ไขปริศนาการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้เขียน เจ้าชายน้อย

สิงหาคม 19, 2008 
1


มนต์สวรรค์ จินดาแสง : รายงาน

“จงมองภาพนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ เพื่อจะได้แน่ใจว่าจะจำภาพนี้ได้ ถ้าหากวันหนึ่งคุณมีโอกาสเดินทางไปในแอฟริกา ในทะเลทราย และถ้าบังเอิญคุณมีโอกาสผ่านไปทางนั้น ฉันขอร้องคุณอย่ารีบร้อนไป รอสักครู่หนึ่งตรงจุดใต้ดวงดาวนั้น ถ้าหากมีเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งมาทักคุณ ถ้าเขาหัวเราะ ถ้าเขามีผมทองถ้าเขาไม่ตอบคำถามของคุณเวลาคุณถาม คุณจะเดาได้ทันทีว่าเขาคือใคร ได้โปรดกรุณาเถิดช่วยส่งข่าวถึงฉันด่วนว่าเขากลับมาแล้ว อย่าปล่อยให้ฉันเศร้าโศกต่อไปเลย”

นั่นคือตอนจบของวรรณกรรมเยาวชนแฝงปรัชญาเรืองนามที่ชื่อว่า Le Petit Prince หรือในฉบับภาษาไทยชื่อ เจ้าชายน้อย โดยสำนวนแปลของ อำพรรณ โอตระกูล

เจ้าชายน้อย จะกระเดื่องไปทั้งโลกหรือไม่หนอ ถ้าฉากสุดท้ายของชีวิตผู้เขียนวรรณกรรมเรื่องนี้ไม่เศร้าสร้อยเหมือนตอนจบในวรรณกรรม นั่นคือเขาหายสาบสูญไปหลังจาก เจ้าชายน้อย ได้รับการตีพิมพ์ประมาณ ๑ ปี

“๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (ที่จริงเป็น พ.ศ. ๒๔๘๗) เขาได้ออกบินลาดตระเวนเหนือดินแดนฝรั่งเศสแถบเมืองเกรอนอง เขาออกบินแต่เช้า จนบ่ายก็ยังไม่กลับ ทุกคนตระหนักดีว่าในเวลานั้นน้ำมันต้องหมดแล้ว จึงสรุปว่าเครื่องบินของเขาต้องประสบอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ถูกเครื่องบินขับไล่ของเยอรมันยิงตก…”

เขาคนนั้นในตอนท้ายของประวัติแซงเตกซูเปรีในหนังสือ เจ้าชายน้อย ฉบับ อำพรรณ โอตระกูล ก็คือ อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี ผู้เป็นทั้งนักเขียนวรรณกรรมอันเป็นที่รักของผู้อ่านทั่วโลก และนักบินฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๒

การหายตัวไปอย่างลึกลับเป็นเวลา ๖๔ ปีของแซงเตก-ซูเปรีก่อให้เกิดข้อสันนิษฐานต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเขา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินถูกข้าศึกยิงตก เครื่องบินประสบอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตายบัดนี้ปริศนานี้ได้รับการคลี่คลายแล้ว

……………………………

อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี

อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี (Antoine de Saint-Exupery) หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่า “แซงเตก”(Saint-Ex) เกิดที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๐๐ เริ่มเป็นนักบินอาชีพด้วยการบุกเบิกเที่ยวบินการขนส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เส้นทางบินแรก ๆ ของเขาคือ ตูลูส-ดาการ์-คาซาบลังกา ต่อมาเขาถูกส่งไปเป็นหัวหน้าประจำอยู่ที่สถานีแหลมจูบีในโมร็อกโก จากประสบการณ์เหล่านี้เขาได้นำมาเขียนเป็นนวนิยายเรื่องแรกซึ่งมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Southern Mail (๑๙๒๙)

