พอร์ตแลนด์ : แดนฮิปเตอร์ประชาธิปไตย

มิถุนายน 22, 2017 
0


sujane-robbanแลไปรอบบ้าน  

บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว


สุเจน กรรพฤทธิ์

portland01
ข่าวการฆาตกรรมในขบวนรถไฟฟ้าที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน (Oregon) สหรัฐอเมริกาช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2017 ทำให้ผมหวนคิดถึงเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเมืองหนึ่งของสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแส “ขวาครองโลก” ยุคปัจจุบัน
หลายคนอาจไม่ทราบว่า พอร์ตแลนด์คือ “ฐาน” ของ “เสรีนิยม” ที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ อเมริกา และโอเรกอนก็คือฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครต
Oregonian หนังสือพิมพ์ของมลรัฐโอเรกอนเล่าว่า เหตุที่ว่านั้นเกิดบนระบบรถไฟฟ้า Trimed ของเมืองพอร์ตแลนด์เมื่อนายเจเรมี โจเซฟ (Jeremy Joseph) คุกคามสตรี 2 คน (คนหนึ่งเป็นมุสลิม) โดยตะโกนขับไล่ให้กลับไปตะวันออกกลาง จากนั้นพลเมืองดี 2 คน คือ ริค เบสต์ (Rick Best) ทหารผ่านศึก และ ทาลีซิน ไมยิดดิน นามคาย เมเช (Taliesin Myrddin Namkai Meche) ที่เพิ่งเรียนจบเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยหมาดๆ ตัดสินใจเข้าไปคุยให้เจเรมีสงบลง
 
พนักงานขับรถไฟฟ้าที่ทราบเหตุ ยังพยายามช่วยยุติสถานการณ์ด้วยประกาศผ่านลำโพงให้คนก่อเรื่องลงจากรถไปเสีย ปรากฏว่าจังหวะนั้นเจเรมีใช้มีดปาดคอทั้งสองคนและมีพลเมืองดีอีกคนหนึ่งที่เข้าไปช่วยได้รับบาดเจ็บ
 
เรื่องน่าเศร้าคือ ริค เบสต์ เสียชีวิตทันที ส่วนนามคาย-เมเช ยังไม่ตาย
 
เรเชล ผู้เห็นเหตุการณ์และนำมาเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังบอกว่าเธอเอาผ้าซับเลือดที่คอเมเช เมเชบอกเธอว่าไม่ไหวแล้วคงตายแน่ และประโยคสุดท้ายก่อนสิ้นใจคือ ‘Tell everyone on this train I love them’ (บอกทุกคนในรถไฟฟ้าขบวนนี้ว่าผมรักพวกเขา)
ภายหลัง ชาวเมืองจึงพบว่าเจเรมี ผู้ก่อคดีฆาตกรรมนั้นเป็นพวกเหยียดศาสนาสุดขั้ว หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว ไม่นานเขาก็ถูกศาล แถมยังไปตะโกนในศาลว่า “คุณเรียกมันว่าก่อการร้าย แต่ผมเรียกการรักชาติ” แสดงอาการไม่สึกสำนึกผิดในการก่อคดีฆาตกรรมถึงสองรายซ้อน
 
แรกๆ ผมค่อนข้างตกใจ ที่เกิดเรื่องนี้ในพอร์ตแลนด์ “เมืองจักรยาน” ดินแดนของ “ฮิปเตอร์” ที่มีสิ่งแวดล้อมดีเป็นอันดับต้นของอเมริกา แต่ต่อมาก็ตระหนักได้ว่า ความรับรู้นั้น เกิดจากภาพจำผิวเผินที่นิตยสารโลกสวยบางเล่มพยายามสร้างขึ้นโดยไม่ทำงานเชิงลึก
 
เพราะความจริงคือ ประวัติศาสตร์ของโอเรกอน หนึ่งในมลรัฐกลุ่ม Pacific-Northwest ที่พอร์ตแลนด์ตั้งอยู่นี้ ไม่ใช่“ทุ่งลาเวนเดอร์” อย่างที่นักขี่จักรยาน ฮิปเตอร์เมืองไทยจำนวนมากเข้าใจ
portland02
portland03
 
พอร์ตแลนด์ตั้งอยู่บนภูมิภาคแห่งการ “ต่อสู้ทางการเมือง ” มานานแล้ว
 
แปซิฟิกนอร์ธเวสต์ ถูกคนขาวบุกเบิกตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ผ่านยุคการ “สำรวจ” “ตื่นทอง” ผู้คนอพยพมาจากชายฝั่งตะวันออก (แปซิฟิก) เพื่อไขว่คว้าหาดินแดนใหม่ที่อาจให้โอกาสมากกว่า แรงงานจีน ญี่ปุ่น อพยพข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากทางตะวันตก ในช่วงที่เมืองสำคัญบนชายแปซิฟิกของสหรัฐฯ เพิ่งก่อตั้ง ไม่ว่าพอร์ตแลนด์ โอเรกอน ซีแอตเติล โดยเฉพาะแรงงานผิวดำ ที่คนขาวอเมริกันเรียกอย่างดูถูกว่า “นิโกร” อันเป็นพลเมืองชั้นสองของสหรัฐฯ ในยุคนั้น (บางทีอาจในยุคนี้ด้วย)
 
