหน้าต่างๆ เป็นปลา เนื้อ กุ้ง ฯลฯ เป็นวิธีการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่นเมื่อหลายร้อยปีก่อน
-
Wordplay
Wordplay เป็นสารคดีที่พาเราไปสู่โลกของคนรักเกมส์ปริศนาอักษรไขว้(Crossword)
-
ฉันอยู่นี่…เธออยู่ไหน
ฉันอยู่นี่ เธออยู่ไหน เป็นสารคดีทุนต่ำที่นำเสนอแบบหนังซ้อนหนัง บันทึกชีวิตของคนทำหนังกลุ่มหนึ่ง
-
O.B.L.
หลังจากเครื่องบินที่ถูกไฮแจ๊คพุ่งเข้าชนตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ และตึกเพนทากอน ในกรุงนิวยอร์ก และวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2001 คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่านอกจากจะกระทบต่อประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ยังส่งผลต่อความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงของคนทั่วโลก โดยเฉพาะมุมมองต่อคนมุสลิมที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้น ตีกรอบจำกัดเพียงมุมมองเดียว ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของโศกนาฏกรรม 9/11 ก็มีสารคดีของไทยที่พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น นั่นคือ O.B.L. ซึ่งย่อมาจาก Osama Bin Laden (โอซามา บิน ลาเดน ผู้ก่อการร้ายที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว สารคดีขนาดสั้นความยาว 20 นาทีเรื่องนี้ ผลงานกำกับร่วมของ กำกับโดย ภาณุ อารี, ก้อง ฤทธิ์ดี และ กวีนิพนธ์ เกตุประสิทธิ์ 3 ผู้กำกับมุสลิม ซึ่งทำงานสารคดีขนาดสั้นและยาวร่วมกันมาก่อนหน้านี้แล้วถึง 3 เรื่อง และล้วนนำเสนอประเด็นเจาะลึกเกี่ยวชาวมุสลิมในมุมมองที่ต่างจากความเชื่อและภาพที่เราคุ้นชิน ได้แก่ แขก(2543 – วิถีชีวิตและทัศนคติของคนมุสลิมรุ่นใหม่), มูอัลลัฟ(2551 – การแต่งงานระหว่างมุสลิมและคนไทยพุทธ) และ Baby Arabia(2553 – วงดนตรีของมุสลิม) แม้จะนำเสนอประเด็นการเมืองระดับโลก แต่ใน O.B.L. ทั้งสามคนก็ไม่ได้ขยายขอบเขตต่างไปจากผลงานสารคดี 3 เรื่องก่อนหน้านั้น หากยังคงสำรวจความเห็นของชาวไทยมุสลิมซึ่งมีสถานะของ “คนที่อยู่ตรงกลาง” ซึ่งเสียงของพวกเขาไม่ดังผ่านสื่อกระแสหลัก หรือถูกนำเสนอในข่าว พวกเขาต้องเผชิญกับทัศนคติของคนรอบข้างที่เปลี่ยนไปอย่างไรตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ? โดยเริ่มต้นจากการถามความเห็นเกี่ยวกับตัว โอซาม่า บิน ลาเดน เพื่อสะท้อนให้เราเห็นความคิดอันหลากหลายต่อโศกนาฏกรรมครั้งนั้น (น่าสนใจทีเดียวว่าหลายคนที่ให้สัมภาษณ์ก็ยอมรับว่าไม่รู้จัก บิน ลาเดน ก่อนจะเกิดเหตุเสียด้วยซ้ำ) ความน่าสนใจในการถ่ายทอดงานชิ้นนี้คือการเลือกภาพที่แทรกเข้ามาระหว่างเสียงรายงานข่าว เสียงผู้ให้สัมภาษณ์เป็นการตัดสลับระหว่างชุมชนชาวมุสลิมหลายท้องที่ ทั้้งภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่ง กับตึกสูงระฟ้าภายในกรุงเทพฯ อันสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลย และสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ เปิดใจ และอยู่ร่วมกับคนมุสลิมมากกว่ากรอบที่ถูกสร้างไว้จากเหตุการณ 9/11 O.B.L. เปิดฉายในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 15 และเปิดฉายปฐมทัศน์ออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2011 เวลา 21.00 น.(สามารถเปิดชมได้ตามคลิปด้านล่าง)