ต่อมาเมื่อไปประจำในอเมริกาใต้โดยปฏิบัติการบินตอนกลางคืนด้วย ทำให้เขาเขียนนวนิยายชื่อ Night Flight (๑๙๓๑) ในปี ๑๙๓๕ เขาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในทะเลทรายซาฮาราในเขตประเทศลิเบีย และคงจะเสียชีวิตไปแล้วหากไม่มีคนผ่านมาช่วยชีวิตไว้ได้ทันหลังจากติดอยู่กลางทะเลทราย ๓ วันเต็ม ๆ

หลังจากนั้นแซงเตกหันไปสนใจการถ่ายภาพยนตร์โฆษณา และต่อมาก็ถูกส่งตัวไปยังกรุงมอสโกเพื่อเขียนบทความให้แก่หนังสือพิมพ์ Paris Soir จากนั้นเขากลับมาเป็นนักบินอีกครั้งเมื่อมีการเปิดเส้นทางบินไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาได้ร่วมบุกเบิกเส้นทางบินใหม่นี้ด้วย ในปี ๑๙๓๙ เขาเขียนหนังสือที่มีชื่อเสียงแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา เรื่อง Wind, Sand and Stars

แซงเตกยังคงบินและเขียนแม้ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ ๒ หลังจากฝรั่งเศสถูกยึดครองโดยนาซีในปี ๑๙๔๐ เขาก็ย้ายไปอยู่อเมริกา เขาเขียนและวาดภาพประกอบ เจ้าชายน้อย ที่นั่น

ในเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๙๔๓ เจ้าชายน้อย ภาคภาษาฝรั่งเศสก็ได้รับการตีพิมพ์ในสหรัฐฯ ช่วงเวลา ๖๕ ปีที่ผ่านมา เจ้าชายน้อย ได้รับการแปลไปกว่า ๑๘๐ ภาษาและพิมพ์ขายทั่วโลกแล้วไม่ต่ำ กว่า ๕๐ ล้านเล่ม เป็นรองก็เฉพาะ คัมภีร์ไบเบิล และ วิมานลอย เท่านั้น

หลังจากอาศัยอยู่ในอเมริกานาน ๒ ปีกับอีก ๑ เดือน แซงเตกซูเปรีกลับมายังยุโรปเพื่อบินให้ขบวนการปลดปล่อยฝรั่งเศสและพันธมิตร โดยประจำที่ฐานทัพทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขณะนั้นเขามีอายุ ๔๓ ปี สูงวัยกว่านักบินเกือบทุกคนมิหนำซ้ำยังมีอาการกระดูกร้าวจากการประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง

แซงเตกซูเปรีบนเครื่องบินลาดตระเวณ ซึ่งเป็นเครื่องบินสองเครื่องยนต์คล้าย P-38 Lightning ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี ค.ศ ๑๙๔๔ โดย John Philips

ในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๔๔ แซงเตกซูเปรีได้รับมอบหมายให้ขับเครื่องบิน P-38 Lightning ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องบินที่ “อิดโรยจากสงครามและเป็นยานที่ไม่มีค่าทางอากาศ” คำสั่งสุดท้ายที่เขาได้รับมอบหมายคือ สืบความลับจากกองทหารเยอรมัน เขาทะยาน P-38 Lightning ขึ้นจากฐานทัพที่เกาะคอร์ซิกาในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

……………………………

เพื่อค้นหาตัวผู้ที่อาจยิงเครื่องบินของแซงเตกซูเปรี ลิโน ฟอน การ์ตเซิ่น นักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันเคยโทรศัพท์หาอดีตนักบินของกองทัพอากาศเยอรมนี หรือญาติของนักบินเหล่านั้นประมาณ ๑,๒๐๐ ครั้ง จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.๒๐๐๖ เขาต้องตกตะลึงเมื่อโทร. หา ฮอร์สต์ ริปเพิร์ต หนึ่งในนักบินเยอรมันคนท้าย ๆ ที่ประจำอยู่ในฐานทัพทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสในฤดูร้อนปี ๑๙๔๔ ริปเพิร์ตตอบการ์ตเซิ่นในทันทีว่า “คุณยุติการค้นหาได้แล้ว ผมเองที่เป็นคนยิงเอกซูเปรี”

การค้นหานายริปเพิร์ตและการสาธยายเหตุการณ์ซึ่งนำไปสู่การตายของแซงเตกซูเปรี บรรจุอยู่ในหนังสือภาษาฝรั่งเศสซึ่งตีพิมพ์ออกมาเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ชื่อ Saint-Exupery: L’Ultime Secret (Saint-Exupery: the Final Secret) เขียนโดย ลุค วองแรลล์ นักดำน้ำในทะเลลึกชาวฝรั่งเศส ผู้ตามร่องรอยของแซงเตกตลอดมา และนักข่าวนาม ฌากส์ ปราแดลล์

ก่อนปี ๑๙๙๘ ยังไม่มีการค้นพบร่องรอยใด ๆ เกี่ยวกับการหายตัวไปของแซงเตก-ซูเปรี จนกระทั่งในปีนั้นชาวประมงชื่อ ฌอง-โคล็ด บิอองโก ซึ่งทำงานอยู่ที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของเมืองมาร์แซย ประเทศฝรั่งเศส ได้พบกำไลเงินสลักชื่อ Antoine de Saint-Exupery, Consuelo ภรรยาของเขา และ Reynal and Hitchcock สำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ผลงานของเขา

ลุค วองแรลล์(ซ้าย) และ ฌอง-โคล็ด บิอองโก(ขวา) ผู้ค้นพบหลักฐานที่ช่วยไขปริศนาการหายตัวไปของ แซงเตกซูเปรี (ภาพ : Nigel Dickinson / The New York Times)

กำไลเงินที่ ฌอง-โคล็ด บิอองโก ค้นพบ

วองแรลล์นักดำน้ำลึกในถิ่นนั้นจึงเริ่มทำการค้นหาซากเครื่องบินของแซงเตก-ซูเปรีไปตามชายฝั่งของมาร์แซย ในปี ๒๐๐๐ เขาค้นพบซากเครื่องบิน P-38 Lightning นอนอยู่ที่ก้นทะเลลึก ๘๐ เมตรใกล้กับเกาะริอูในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พอถึงเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๐๔ กรมโบราณคดีใต้น้ำของฝรั่งเศสจึงออกมายืนยันว่าจากหมายเลขเครื่องที่ปรากฏบนซากเครื่องบินที่ค้นพบ ทำให้ระบุได้ว่าเป็นเครื่องบินของแซงเตกซูเปรี

ใกล้กับซากเครื่องบินของแซงเตก วองแรลล์พบซากเครื่องบินเยอรมันที่ผลิตโดยบริษัทเมสเซอร์ชมิตต์…หรือเครื่องบินของแซงเตกซูเปรีจะชนกับเครื่องบินของศัตรูกลางอากาศ ? เขาติดต่อไปยัง ลิโน ฟอน การ์ตเซิ่นนักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกองทัพอากาศเยอรมนี การ์ตเซิ่นติดต่ออดีตนักบินของกองทัพแห่งนี้นับร้อยคนก่อนจะตีวงให้แคบเข้าเหลือเพียง ๕ คน และในที่สุดก็ได้พบกับ ฮอร์สต์ ริปเพิร์ตจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย การ์ตเซิ่นใช้เวลาอีกถึง ๒ ปีในการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนออกมาประกาศต่อโลกว่า ริปเพิร์ตเป็นผู้ยิงเครื่องบินของแซงเตกซูเปรีตก

ริปเพิร์ตทบทวนความหลังว่า ในวันที่ ๓๑ กรกฎา-คม ค.ศ. ๑๙๔๔ ขณะขับเครื่องบินลาดตระเวนอยู่เหนือน่านฟ้าทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นเขตยึดครองของเยอรมนี เขาเห็นเครื่องบิน P-38 Lightning บินต่ำอยู่ลำเดียวบริเวณท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเบื้องล่าง เครื่องบินบ่ายหน้าจากตูลูสไปยังมาร์แซย นักบินขับเครื่องบินโดยปราศจากความระมัดระวัง ประหนึ่งเขากำลังอยู่ในความรื่นรมย์ เขาบินต่ำเพียงประมาณ ๖,๐๐๐ ฟุต

“ถ้าคุณเคยอยู่ในการต่อสู้ทางอากาศอย่างหนักหนาสาหัส นั่นไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดา…เขามองไปรอบ ๆ…ดูเขาไม่ถูกรบกวนด้วยการปรากฏตัวของผม…เขาแล่นไปเหนือทะเลและบินตรงไปยังแผ่นดินใหญ่ ผมพูดกับตัวเองว่า “โอเค ไอ้หนู ถ้าแกไม่หายตัวไปละก็ ฉันจะยิงแก” ผมขับเครื่องบินไปในทิศทางเดียวกับเขา และยิง ไม่ใช่ที่ลำตัวเครื่องบิน แต่เป็นที่ปีกทั้งสอง ผมยิงโดนเขา เครื่องบินตกลงไปในทะเล ไม่มีใครกระโดดออกมา

“ผมมองไม่เห็นนักบิน แต่ถึงแม้จะเห็น มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะรู้ว่านั่นคือแซงเตกซูเปรี…”ริปเพิร์ตกล่าว

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จบลง ริปเพิร์ตยังคงเป็นนักบินต่อไป ก่อนจะหันมาเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวกีฬาทางวิทยุและโทรทัศน์ ในช่วงหลังสงครามโลกนี้เองที่เขาได้ข้อมูลว่าเครื่องบินของ อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี หายไปในวันเดียวและบริเวณเดียวกับที่เขายิงเครื่องบินลำนั้นตก

ริปเพิร์ตเชื่อว่าเขาเป็นคนยิงเครื่องบินของแซงเตก-ซูเปรีตก ทว่าเขาก็ปรับทุกข์เรื่องนี้ไว้ในสมุดบันทึกเท่านั้นและไม่เคยยอมพูดเรื่องนี้กับสาธารณะ จนกระทั่งวันที่การ์ตเซิ่นโทรศัพท์ไปหาเขา

ความคิดที่ว่าเขาอาจเป็นคนยิงแซงเตกซูเปรีสร้างความเจ็บช้ำให้แก่ริปเพิร์ตมาโดยตลอด นั่นก็เพราะว่าแซงเตกซูเปรีคือบุคคลในอุดมคติของเขา ปัจจุบันริปเพิร์ตมีอายุ ๘๘ ปี เขากล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อผลงานของแซงเตกซูเปรีว่า “เมื่อครั้งที่พวกเรายังเป็นเด็กนักเรียน เราต่างอ่านและชื่นชมหนังสือของเขา เขารู้ว่าจะบรรยายถึงท้องฟ้า ความคิดและความรู้สึกของนักบินอย่างไร งานของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราหลายคนฝันอยากเป็นนักบินมืออาชีพ พวกเขาบอกผมภายหลังว่านั่นคือแซงเตก-ซูเปรี…โอ มันเหมือนกับหายนะ”

“ผมหวัง และยังหวังว่านั่นไม่ใช่เขา”

ขอขอบคุณ :
คุณ Udo Kruger และคุณอัชราวัลย์ หิริโอตัปปะ

กวางผา มหัศจรรย์สี่ขาแห่งผาสูง
ฌอง ฌิโอโน (Jean Giono) นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส ผู้แต่งนวนิยายเรื่องเล็กแต่ยิ่งใหญ่ "The Man Who Planted trees" (คนปลูกต้นไม้) เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม
การปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution - เหตุการณ์อยู่ระหว่างปี พ.ศ.2332-2342 ) วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2332 ประชาชนชาวฝรั่งเศส บุกทำลาย คุกบาสตีย์



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

กวางผา มหัศจรรย์สี่ขาแห่งผาสูง
ฌอง ฌิโอโน (Jean Giono) นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส ผู้แต่งนวนิยายเรื่องเล็กแต่ยิ่งใหญ่ "The Man Who Planted trees" (คนปลูกต้นไม้) เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม
การปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution - เหตุการณ์อยู่ระหว่างปี พ.ศ.2332-2342 ) วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2332 ประชาชนชาวฝรั่งเศส บุกทำลาย คุกบาสตีย์