คนหลากหลายกลุ่มนี้เอง ที่ต่อสู้และกลายเป็นพลังของการเมืองระดับชาติอเมริกันมานับแต่นั้น
 
ในพอร์ตแลนด์ ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เราเห็นการต่อสู้ของแรงงานกรรมกรจีน ญี่ปุ่น เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางการเหยียดผิวที่เข้มข้นไม่แพ้ที่กลุ่มคนผิวดำโดน
 
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เราเห็นโรงงานในพอร์ตแลนด์เป็นกำลังสำคัญในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ส่งไปช่วยทหารอเมริกันในสมรภูมิยุโรปและเอเชีย
 
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เราเห็นการต่อสู้ของชาวเมืองนี้ผ่านการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเพื่อให้ได้มาซึ่งนโยบายที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขา
 
พวกเขายังต่อต้านสงครามเวียดนามในทศวรรษที่ 1970 ไม่นับการต่อสู้เรียกร้องสิทธิของคนผิวดำที่ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
 
การต่อสู้เหล่านี้ไม่เคยจบและต่อเนื่องมาจนถึงวินาทีนี้
portland04portland05
 
หนึ่งในผลผลิตของการต่อสู้เหล่านั้นคือสิ่งที่เรียกว่า “เมืองจักรยาน” ที่ฮิปสเตอร์ไทยปลื้มหนักหนา (แต่ไม่ยอมเอาไปปรับใช้ในบ้านเกิดตัวเอง) เพราะวันนี้ พอร์ตแลนด์ที่มีประชากรน้อยกว่าเชียงใหม่ มีระบบขนส่งขนาดใหญ่หลายระบบ มีทางจักรยานมาตรฐาน ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวมากกว่าการสร้างทางด่วน มีพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องการต่อสู้ของคนผิวดำ มีการให้ความรู้เรื่องสิทธิที่เท่าเทียมกันของคนทุกชนชั้นตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ
 
ความ “ฮิป” หรือความ “คูล” เหล่านี้ เกิดจากขบวนการของ “ฮิปสเตอร์ผู้รักประชาธิปไตย” ทั้งสิ้น
 
พอร์ตแลนด์ ไม่ได้เกิดมาแล้ว “ฮิป” ทันที
 
การชื่นชมเมืองพอร์ตแลนด์ที่มีสีเขียว ชื่นชมทางจักรยาน ชื่นชมวิถีฮิปๆ ของพอร์ตแลนด์แต่ไม่ตระหนักถึงเรื่องราวเหล่านี้จึงผิดพลาดอย่างมหันต์
 
หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนพอร์ตแลนด์ยังเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ออกมาเดินขบวนใหญ่ประท้วงผลการเลือกตั้ง (คะแนนรวมโดนัลด์ ทรัมป์น้อยกว่าฮิลลารี คลินตัน แต่ทรัมป์ชนะคะแนนในรัฐที่มี “คณะผู้เลือกตั้ง” ที่ชี้ขาดการเป็นประธานาธิบดีมากแห่งกว่า)
 
นั่นหมายถึงคนพอร์ตแลนด์ที่เชื่อเรื่องความหลากหลาย ประกาศว่าพวกเขาต่อต้านนโยบายกีดกันศาสนาและแบ่งแยกสีผิวของทรัมป์ที่ประกาศหาเสียงอย่างเต็มที่ ปฏิบัติการของ “กลุ่มสุดขั้ว” เป็นแค่ “บททดสอบบทใหม่” ของเมืองนี้เท่านั้น
 
ชาวพอร์ตแลนด์จะทำเหมือนกับที่เคยทำมาในอดีต
 
ต่อสู้ตามวิถีประชาธิปไตย กระจายข้อมูลที่ถูกต้อง ประท้วง เปลี่ยนเมือง สังคมและประเทศด้วยหีบบัตรเลือกตั้ง ที่สำคัญคือเปลี่ยนแปลงด้วยความรัก (บางครั้งจ่ายด้วยชีวิต) เหมือนที่ ริค เบสต์ และเมเช ทำให้เห็น
 

เพราะฮิปเตอร์พอร์ตแลนด์นอกจากรัก “สิ่งแวดล้อม” ยังรัก “ประชาธิปไตย” และพร้อมปกป้อง “สิทธิมนุษยชน” อย่างไม่ลังเล


sujaneสุเจน กรรพฤทธิ์
นักเขียนสารคดี จบการศึกษาทางด่านประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ สนใจความเป็นไปทางการเมืองและสังคมของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคจากการมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนเป็นระยะ





You might also like



วิดีโอประชาสัมพันธ์กิจกรรม สำรวจกรุงเก่าเจ้าตาก นอกกรอบประวัติศาสตร์ชาตินิยม 26-27 สิงหาคม 2560 สอบถามรายละเอียดการสำรวจ ทางกล่องข้อความเพจ Sarakadee Activity หรือโทร. 0-2547-2700 ต่อ 319  
แลไปรอบบ้าน   บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว เรื่องและภาพ : สุเจน
แลไปรอบบ้าน   บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว สุเจน กรรพฤทธิ์ ในไซ่ง่อน
แลไปรอบบ้าน   บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว สุเจน กรรพฤทธิ์ น้ำปลายี่ห้อ
แลไปรอบบ้าน   บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว สุเจน กรรพฤทธิ ภาพอนุสาวรีย์ฮานาโกะ