-
Born into Brothels (2004)
สารคดีขวัญใจผู้ชมประจำงานเทศกาลซันแดนซ์ปี 2004 ที่มีชื่อเต็มๆว่า Born into Brothels : Calcatta ‘s Red Light Kids
-
Taxi to The Darkside
งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 80 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2008 แม้ผู้ชนะส่วนใหญ่จะเป็นตามความคาดหมายของสื่อ และนักดูหนัง แต่ในสาขาหนังสารคดีแล้ว ผู้ชนะอย่าง Taxi to The Dark Side ถือว่าพลิกโผไปไม่น้อย เนื่องจากตัวเก็งคือ No End in Sight สารคดีที่ตีแผ่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิรักในทุกด้าน ของ ชาร์ลส เฟอร์กูสัน และ Sicko สารคดีของผู้กำกับจอมแฉ ไมเคิล มัวร์ ที่เล่นประเด็นปัญหาการประกันสุขภาพในประเทศ หนังเป็นผลงานการกำกับของ อเล็กซ์ กิ๊บนี่ย์ อดีตคนทำสารคดีที่เคยเข้าชิงออสการ์สารคดียอดเยี่ยมมาแล้วเมื่อปี 2005 ที่ว่าด้วยการเจาะลึกคดีประวัติศาสตร์การล้มละลายของบรรษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เอนรอน ใน “Independent Lens” Enron: The Smartest Guys in the Room เขาคร่ำหวอดในวงการสารคดีกว่า 20 ปี เคยเขียนบทให้กับสารคดีดังอย่าง The Trials of Henry Kissinger(2002) และยังเป็นคนหาทุนให้กับสารคดีเรื่อง No End in Sight อีกด้วย ในงานล่าสุดแม้จะยังเป็นอีกหนึ่งในกลุ่มสารคดีที่โจมตีการบริหารงาน ประธานาธิบดีบุชที่ผลิตมามากมาย แต่ประเด็นที่ผู้สร้างเน้นคือการทรมาน และทำร้ายนักโทษการเมืองที่ถูกจับกุมจากอิรัก และอัฟกานิสถาน หนึ่งในนั้นคือ ดิลาวาร์ คนขับแท็กซี่ชาวอัฟกัน ซึ่งถูกกล่าวหาจากกองทัพว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ก่อนจะถูกกระทำจากกองทัพสหรัฐฯ จนเสียชีวิตเมื่อปี 2002 ณ ฐานทัพทางอากาศเมืองแบกแรม …เรื่องราวของเขาได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาความจริงของกรณีที่ คล้ายคลึงกัน และกลายเป็นชื่อของหนังในที่สุด ในสารคดียังให้เห็นภาพการทรมานนักโทษในเรือนจำอาบูกราอิบอย่างน่าสยอด สยองโดยไม่มีการเซนเซอร์ กิ๊บนีย์ออกสัมภาษณ์บุคคลในการทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่มันจะค่อยๆ ขยายผลไปสู่ภาพข่าวของ ดิ๊ค เชนี่ย์ รองประธานาธิบดี และ โดนัลด์ รัมเฟลด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จนถึงคนที่อยู่ระดับเบื้องบนอย่าง จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช จุดเริ่มต้นนั้นมาจาก ดอน กลาสคอฟ โปรดิวเซอร์ซึ่งร่วมงานกับ…
-
Winnebago Man
ก่อนหน้านี้อาจไม่มีใครรู้จัก แจ็ค เรบนี่ย์ และไม่แคร์ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน แต่หลังจากที่คลิปหลุดจากการผลิตวิดีโอขายรถบ้านยี่ห้อ Winnebago ที่มีความยาวเพียง 4 นาที
-
The White Planet
หลังจากเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ วิกฤตการณ์โลกร้อนเป็นสิ่งที่ถูกอ้างถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
-
The Bridge
ว่ากันว่าเพียงแค่ 4 วินาที ผู้โดดลงสะพานแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก












